มหาเธร์: "ลดความคลั่งชาติลงบ้างนะ เรียนรู้ภาษาอังกฤษบ้าง ประเทศจะได้ก้าวหน้า"

  • วันที่ 16 ก.ค. 2562 เวลา 15:47 น.

มหาเธร์: "ลดความคลั่งชาติลงบ้างนะ เรียนรู้ภาษาอังกฤษบ้าง ประเทศจะได้ก้าวหน้า"

นายกมหาเธร์แนะ ควรสอนวิชาวิทย์-คณิตเป็นภาษาอังกฤษ ลดความชาตินิยมลงบ้าง ประเทศจะได้ก้าวหน้าและแข่งกับนานาชาติได้

เดอะสตาร์ออนไลน์รายงานว่า นายกรัฐมนตรี มหาเธร์ โมฮัมหมัด วัย 94 ปี ของมาเลเซียได้กล่าวในระหว่างการประชุมรัฐสภาในวันนี้ โดยได้ระบุถึงบางกลุ่มที่เป็นหัวอนุรักษ์นิยมระบุว่า ควรละทิ้งความคลั่งชาติด้วยการเปิดรับการเรียนรู้ภาษาต่างชาติบ้าง เพื่อให้เตรียมความพร้อมให้เยาวชนมาเลย์สามารถแข่งขันกับนานาชาติได้ในอนาคต

"มันยากนะที่จะหาผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญใหม่ๆแปลเป็นภาษาประจำชาติของเรา หากเรายังมัวแต่ไม่เปิดกว้างเรียนรู้ภาษาอื่นๆบ้าง .. ในมุมมองของผม แนวคิดชาตินิยมเท่าให้เรามีแนวโน้มอนุรักษ์ภาษาถิ่นมากขึ้น ประเทศที่ประชาชนเอาแต่ยืนกรานอนุรักษ์ภาษาถิ่นของพวกเขา .. หากพวกเขาไม่เรียนรู้สิ่งใหม่ๆบ้างประเทศจะไม่ก้าวหน้า"

นายกมหาเธร์กล่าวต่อที่ประชุมสภาเนื่องจากต้องการผลักดันให้การเรียนการสอนในโรงเรียนทั่วมาเลเซียโดยเฉพาะวิชาวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ไอที และเอไอ ให้เป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ PPSMI ซึ่งนโยบายดังกล่าวเริ่มใช้มาตั้งแต่สมัยมหาเธร์เป็นนายกฯในปี 2003 ก็มีผู้คัดค้านเรื่อยมาว่าต้องการให้ใช้ภาษาบาฮาซามาเลเซีย ในการเรียนการสอน เพราะเป็นภาษาแม่ของมาเลเซีย ไม่ใช้ภาษาของอดีตเจ้าอาณานิคมอย่างอังกฤษ

 

Photo: Astro Awani

ดร.มหาเธร์ยังได้กล่าวย้ำว่าผู้ที่ไม่ได้เรียนรู้ในภาษาที่เป็นแหล่งของความรู้เช่นภาษาอังกฤษนั้นจะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

"การรู้ภาษาอังกฤษในแง่ของการสอนและการเรียนนั้นเป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากเป็นภาษาสากลที่จำเป็นสำหรับการจัดการ และการบริหาร" เขายังกล่าวพร้อมเสริมว่าการเรียนรู้ภาษานั้นช่วยในการเพิ่มโอกาสการจ้างงานด้วยเช่นกัน

ดร.มหาเธร์ยกตัวอย่างด้วยว่า นักศึกษามาเลย์ที่ศึกษาอยู่ต่างประเทศ นอกจากเรียนภาษาอังกฤษแล้ว ยังต้องศึกษาภาษาอื่นๆเช่นกันอย่างเยอรมัน รัสเซีย หรืออาราบิก

ดร.มหาเธร์ยังระบุอีกว่า การค้นพบและความก้าวหน้าในอนาคตนั้นจะเกิดขึ้นในสาขาวิชาวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ บนพื้นฐานของการรู้ภาษาอังกฤษและภาษาอื่นๆ แม้จะหนุนให้เรียนคณิต-วิทย์เป็นภาษาอังกฤษ แต่นายกมหาเธร์ยืนกรานว่า เด็กนักเรียนก็ยังได้เรียนภาษาถิ่นเช่นกัน และใช้ภาษาถิ่นมาเลย์ในชีวิตประจำวัน

ทั้งนี้ นับตั้งแต่ที่นายกมหาเธร์กลับคืนสู่อำนาจในปี 2018 นั้น ได้ผลักดันการใช้ภาษาอังกฤษในทุกภาคส่วน ไม่เว้นแม้แต่ส่วนราชการ ที่ได้เผยแนวคิดจัดทดสอบทักษะความรู้ด้านภาษาอังกฤษ แก่เจ้าหน้าที่รัฐ และข้าราชการระดับสูงของรัฐบาลและหน่วยงานต่างๆ เนื่องจากมีความจำเป็นอย่างมากในการติดต่อกับต่างชาติ รวมถึงยังสะท้อนภาพลักษณ์ของรัฐบาล และคุณภาพในระบบการศึกษาของประเทศด้วย

ทั้งนี้ จากการจัดอันดับของดัชนีวัดความรู้ภาษาอังกฤษ หรือ EF English Proficiency Index (EF EPI) ในปี 2017 พบว่า ทักษะภาษาอังกฤษของประชากรชาวมาเลเซียอยู่ในอันดับที่ 13 ส่วนประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 53 จากทั้งหมด 80 อันดับของโลก

ที่มา : https://www.thestar.com.my

 

ข่าวอื่นๆ