ผู้นำบราซิลติดโควิด-19

วันที่ 07 ก.ค. 2563 เวลา 22:30 น.
ผู้นำบราซิลติดโควิด-19
ไม่รอด! ผลตรวจยืนยัน "ฌาอีร์ โบลโซนารู" ประธานาธิบดีบราซิล ติดโควิด-19

ประธานาธิบดีฌาอีร์ โบลโซนารู (Jair Bolsonaro) ผู้นำบราซิลวัย 65 ปี เปิดเผยต่อสื่อในวันอังคารตามเวลาท้องถิ่นว่า มีผลตรวจเชื้อโคโรนาไวรัส2019 หรือ โควิด-19 เป็นบวก หลังจากที่ตนเริ่มรู้สึกไม่สบายตั้งแต่ช่วงวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ทั้งนี้ยืนยันว่าอาการโดยรวมขณะนี้ยังคงดี และยังมีสภาพปอดสมบูรณ์

ประธานาธิบดีโบลโซนารู กล่าวในตอนหนึงขณะเผยการติดเชื้อต่อสื่อมวลชนที่ด้านนอกทำเนียบรัฐบาลในกรุงบราซิลเลีย พร้อมถอดหน้ากากอนามัยออกขณะแถลงข่าวในระยะห่างจากนักข่าวเพียงไม่กี่เมตรว่า "ดูผมสิ ... ผมยังสบายดี ขอบคุณพระเจ้าและขอบคุณทุกคนที่สวดภาวนาให้ผม .. ส่วนพวกที่วิจารณ์ผม ไม่เป็นไร วิจารณ์ต่อไปตราบเท่าที่พวกคุณต้องการ"

ผู้นำขวาจัดแห่งบราซิล ได้ตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์โดยตลอด ถึงความละเลยและมองข้ามการรับมือต่อสถานการณ์ระบาดของไวรัสโควิดในประเทศ ประโยคเด็ดที่ผู้นำบราซิลเคยกล่าวคือการเปรียบเทียบเชื้อโควิด-19 ไม่ต่างอะไรกับโรคหวัดทั่วไป

ผ่านมาตัวผู้นำบราซิลไม่มีการรักษาระยะห่างทางสังคม ปฏิเสธการสวมหน้ากาก เดินสายพบปะปราศรัยต่อกลุ่มผู้สนับสนุน ทั้งยังมีจุดยืนสนับสนุนชาวบราซิลจำนวนหนึ่งที่ออกมาเดินขบวนต่อต้านมาตรการล็อกดาวน์เมืองของหน่วยงานท้องถิ่นในแต่ละมลรัฐ

ก่อนหน้าการเผยติดเชื้อเพียงไม่กี่ชั่วโมง สื่อท้องถิ่นในบราซิลได้รายงานว่า ปธน.โบลโซนารู เริ่มมีอาการไข้สูง38องศา เริ่มมีอาการไอ ซึ่งเป็นอาการโดยทั่วไปของการติดเชื้อโควิด โดยผู้นำบราซิลยังได้รับประทานยาคลอโรควิน หรือ "ไฮดรอกซีคลอโรควิน" ซึ่งเป็นยาต้านมาลาเรีย และยาแอซิโทรไมซิน ซึ่งเป็นยาปฏิชีวนะ ที่บางฝ่ายเชื่อว่าสามารถป้องกันหรือรักษาการติดเชื้อโควิดได้แม้จะยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับก็ตาม

อย่างไรก็ดี ยังไม่ชัดเจนว่าผู้นำบราซิลติดเชื้อโควิดจากที่ใด เนื่องจากช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาเขาได้ไปร่วมงานหลายงาน แต่อาการป่วยของโบลโซนารูมีขึ้นตามมาเพียง 3 วันหลังจากที่ได้พบปะกับนายทอดด์ แชปแมน เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำบราซิลเนื่องในงานฉลองวันชาติสหรัฐ 4 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยทั้งปธน.โบลโซลนารู พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี 5 คนและทูตแชปแมนมีภาพถ่ายที่ยืนยันถึงการสัมผัสใกล้ชิดโดยไม่มีการสวมหน้ากากป้องกันเชื้อ ทั้งยังร่วมโต๊ะรับประทานอาหารด้วยกัน

นับตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา ผู้นำบราซิลได้เข้ารับการตรวจเชื้อโควิดในหลายครั้ง หลังจากที่พบบุคคลในคณะทำงานใกล้ชิดทยอยติดเชื้อโควิดไปแล้วหลายราย แต่ผู้นำบราซิลก็มีผลตรวจการติดเชื้อเป็นลบมาโดยตลอด ซึ่งแม้ตนจะมีความเสี่ยงติดเชื้อเพียงใด แต่ปธน.บราซิลก็ยังคงเพิกเฉยต่อการเว้นระยะห่างและไม่แย่แสต่อการใส่หน้ากากเช่นเดิม

ปัจจุบันบราซิลมีผู้ป่วยโควิดสะสมมากสุดเป็นอันดับสองของโลกรองจากสหรัฐที่กว่า 1.65 ล้านคน เสียชีวิตถึงกว่า 65,000 คน รักษาหายแล้วราว 979,000 ราย

บทความแนะนำ