ปีนี้มีการสังหารหมู่ในสหรัฐมากที่สุดเป็นประวัติการณ์

วันที่ 29 ธ.ค. 2562 เวลา 12:38 น.
ปีนี้มีการสังหารหมู่ในสหรัฐมากที่สุดเป็นประวัติการณ์
 

ฐานข้อมูลที่รวบรวมโดยสำนักข่าว AP หนังสือพิมพ์ USA Today และมหาวิทยาลัย Northeastern University พบว่ามีการสังหารหมู่ในสหรัฐในปี 2562 มากกว่าปีใดๆ หากจะย้อนหลังไปถึงอย่างน้อยในช่วงทศวรรษที่ 1970

โดยรวมแล้วมีการสังหารหมู่ 41 ครั้ง ซึ่งการสังหารหมู่ในที่นี้หมายถึงการฆาตกรรมที่มีผู้เสียชีวิต 4 คนขึ้นไปซึ่งไม่รวมผู้กระทำความผิด ในจำนวนนั้นมี 33 กรณีเป็นการกราดยิงสังหาร รวมแล้วมีผู้เสียชีวิตกว่า 210 คน

การสังหารหมู่ส่วนใหญ่แทบจะไม่เป็นข่าวในระดับประเทศ แสดงถึงความล้มเหลวในการทำให้ประชาชนทั่วไปตระหนักถึงสิ่งที่เกิดขึ้น สาเหตุเพราะการสังหารหมู่ส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดขึ้นในสถานที่สาธารณะ เช่นการสังหารหมู่ในเมืองเอลปาโซและเมืองโอเดสซาในรัฐเท็กซัส เมืองเดย์ตันในรัฐโอไฮโอ เมืองเวอร์จิเนียบีช รัฐเวอร์จิเนีย และเมืองเจอร์ซีย์ซิตี รัฐนิวเจอร์ซีย์

การสังหารส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับคนที่รู้จักกันมาก่อน เกี่ยวกับความขัดแย้งในครอบครัว ยาเสพติด หรือความรุนแรงในแก๊ง หรือผู้ที่มีโกรธแค้นเพื่อนร่วมงานหรือญาติ

แต่ในหลายกรณีเจตนาของผู้กระทำผิดยังคงเป็นปริศนาอยู่

เช่น กรณีที่มีการสังหารหมู่ครั้งแรกของปี 2562 เมื่อชายวัย 42 ปีใช้ขวานจามแม่กับพ่อเลี้ยงแฟนสาวและลูกสาววัย 9 เดือนจนตายในเมืองแคลกามัส รัฐโอเรกอน ส่วนคนที่อยู่ในเหตุการณ์อีก 2 คนเป็นเพื่อนร่วมห้องและเด็กหญิงอายุ 8 ปีพยายามหลบหนีได้สำเร็จ การอาละวาดของคนร้ายสิ้นสุดลงเมื่อตำรวจตอบโต้ยิงฆาตกรจนเสียชีวิต

กรณีนี้ คนร้ายมีเรื่องทะเลาะกับตำรวจในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่ยังไม่ทราบว่าเหตุจูงใจที่ผลักดันให้เขาโจมตีคนในครอบครัวตัวเองคืออะไร เขาเพิ่งผ่านฝึกอบรมงานที่ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ และแม้จะมีการโต้เถียงกับญาติของเขาเป็นครั้งคราวแต่ส่วนใหญ่กล่าวว่าไม่มีอะไรผิดปกติจนต้องกังวลว่าเขาอาจจะทำเรื่องไม่คาดฝัน

ปัญหาการก่อเหตุสังหารหมู่จึงไม่ได้มีแค่ปมเงื่อนเรื่องอาวุธปืนเสรี แต่ยังมีปมเงื่อนเรื่องแรงจูงใจที่เป็นปริศนาในหลายๆ กรณีด้วย