ตุรกีเปลี่ยนพิพิธภัณฑ์ดังเป็นมัสยิด

วันที่ 11 ก.ค. 2563 เวลา 14:55 น.
ตุรกีเปลี่ยนพิพิธภัณฑ์ดังเป็นมัสยิด
ส่อจุดประเด็นขัดแย้งทางศาสนา ตุรกีเปลี่ยนพิพิธภัณฑ์ดัง"ฮาเกียโซเฟีย" กลับเป็นไปมัสยิดอิสลาม

เมื่อวันที่ 10 ก.ค. ประธานาธิบดีเรจิป ทายยิป เออโดอัน แห่งตุรกี ได้ลงนามประกาศให้พิพิธภัณฑ์ฮาเกียโซเฟีย หรือ ฮายาโซฟีอา (Hagia Sophia) อันเป็นสถานที่สัญลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของตุรกี ในนครอิสตันบูล ให้เปลี่ยสภาพมาเป็นสถานที่ประกอบกิจทางศาสนาอิสลาม

ความคืบหน้าดังกล่าวมีขึ้นในวันเดียวกันกับที่ศาลสูงสุดพิพากษาว่า การใช้"ฮาเกียโซเฟีย" ซึ่งเป็นสิ่งปลูกสร้างอายุเกือบ 1,500 ปี เป็นสถานที่จัดแสดงหรือเป็นพิพิธภัณฑ์นั้นเป็นการใช้งานที่ผิดกฎหมาย

สภาแห่งรัฐซึ่งเป็นศาลปกครองสูงของตุรกี ระบุในคำตัดสินว่า เอกสารประกอบการระงับข้อพิพาทซึ่งถูกยื่นโดยรัฐบาลตุรกี ระบุให้ตัวมัสยิดและพื้นที่ภายนอกอาหารไม่อาจถูกใช้เพื่อการอื่นได้นอกจากเพื่อการปฏิบัติศาสนกิจ และว่ามติของคณะรัฐมนตรีตุรกีเมื่อปีค.ศ. 1934 ที่ให้สิ้นสุดการใช้งานสิ่งก่อสร้างนี้ในฐานะมัสยิด และเปลี่ยนให้เป็นพิพิธภัณฑ์นั้นไม่ถูกต้องตามกฎหมาย

การประกาศเปลี่ยนแปลงสถานะดังกล่าวได้สร้างเสียงเตือนจากนานาชาติซึ่งไม่เห็นด้วยที่จะแปรสภาพพิพิธภัณฑ์ซึ่งถูกขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโก กลับมาเป็นสถานที่ปฏิบัติกิจของชาวมุสลิม ซึ่งตามประวัติศาสตร์แล้ว"ฮาเกียโซเฟีย"เป็นสถานที่เคารพของทั้งผู้ที่นับถือศริสต์และอิสลาม จึงไม่ควรถูกระบุสถานะเป็นของศาสนาใดศานาหนึ่ง

โดยกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ และผู้นำศาสนจักรหลายนิกายจากหลายประเทศ ต่างแสดงความกังวลเกี่ยวกับการเปลี่ยนสถานภาพของแหล่งท่องเที่ยวอันเป็นมรดกโลกยูเนสโก ซึ่งเคยเป็นศูนย์รวมของจักรวรรดิไบแซนไทน์ที่นับถือศาสนาคริสต์ และจักรวรรดิออตโตมันที่นับถือศาสนาอิสลามในอดีต มาเป็นที่ปฏิบัติกิจทางศาสนาอิสลาม ซึ่งอาจนำไปสู่ข้อขัดแย้งทางศาสนาได้

สำหรับวิหารฮาเกียโซเฟีย เดิมนั้นถูกสร้างขึ้นในฐานะโบสถ์คริสต์สมัยจักรพรรดิคอนสแตนเชียสที่ 2 แห่งจักรวรรดิโรมันแล้วเสร็จเมื่อค.ศ.360 ก่อนจะถูกต่อเติมสร้างขยายเป็นมหาวิหาร (Basilica of the Hagia Sophia) ช่วงปีค.ศ. 532 สมัยอาณาจักรไบแซนไทน์ โดยมีสถานะเป็นมหาวิหารแบบคริสต์

กระทั่งปีค.ศ.1057-1204 ถูกแปรสถานะมาเป็นมหาวิหารภายในศริตรจักร์กรีกออโทดอกซ์ ปี1204-1261 ถูกเปลี่ยนเป็นวิหารคาทรอลิก ปี1261-1453 กลับมามีสถาะเป็นกรีกออโทดอกซ์

กระทั่งอาณาจักร์ออตโตมันปกครอง วิหารแห่งนี้ถูกเปลี่ยนเป็นมัสยิดอิสลามระหว่างปี 1453-1935 ก่อนที่รัฐบาลตุรกีภายใต้การนำของ มุสทาฟา เคมัล อัลทาเติร์ก ได้เปลี่ยนสถานะของมัสยิดมาเป็นพิพิธภัณฑ์จนถึงปัจจุบัน จนล่าสุดรัฐบาลเออร์โดอันได้ประกาศเปลี่ยนกลับไปเป็นสถานที่ประกอบกิจทางศาสนาของชาวมุสลิมอีกครั้ง

ที่ผ่านมานับตั้งแต่การครองอำนาจของปธน.เออร์โดอัน ได้แสดงท่าทีอันชัดเจนในการผลักดันให้สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังแห่งนี้ เปลี่ยนเป็นศาสนาสถานของอิสลาม เช่นเดียวกับความพยายามในการผลักดันให้ศาสนาอิสลามกลายมาเป็นศาสนาหลักในการเมืองของตุรกี ซึ่งภายหลังที่ผู้นำตุรกีประกาศดังกล่าว ประชาชนจำนวนมากที่สนับสนุนเขา ต่างออกมาโห่ร้องแสดงความยินดีที่ด้านนอกวิหาร เช่นเดียวกับสมาชิกในสภาแห่งชาติตุรกี ต่างลุกขึ้นปรบมือแสดงความยินดี

บทความแนะนำ