เฉินหลง พระเอกบู๊ชาวฮ่องกง แต่กลับเป็นกระบอกเสียงให้รัฐบาลจีน

  • วันที่ 16 ส.ค. 2562 เวลา 19:30 น.

เฉินหลง พระเอกบู๊ชาวฮ่องกง แต่กลับเป็นกระบอกเสียงให้รัฐบาลจีน

เฉินหลงหงายไพ่ประกาศตัวหนุนรัฐบาลจีนเต็มที่ หลังการประท้วงในฮ่องกงบ้านเกิดลุกลามบานปลายเข้าสู่สัปดาห์ที่ 10 และยังไม่มีทีท่าจะจะยุติ

เมื่อเร็วๆ นี้ แจ็กกี้ ชาน หรือเฉินหลง นักแสดงบู๊ของฮ่องกง  ให้สัมภาษณ์กับ CCTV สื่อของรัฐบาลจีนถึงกรณีการชุมนุมประท้วงในฮ่องกงว่า รู้สึกผิดหวังมากที่เกิดความวุ่นวายในบ้านเกิด และยังเผยอีกว่าเข้าร่วมแคมเปญพิทักษ์ธงชาติจีน (Five-Star red flag has 1.4 billion guards) ของ CCTV ทันทีที่ได้เห็นข้อความดังกล่าว หลังจากก่อนหน้านี้กลุ่มผู้ประท้วงบางส่วนได้โยนธงชาติจีนที่ชักขึ้นที่อ่าววิกตอเรียของฮ่องกงลงไปในทะเล สร้างความขุ่นเคืองให้ชาวจีนแผ่นดินใหญ่อย่างมาก

เฉินหลงเผยกับ CCTV ว่า “ผมต้องการแสงความรักชาติขั้นพื้นฐานในฐานะที่เป็นพลเมืองฮ่องกงและคนจีน ผมเป็นหนึ่งในองครักษ์พิทักษ์ธงชาติ และผมต้องการแสดงพลังของพวกเราด้วยการเข้าร่วมกับแคมเปญนี้” และยังย้ำอีกว่า “ผมเคยเดินทางไปหลายประเทศ ประเทศของเราพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีมานี้ ไม่ว่าจะไปที่ไหนผมก็ยังภาคภูมิใจในความเป็นคนจีน ธงชาติจีนได้รับการยอมรับไปทั่วโลก” และ “ฮ่องกงคือบ้านเกิดของผม จีนคือประเทศของผม ผมรักประเทศและบ้านเกิด”

เฉินหลงเป็นหนึ่งในนักแสดงฮ่องกงที่ประกาศตัวว่าอยู่ข้างรัฐบาลจีนอย่างชัดเจน เมื่อปี 2009 นักแสดงบู๊วัย 65 ปีได้สร้างความไม่พอใจให้กับชาวฮ่องกงด้วยการเอ่ยถึงการประท้วงรัฐบาลจีนในฮ่องกงว่า “ถ้าคุณมีอิสระมากเกินไป คุณก็จะเป็นเหมือนที่ฮ่องกงเป็นอยู่ตอนนี้คือวุ่นวายมาก ไต้หวันก็วุ่นวาย ผมคิดว่าถึงเวลาแล้วที่คนจีนควรถูกควบคุม”

อีก 3 ปีต่อมาเฉินหลงให้สัมภาษณ์โดยเรียกบ้านเกิดของตัวเองว่าเป็น “เมืองแห่งการประท้วง” และยังกล่าวว่าทางการควรกำหนดเงื่อนไขว่าเรื่องใดประท้วงได้เรื่องใดประท้วงไม่ได้ นอกจากนี้ ยังร่วมงานกับสื่อจีนที่โปรโมทแนวคิดความเป็นชาตินิยมอีกหลายครั้ง ซึ่งเปรียบเสมือนการเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ให้รัฐบาลจีนกลายๆ

ขณะที่คนดังบางส่วนก็เดินหน้าคัดค้านจีนเช่นกัน เช่น เดนิส โฮ นักร้องนักแสดงป็อปชื่อดังของฮ่องกง เข้าร่วมการเคลื่อนไหวกับชาวฮ่องกงตั้งแต่การประท้วงร่มเหลืองเรียกร้องสิทธิในการเลือกผู้นำของตัวเองเมื่อปี 2014 รวมทั้งการประทั้วงครั้งล่าสุดนี้ด้วย ผลก็คือรัฐบาลจีนสั่งห้ามไม่ไห้เธอจัดการแสดงในจีนแผ่นดินใหญ่นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ทั้งที่ก่อนหน้านี้โฮขึ้นคอนเสิร์ตที่จีนแผ่นดินใหญ่กว่า 100 ครั้ง โดยทางการจีนยังถอดเพลงของเธอออกจากเว็บไซต์สตรีมมิ่งทั้งหมด จนต้องสูญเสียรายได้ไปนับแสนเหรียญสหรัฐ

กรณีของโฮถือเป็นการเชือดไก่ให้ลิงดูสำหรับศิลปินที่ต้องพึ่งตลาดจีนแผ่นดินใหญ่ว่าทางการจะไม่ทนกับคนที่มีความเห็นทางการเมืองแตกต่าง ทำให้นักแสดงบางคนพยายามอยู่ห่างจากการเมือง ขณะที่บางคนเลือกสนับสนุนรัฐบาลจีนแลกกับความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงานทั้งยังได้รับตำแหน่งสำคัญๆ ในพรรคคอมมิวนิสต์

ความรักชาติของเฉินหลงเริ่มเห็นผล ในปี 2013 เมื่อเจ้าตัวได้รับการแต่งตั้งให้เป็นสมาชิกสภาที่ปรึกษาทางการเมืองของจีน (CPPCC) หนึ่งในองค์กรสำคัญที่ทำหน้าที่ให้คำแนะนำทางการเมืองของจีน เป็นสัญญาณบอกอ้อมๆ ว่าเฉินหลงมีความสัมพันธ์กับรัฐบาลจีนอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ ยังมีตำแหน่งอื่นๆ อีก เช่น รองประธานสมาคมเพื่อการส่งเสริมวัฒนธรรม ทูตต่อต้านยาเสพติด ทว่า เจย์ซีบุตรชายของเฉินหลงกลับถูกทางการจีนจับกุมในข้อหาครอบครองและเสพกัญชา ทำเอาคนเป็นพ่อเผยว่ารู้สึกอับอายและเสียใจกับการกระทำของลูก

หากมองอีกมุมหนึ่ง จีนถือเป็นตลาดใหญ่ที่จะชี้วัดรายได้ของศิลปินและนักแสดง หากตลาดจีนไม่ต้อนรับนั่นก็หมายความว่ารายได้ก้อนใหญ่หายไปในพริบตา ตัวอย่างเช่น ภาพยนตร์เรื่อง  Chasing The Dragon II ของเหลียงเจียฮุยที่ลงโรงฉายในจีนแผ่นดินใหญ่ช่วงเดียวกับที่เจ้าตัวเข้าร่วมการชุมนุมสนับสนุนฝ่ายตำรวจ สามารถทำรายได้ถึง 43.6 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนเรื่อง Midnight Dinner ที่เจ้าตัวกำกับและมีกำหนดจะฉายในจีนปลายเดือนนี้ ก็ถูกชาวโซเชียลมีเดียตั้งข้อสังเกตว่าอาจจะเป็นผลดีจากการหนุนจีน เพราะแม้จะถ่ายทำเสร็จตั้งแต่ปี 2017 แต่กลับไม่มีกำหนดฉายที่จีน ทว่าหลังเหลียงเจียฮุยเข้าร่วมชุมนุม ภาพยนตร์ก็ได้เข้าฉายทันที

นอกเหนือจากเรื่องหน้าที่การงาน คนจีนไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนล้วนมีความรู้สึกรักความเป็นคนจีน ยิ่งมีรายงานข่าวว่ามีชาวต่างชาติเข้ามาแทรกแซงยุยงให้ชาวฮ่องกงลุกขึ้นมาประท้วงยิ่งทำให้ความเป็นเชื้อชาตินิยมยิ่งรุนแรงขึ้นอีก บางคนจึงรู้สึกว่าต้องลุกขึ้นมาปกป้องชาติ

อย่างไรก็ดี ความรู้สึกของชาวฮ่องกงต่อเฉินหลงนั้นไม่สู้ดี โดยเฉพาะต่อคลิปที่เฉินหลงเพิ่งให้สัมภาษณ์กับ CCTV บัญชีทวิตเตอร์ Hong Kong World City ระบุว่า “ฮ่องกงเกลียดคุณ” ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตอีกรายบอกว่า “ช่างกล้านะ ตาแก่เฉินหลง” อีกรายหนึ่งคอมเม้นท์ว่า “หน้าไม่อาย”

ข่าวอื่นๆ