การเมืองไร้อนาคต ทำเงินบาทอ่อนสุดในปีนี้

วันที่ 24 เม.ย. 2562 เวลา 12:30 น.
การเมืองไร้อนาคต ทำเงินบาทอ่อนสุดในปีนี้
 

ความผันผวนทางการเมืองในไทยทำให้ค่าเงินบาทที่เคยแข็งแกร่งและมีอนาคตสดใสที่สุดในเอเชีย กลับมาอ่อนค่าลงต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือนมกราคม ที่ 32.035 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 10 มกราคม และยังหล่นลงต่ำกว่าแนวรับที่ 32 บาทถึง 0.2% โดยเมื่อต้นสัปดาห์นี้ เงินบาทยังอ่อนค่าลงจากระดับเส้นค่าเฉลี่ย 100 วันเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนธันวาคมปี 2018

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ความเชื่อมั่นต่อค่าเงินบาทเสื่อมถอยลง เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับเสถียรภาพทางการเมือง หลังจากผลการเลือกตั้งยังไม่ชัดเจน อีกทั้งยังเกิดความกังวลเกี่ยวกับการที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินพิจารณาคำร้องของนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตผู้สมัคร ส.ส. พรรคไทยรักษาชาติ ที่ขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินส่งคำวินิจฉัยให้การเลือกตั้ง วันที่ 24 มีนาคม 2562 เป็นโมฆะ

ทั้งนี้ เงินบาทอ่อนค่าลง 0.8% แล้ว เมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐในไตรมาสนี้ หลังจากแข็งค่าขึ้น 2.5% ในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2019 สำหรับทิศทางของเงินบาทในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา เคยอ่อนค่าถึง 7 ปีรวด จนกระทั่งปรับขึ้นมาแข็งค่าอย่างมีนัยสำคัญในปี 2018 เนื่องจากตัวเลขเศรษฐกิจมหภาคที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะดุลบัญชีเดินสะพัด เช่นรายได้จากการส่งออกและรายได้จากการท่องเที่ยว แต่เพราะความไม่แน่นอนทางการเมืองทำให้สื่อต่างประเทศเริ่มจับตาทิศทางที่น่ากังวลของเงินบาทอีกครั้ง

อีกปัจจัยที่จะทำให้เงินบาทอ่อนค่าลง ในทัศนะของนักวิเคราะห์ต่างชาติ คือทิศทางของเงินหยวนที่จะอ่อนค่าลงจากเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัวลง โดยเฉพาะในช่วงสงครามการค้าและการตอบโต้ทางภาษีกับสใหรัฐ

ไมเคิล เอเวอรี่ (Michael Every) หัวหน้าฝ่ายวิจัยตลาดการเงินในเอเชียของ Rabobank ซึ่งเป็นนักวิเคราะห์ที่คาดการณ์ทิศทางของเงินบาทได้อย่างแม่นยำที่สุด กล่าวกับสำนักข่าวบลูมเบิร์ก ว่า เมื่อเงินหยวนอ่อนค่าลง เงินบาทจะอ่อนค่าลงเช่นกัน นอกจากนี้รัฐบาลใหม่หลังการเลือกตั้ง ไม่ว่าจะมาจากพรรคการเมืองใดก็ตามจะใช้จ่ายงบประมาณมากขึ้น ทำให้บัญชีเดินสะพัดเกินดุลปรับลดลง

Rabobank คาดการณ์ว่า เงินบาทจะอ่อนค่าลงมาอยู่ที่ 33.7 ต่อเหรียญสหรัฐในปีนี้ ตามทิศทางของเงินหยวน

ภาพ AFP PHOTO / PORNCHAI KITTIWONGSAKUL