posttoday
ผิวขาวกว่าก็ตายได้ เกิดอะไรขึ้นที่รวันดาเมื่อ 25 ปีก่อน?

ผิวขาวกว่าก็ตายได้ เกิดอะไรขึ้นที่รวันดาเมื่อ 25 ปีก่อน?

18 เมษายน 2562

คนต่างเผ่า, นักการเมืองสายกลาง, และเด็กทารกของฝ่ายศัตรูต้องตายสถานเดียว


ปีนี้เป็นวาระครบรอบ 25 ปีของเหตุการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่ระวันดา โดยทั้งประเทศได้เริ่มงานไว้อาลัยเป็นเวลา 100 วัน เมื่อวันที่ 7 เมษายนที่ผ่านมา

แต่ดวงวิญญาณของผู้เสียชีวิตยังไม่ได้ความยุติธรรม เพราะระหว่างที่ประเทศกำลังอยู่ในช่วงไว้อาลัย 100 วัน หนึ่งในผู้ที่มีส่วนกับการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ได้ด่วนเสียชีวิตไปก่อนที่จะเข้าสู่กระบวนการในชั้นศาลเมื่อวันที่ 16 เมษายน นั่นคือ อิกนาซ มูราวานชายากา อดีตผู้นำกองกำลังประชาธิปไตยเพื่อการปลดปล่อยประเทศรวันดา หรือ FDLR ซึ่งเป็นกองกำลังผสมของกลุ่มที่ร่วมในการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในรวันดา และยังไปก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติในคองโก ข่าวการเสียชีวิตของ มูราวานชายากา ซึ่งเพิ่งได้รับการเปิดเผยเมื่อวันที่ 18 เมษายน

การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์รวันดา สาเหตุเกิดจากความขัดแย้งระหว่างชนเผ่าฮูตูและชนเผ่าทุตซี โดยในช่วงที่เบลเยี่ยมปกครองระวันดา การแบ่งแยกยิ่งชัดเจนขึ้นโดยเจ้าอาณานิคมระบุว่า ชาวทุตซีผิวขาวกว่า มีลักษณะเหมือนชาวยุโรปมากกว่า คือจมูกโด่งและยาว และมีสถานะทางสังคมสูงกว่า เช่นมีวัวมากวก่า 10 ตัว นอกจากนี้รัฐบาลอาณานิคมยังสนับสนุนชนเผ่าทุตซี เพราะเป็นชนชั้นปกครองเดิม ขณะที่ชนเผ่าฮูตูที่เป็นคนส่วนใหญ่ถูกกันออกจากไปจากการปกครองประเทศ

ผิวขาวกว่าก็ตายได้ เกิดอะไรขึ้นที่รวันดาเมื่อ 25 ปีก่อน? เจ้าหน้าที่ค้นหาร่างผู้เสียชีวิตจากการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในรวันดา ที่บ้านหลังหนึ่งในกรุงคิกา เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2019 ลี Photo by Yasuyoshi CHIBA / AFP

ในปี 1933 รัฐบาลอาณานิคมเบลเยี่ยมได้ออกบัตรประจำตัวประชาชนที่ระบุเชื้อชาติชัดเจน ซึ่งจะเป็นสาเหตุให้เกิดความขัดแย้งทางเชื้อชาติ และการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ โดยมีบัตรประชาชนเป็นเครื่องมือช่วยฝ่ายล่าสังหารในการแยกแยะว่าใครคือชนเผ่าใด

ต่อมาเมื่อรวันดาได้เอกราช ชาวฮูตูจึงโค่นล้มชนชั้นปกครองเผ่าทุตซี และขับไล่ไปจากประเทศ หรือกดขี่ผู้ที่ยังอยู่ในประเทศ สถานการณ์มาถึงจุดแตกหักเมื่อ ชูเวนาล ฮับยาริมานา ประธานาธิบดีรวันดา ซึ่งเป็นชนเผ่าฮูตู ถูกลอบสังหาร ทำให้มีการประโคมข่าวว่า พวกทุตซีเป็นคนสังหารฮับยาริมานา จากนั้นการไล่ล่าฆ่าชาวทุตซีและชาวฮูตูที่ต่อต้านรัฐบาลก็ติดตามมาโดยเริ่มใต้นขึ้นเมื่อวันที่ 7 เมษายน 1994

ต่อไปนี้เป็นการย้อนรอยเหตุสังหารหมู่ที่น่าสะพรึงที่สุดในประวัติศาสตร์ร่วมสมัยของเรา

ผิวขาวกว่าก็ตายได้ เกิดอะไรขึ้นที่รวันดาเมื่อ 25 ปีก่อน? เจ้าหน้าที่เรียงกระดูจากร่างผู้เสียชีวิตจากการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในรวันดา ที่บ้านหลังหนึ่งในกรุงคิกา เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2019 Photo by Yasuyoshi CHIBA / AFP

6 เมษายน

ชูเวนาล ฮับยาริมานา ประธานาธิบดีรวันดา ซึ่งเป็นชนเผ่าฮูตู ถูกลอบสังหาร ระหว่างเดินทางโดยเครื่องบินโดยเครื่องบินของเขาถูกอาร์พีจียิงเข้าใส่ ในทันทีที่ฮับยาริมานาเสียชีวิต กลุ่มหัวรุนแรงชนเผ่าฮูตูก็เริ่มการสังหารชนเผ่าทุตซี (ส่วนผู้ที่สังหาร ฮับยาริมานา ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าใคร จากการสอบสวนโดยผู้พิพพากษาชาวฝรั่งเศสระบุว่าเป็นฝีมือพวกทุตซี แต่รัฐบาลรวันดาระบุว่าเป็นฝีมือพวกฮูตู)

7 เมษายน

กลุ่มหัวรุนแรงเผ่าฮูตู คือกองกำลังติดอาวุธรวันดา (FAR) และขบวนการพันธมิตรคือ Interahamwe และ Hutu Power ตั้งด่านตามท้องถนน เริ่มการไล่ล่าพวกทุตซีและฮูตูสายกลาง โดยผู้บัญชาการกองกำลังสั่งว่า "ห้ามรอดแม้แต่คนเดียว" รวมถึงเด็กทารกก็ไม่เว้น จากนั้นทำการไล่ล่าแบบละเอียดยิบตามบ้าน โดยตรวจสอบบัตรประจำตัวประชาชน หรือใช้วิธีดูจากลักษณะสีผิวที่คล้ำน้อยกว่า ใครที่ถูกตรวจพบว่าเป็นชนเผ่าทุตซีจะถูกฆ่าทิ้งทันที ไม่เว้นแม้แต่นายกรัฐมนตรี อากาเธ อูวิลินกิยิมานา ในฐานะรักษาการผู้นำประเทศถูกสังหาร พร้อมกับชาวรวันดาอีกหลายพันคน ถึงตอนเที่ยงวันที่ 7 เมษายน ผู้นำทางการเมืองสายกลางของรวันดาเสียชีวิต หรือต้องซ่อนตัวจนหมด

ผิวขาวกว่าก็ตายได้ เกิดอะไรขึ้นที่รวันดาเมื่อ 25 ปีก่อน? กระดูกจากร่างผู้เสียชีวิตจากการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในรวันดา พบที่บ้านหลังหนึ่งในกรุงคิกา เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2019 Photo by Yasuyoshi CHIBA / AFP

8 เมษายน

แนวร่วมรักชาติรวันดา (RPF) นำโดย พอล คากาเม ชาวเผ่าทุตซี และว่าที่ผู้นำรวันดาในอนาคต เริ่มการโจมตีครั้งใหญ่ เพื่อยุติการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์และช่วยเหลือทหารที่ติดอยู่ในกรุงคิกาลี แม้จะมีจำนวนกองกำลังน้อยกว่าฝ่ายตรงข้ามก็ตาม กองกำลังนี้เน้นโจมตีที่ทำการรัฐบาล แต่หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าที่จะกลายเป็นสงครามเต็มรูปแบบ

9 เมษายน

การสังหารหมู่ที่กิคอนโด ชาวทุตซีหลายร้อยคนถูกฆ่าตายในคริสตจักรคาทอลิกพอลลอตทีน เนื่องจากมือสังหารเน้นฆ่าชาวทุตซีเท่านั้น จึงถือว่าการสังหารหมู่ที่กิคอนโด เป็นจุดเริ่มต้นของการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ทั้งนี้ คำสั่งฆ่าล้างเผ่าพันธุ์มาจากส่วนกลางที่เมืองหลวง เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเมื่อรับคำสั่งแล้วจะระดมพลชาวฮูตูออกไล่ล่าชาวทุตซีเพื่อฆ่าทิ้ง

15-16 เมษายน

การสังหารหมู่ที่คริสตจักรโรมันคาทอลิกเอ็นยารูบูเย มีชาวทุตซีเสียชีวิตหลายพันคน โดยเป้าหมายถูกโจมตีจากระเบิดและปืนก่อน จากนั้นถูกรุมฆ่าด้วยมีดและไม้กระบอง

ผิวขาวกว่าก็ตายได้ เกิดอะไรขึ้นที่รวันดาเมื่อ 25 ปีก่อน? หลุมฝังศพผู้เสียชีวิตจากการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในรวันดา ที่บ้านหลังหนึ่งในกรุงคิกา เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2019 Photo by Yasuyoshi CHIBA / AFP

18 เมษายน

การสังหารหมู่ที่คิบูเย มีชาวทุตซีประมาณ 12,000 ถูกฆ่าตายหลังจากหนีตายเข้าไปปักหลักที่สนามกีฬากัตวาโร อีก 50,000 คนถูกฆ่าตายบนเนินเขาของเมืองบิเซเซโร และยังมีที่ถูกถูกฆ่าตายในโรงพยาบาลและโบสถ์ของเมืองอีกเป็นจำนวนมากกว่านั้น

21 เมษายน

หลังจากที่มีการจับตัวและประหารทหารเบลเยี่ยม 10 ที่คอยคุ้มกันนายกรัฐมนตรีอากาเธ อูวิลินกิยิมานา สหประชาชาติ ก็ลดกำลังทหารรักษาสันติภาพลงจาก 2,500 เหลือ 250 นาย ซึ่งสหประชาชาติถูกวิจารณ์อย่างหนักเรื่องการรับมือกับโศกนาฏกรรมครั้งนี้อย่างล่าช้าและไร้ประสิทธิภาพ

28 เมษายน - 30 เมษายน

ชาวทุตซี 250,000 คน หนีเข้าไปยังแทนซาเนีย ชาวฮูตูจำนวนมหาศาล หนีตายเช่นกันจากการรุกคืบของ RPF ทำให้เกิดวิกฤติผู้อพยพ เนื่องจากมีคนหลายแสนทะลักเข้ามาในบุรุนดี, แทนซาเนียและสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ในเวลานี้ เริ่มมีการรายงานข่าวการสังหารหมู่ในระวันดาไปทั่วโลก แต่สหประชาชาติยังมัวแต่ถกเถียงกันเรื่องวิกฤตในรวันดาหลีก โดยเลี่ยงการใช้คำว่า 'การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์' เพื่อระมัดระวังมิให้องค์กรต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับกรณีนี้อย่างเต็มที่

ผิวขาวกว่าก็ตายได้ เกิดอะไรขึ้นที่รวันดาเมื่อ 25 ปีก่อน? กระดูกจากศพจำนวนมากมายที่พบในบ้านหลังเดียว เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2019 Photo by Yasuyoshi CHIBA / AFP

17 พฤษภาคม

สหประชาชาติตกลงที่จะส่งตำรวจ 6,800 นาย เพื่อปกป้องพลเรือน ในขณะที่การสังหารชนเผ่าทุตซียังดำเนินต่อไป

23 พฤษภาคม

กองกำลัง RPF ของชนเผ่าทุตซี บุกยึดทำเนียบประธานาธิบดี ในกรุงคิกาลี

22 มิถุนายน

ฝรั่งเศสรับหน้าที่เป็นผู้นำกองกำลังของสหประชาชาติ ในปฏิบัติการชื่อว่า Opération Turquoise เพื่อจัดตั้งพื้นที่ปลอดภัยทางตะวันตกเฉียงใต้ของรวันดา แต่ไม่ได้ควบคุมตัวเจ้าหน้าที่รัฐบาลที่เกี่ยวข้องกับการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ทำให้เกิดเสียงครหามาก รัฐมนตรีต่างประเทศฝรั่งเศสชี้แจงว่าไม่ได้รับมอบหมายให้ทำการจับกุมผู้ใด ขณะเดียวกันกองกำลังตำรวจของสหประชาชาติก็ยังมาไม่ถึง

ผิวขาวกว่าก็ตายได้ เกิดอะไรขึ้นที่รวันดาเมื่อ 25 ปีก่อน? อนุสรณ์สถานผู้เสียชีวิตจากการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่เมืองเอนยันซา Photo by Yasuyoshi CHIBA / AFP

13 กรกฏาคม

คราวนี้ ชาวฮูตูเป็นฝ่ายอพยพหนีถึง 1 ล้านคน เช่นเดียวกับรัฐบาลชนเผ่าฮูตูที่หลบหนีไปยังประเทศซาอีร์ การระบาดของอหิวาตกโรคในซาอีร์ทำให้ผู้ลี้ภัยชาวฮูตูหลายพันต้องล้มตาย และการสังหารหมู่ยังคงมีอยู่ประปราย แต่ยุติลงเด็ดขาดในช่วงกลางเดือน เมื่อ RPF ควบคุมทั้งประเทศเอาไว้ได้

สิงหาคม

บรรลุข้อตกลงเพื่อจัดตั้งศาลอาชญากรรมระหว่างประเทศแห่งระวันดา

การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ระวันดากินเวลาเพียง 100 วัน แต่มีผู้เสียชีวิตถึง 500,000 - 1,000,000 คน คร่าชีวิตชาวทุตซีไป 70% นับเป็นเรื่องที่เหลือเชื่ออย่างยิ่ง ในยุคสมัยของเราที่มนุษย์มีความก้าวหน้าทางเทคนโลยี มีความตระหนักในสิทธิมนุษยชน และมีองค์การเพื่อไกล่เกลี่ยความขัดแย้ง แต่ยังเกิดเรื่องป่าเถื่อนแบบนี้ขึ้นมาได้

หลังจากเหตุการณ์นี้ รัฐบาลรวันดา พยายามยุติการระบุอัตลักษณ์เชื้อชาติ โดยให้ประชาชนระบุตัวตนว่าเป็นชาวระวันดาเท่านั้น ไม่มีฮูตู หรือทุตซี ซึ่งประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง

ข่าวล่าสุด

ดูบอลสด ถ่ายทอดสด แอต.มาดริด พบ อาร์เซน่อล UCL วันนี้ 29 เม.ย.69

ดูบอลสด ถ่ายทอดสด แอต.มาดริด พบ อาร์เซน่อล UCL วันนี้ 29 เม.ย.69