พม่าแบบเดิมๆ

วันที่ 10 พ.ย. 2553 เวลา 07:05 น.
กรณีการยิงต่อสู้ระหว่างกองกำลังชนกลุ่มน้อยกระเหรี่ยงพุธ (ดีเคบีเอ) และฝ่ายกองทัพพม่าที่เมืองเมียวดี ตรงข้าม อ.แม่สอด จ.ตาก เมื่อสองวันก่อนจนทำให้มีผู้อพยพทะลักเข้าสู่ชายแดนไทยกว่า 2 หมื่นคน มองในด้านหนึ่งก็ต้องบอกว่าเป็นปรากฏการณ์เดิม ที่เกิดขึ้นมาตลอดระยะกว่าครึ่งศตวรรษที่เพื่อนบ้านอย่างไทย เจอะเจอมาตลอดครับ

โดย....ธนพล ไชยภาษี

กรณีการยิงต่อสู้ระหว่างกองกำลังชนกลุ่มน้อยกระเหรี่ยงพุธ (ดีเคบีเอ) และฝ่ายกองทัพพม่าที่เมืองเมียวดี ตรงข้าม อ.แม่สอด จ.ตาก เมื่อสองวันก่อนจนทำให้มีผู้อพยพทะลักเข้าสู่ชายแดนไทยกว่า 2 หมื่นคน มองในด้านหนึ่งก็ต้องบอกว่าเป็นปรากฏการณ์เดิม ที่เกิดขึ้นมาตลอดระยะกว่าครึ่งศตวรรษที่เพื่อนบ้านอย่างไทย เจอะเจอมาตลอดครับ

ปัญหาการเมือง และปัญหาชนกลุ่มน้อยในพม่า คือความเรื้อรังที่สาหัสที่สุดปัญหาหนึ่งในโลก ถ้าอยากจะโทษว่าใครคือต้นตอของปัญหา ก็ต้องบอกว่า ต้องโทษกันทุกฝ่าย

ฝ่ายแรก ก็คือต้องโทษอังกฤษ เจ้าอาณานิคมเดิมของพม่า ที่ใช้นโยบาย “แบ่งแยกและปกครอง” พม่ามาตลอดทั้งๆ ที่ดินแดนอาณานิคมแห่งนี้มีความหลากหลายทางเชื้อชาติ วัฒนธรรม และศาสนาสูง มีคนหลายกลุ่ม การปกครองจำเป็นต้องสร้างความเป็นหนึ่งเดียวให้เกิดขึ้นให้ได้ แต่แน่นอน อังกฤษในฐานะผู้ขูดรีดนั้นย่อมไม่ต้องการให้พม่าเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันแน่นอน

ฝ่ายที่สอง คือ รัฐบาลพม่า ที่ใช้วิธี “หักหลัง” เชื้อชาติอื่นมาโดยตลอด โดยเฉพาะการฉีกรัฐธรรมนูญปี 1957 ที่พม่าและชนกลุ่มน้อยต่างร่างขึ้นร่วมกัน ว่าหลังจากได้เอกราชไปแล้ว 10 ปี ก็จะให้ดินแดนต่างๆ แยกตัวเป็นเอกราชได้ แต่ในที่สุดในปี 1967 ก็ใช้กองทัพเข้ายึดและตีชนกลุ่มน้อยต่างๆ

เหตุผลหลักๆ ที่พม่าไม่ยอมปล่อยดินแดนต่างๆ ให้เป็นเอกราชก็คือ ทรัพยากรครับ ทั้งประเทศพม่าเป็นดินแดนกว้างใหญ่ เช่น ในพื้นที่ของกะเหรี่ยง หรือไทยใหญ่นั้น ยังอุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติอีกมากมายลำพังดินแดนของชนชาติพม่าบริเวณตรงกลางประเทศนั้น แห้งแล้ง และเป็นทะเลทรายเสียมาก

ฝ่ายสุดท้าย ก็คือ ฝ่ายชนกลุ่มน้อยต่างๆ ที่ยังยึดในแนวทางที่จะปกครองตนเองอยู่ต่อไป ทั้งๆ ที่รู้ดีว่า พม่าก็ไม่มีวันยอม

พม่าในวันนี้ จึงเป็นเหมือนกับพม่าในช่วงกว่า 50 ปีที่ผ่านมาอย่างไม่เคยเปลี่ยน

แต่น่าเสียดายครับ โอกาสที่พม่าจะสงบได้นั้นใช่ว่าจะไม่มีช่องทางอยู่ โดยในความเป็นจริงรัฐบาลทหารพม่าไม่จำเป็นต้องร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ขึ้นแต่อย่างใด เพียงแต่นำรัฐธรรมนูญฉบับ 1957 กลับมาใช้ ก็จะสร้างความเชื่อใจให้เกิดขึ้นกับชนกลุ่มน้อยต่างๆ มากขึ้น

ยิ่งไปกว่านั้น รัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้ ยังระบุชัดว่าพม่าจะต้องมีกองกำลังเพียงหนึ่งเดียวคือกองทัพพม่า อีกทั้ง คณะทหารพม่ายังได้โควตาที่นั่งในรัฐสภาทั้งหมดคิดเป็น 25% โดยไม่ต้องเลือกตั้ง

ผลสรุปก็คือ การเลือกตั้งพม่าเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ก็เป็นความพยายามรวบอำนาจ รวบกำลังทหาร รวมประเทศครั้งใหม่ให้ขึ้นกับเชื้อชาติพม่าเท่านั้น ซึ่งแน่นอน ว่าชนกลุ่มน้อยที่มีกองกำลังอยู่นั้นไม่มีวันยอมครับ