เศรษฐีหนีโลก: ย้ายไปอยู่ดาวอังคารโครงการเพื่อทุกคน?

  • วันที่ 05 ก.ย. 2562 เวลา 21:00 น.

เศรษฐีหนีโลก: ย้ายไปอยู่ดาวอังคารโครงการเพื่อทุกคน?

เมื่อโลกสลาย ทุกคนจะหนีไปอยู่ดาวอังคารตามที่ อีลอน มัสก์ บอกได้จริงหรือ

การประชุมด้านปัญญาประดิษฐ์ระดับโลก World Artificial Intelligence ที่เมืองเซี่ยงไฮ้ของจีนเมื่อเร็วๆ นี้ ระหว่าง แจ็ก หม่า ผู้ก่อตั้งอาลีบาบากรุ๊ป กับอีลอน มัสก์ ผู้ก่อตั้งบริษัทรถยนต์ไฟฟ้า เทสลา และธุรกิจอวกาศ สเปซเอ็กซ์ มีการดีเบตแลกเปลี่ยนทัศนะกันในหลายเรื่องตามที่โพสต์ทูเดย์เคยนำเสนอไปแล้ว แต่ประเด็นที่น่าสนใจคือการถกกันเรื่องพามนุษย์ไปดาวอังคาร

แจ็ก หม่า ตั้งคำถามถึงโครงการพามนุษย์ไปอาศัยอยู่บนดาวอังคารของ อีลอน มัสก์ ว่าอาจจะต้องใช้งบประมาณมหาศาล ซึ่งหากนำเงินเหล่านี้มาพัฒนาและฟื้นฟูโลกที่เราอยู่ให้ดีขึ้น เช่น การเก็บขยะพลาสติกออกจากมหาสมุทร อาจจะมีประโยชน์กับมนุษยชาติมากกว่า

สเปซเอ็กซ์ของ อีลอน มัสก์ ทดสอบจรวด Starhopper รุ่นต้นแบบที่จะใช้เดินทางไปยังดาวอังคาร บริเวณฐานปล่อยในเมืองโบกาชิกา รัฐเทกซัสของสหรัฐ REUTERS/Trevor Mahlmann

มัสก์มองว่าการไปสร้างชุมชนใหม่บนดาวอังคารคือแผนสำรองเพื่อให้อารยธรรมของมนุษย์คงอยู่ต่อไปหลังการล่มสลายของโลกใบนี้ แต่หากมองอีกแง่หนึ่งคงจะมีเฉพาะบรรดามหาเศรษฐีกระเป๋าหนักซึ่งไม่น่าจะเกิน 1% ของคนทั้งโลกเท่านั้นที่จะได้ขึ้นไปอยู่บนดาวเคราะห์สีแดงดวงนี้ เพราะเหตุผลเรื่องค่าใช้จ่ายที่สูงเกินเอื้อมสำหรับคนส่วนใหญ่

ผู้ก่อตั้งเทสลาเคยทวีตว่าค่าตั๋วไปดาวอังคารกับสเปซเอ็กซ์จะอยู่ที่ 500,000 เหรียญสหรัฐ หรือ 1.53 ล้านบาทต่อคน ยังไม่รวมกับค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่จะตามมาอีก โครงการนี้จึงถูกมองว่าเป็น “โครงการหนีจากโลกของเหล่าคนรวย” เท่านั้น ส่วนคนจนก็จะถูกทิ้งให้อยู่กับปัญหาที่คนรวยก่อไว้บนโลกที่ทรุดโทรม

วงการบันเทิงฝั่งฮอลลีวูดหยิบยกปัญหานี้มาสร้างภาพยนตร์ไว้หลายเรื่อง อาทิ Elysium ที่ถ่ายทอดเรื่องราวของการแบ่งชนชั้นวรรณะของมนุษย์ที่เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 2159 ที่โลกของเราเสื่อมโทรม เต็มไปด้วยกองขยะและประชากรล้นโลก ซึ่งทั้งสองปัญหานี้เริ่มมองเห็นแล้วในปัจจุบัน จนเกิดปัญหาความวุ่นวายต่างๆ ตามมามากมาย ทำให้มนุษย์กลุ่มหนึ่งที่มีอันจะกิน ใช้เงินของพวกเขาหนีไปสร้างโลกใบใหม่ขึ้นในอวกาศ โดยอยู่ห่างจากโลกเดิมที่เราอาศัยอยู่ซึ่งเน่าเละไม่มากนัก

ฐานปฏิบัติการจำลองบนดาวอังคาร Mars Base 1 ในทะเลทรายโกบีของจีน Photo by WANG ZHAO / AFP

อีกเรื่องหนึ่งคือ Interstellar ภาพยนตร์เรื่องนี้เล่าเรื่องราวในช่วงยุคปลายของโลกที่ทุกอย่างกำลังจะจบสิ้นลงตามวัฏจักรของจักรวาล มนุษย์ต้องเผชิญกับความยากแค้น ขาดแคลนอาหาร และต้องเผชิญภัยพิบัติทางธรรมชาติที่ส่วนหนึ่งเกิดเพราะน้ำมือมนุษย์ จนไม่สามารถกอบกู้โลกขึ้นมาใหม่ได้ มนุษย์กลุ่มหนึ่งจึงต้องเดินทางสู่กาแล็กซี่เพื่อค้นหาดาวดวงใหม่ที่จะใช้เป็นบ้าน

อย่างไรก็ดี อย่างที่หลายคนทราบดีว่าสภาพบนดาวอังคารไม่เหมาะกับการดำรงชีวิตของมนุษย์ เนื่องจากผิวของดาวอังคารไม่มีน้ำ ดังนั้นแทนที่เราจะเสียเงินมหาศาลไปกับการปรับสภาพดาวให้เหมาะกับการอยู่อาศัย เราน่าจะให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาต่างๆ บนโลกที่มนุษย์สร้างขึ้นมาอย่างที่หม่าบอก  หรือสนับสนุนเงินทุนให้กับโครงการที่จะช่วยทำให้โลกของเราน่าอยู่ขึ้นมากกว่า อย่างเช่น โครงการเก็บขยะออกจากมหาสมุทร The Ocean Cleanup ของ โบแยน สแลท หนุ่มนักประดิษฐ์ชาวดัตช์วัย 25 ปี ที่ต้องใช้เงินทุนในการวิจัยและพัฒนาปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ส่วน รอน แกแรน อดีตนักบินอวกาศขององค์การนาซาที่เคยออกไปเดินสำรวจห้วงอวกาศถึง 4 ครั้ง  มองไกลไปถึงขั้นว่า มนุษย์ควรนำเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นเพื่อขึ้นไปใช้ชีวิตบนดาวอังคารมาพัฒนาโลกที่เราอยู่ให้ดีขึ้น แกแรนยืนยันว่าเขายังสนับสนุนการสำรวจดาวดวงอื่น แต่เขาเห็นว่าไม่มีเหตุผลที่มนุษย์จะย้ายจากโลกใบนี้ที่มีทุกอย่างที่จำเป็นต่อการดำรงชีพ ทั้งน้ำ อากาศ ไปยังดาวอังคารที่ไม่เอื้อต่อการดำรงชีวิต

หากมองอีกมุมหนึ่ง ต่อให้เรามีเงินสร้างอาณาจักรใหม่บนดาวดวงอื่น แต่ถ้ามนุษย์เรายังไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เคยทำร้ายโลก ดาวดวงใหม่ก็ต้องพบจุดจบไม่ต่างจากโลกจนมนุษย์ต้องย้ายหนีอีกนับครั้งไม่ถ้วน เมื่อถึงเวลานั้น มนุษย์คงถูกตราหน้าว่าเกิดมาเพื่อเป็นผู้ทำลายล้างอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ