ตลาดทุเรียนของจีน คุกคามป่าในมาเลเซีย

  • วันที่ 07 ก.พ. 2562 เวลา 18:20 น.

ตลาดทุเรียนของจีน คุกคามป่าในมาเลเซีย

นักอนุรักษ์เตือน กระแสนิยมทุเรียนของชาวจีน อาจกำลังทำลายป่าขนาดใหญ่ในมาเลเซีย

เอเอฟพีรายงานว่า กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของมาเลเซีย (PEKA) ได้ออกมาเปิดเตือนว่า กระแสความนิยมทุเรียนในตลาดประเทศจีนนั้น กำลังคุกคามป่าอันมีค่าของมาเลเซีย เนื่องจากพบว่า หลายพื้นที่ในแถบรัฐปะหังตอนกลางของประเทศ โดยเฉพาะในเขตราอุบ มีการเตรียมถางป่าเพื่อปลูกทุกเรียนสายพันธุ์ท้องถิ่นจำนวน โดยเฉพาะสายพันธฺ์ Musang King ที่มีราคาขายสูงถึง  800 หยวน หรือราว เกือบ 4 พันบาทในตลาดจีน

 

 

รายงานระบุว่าแต่เดิมเกษตรกรในพื้นที่ได้เปลี่ยนจากการทำสวนปาล์มน้ำมัน และยางพารา มาเป็นสวนทุกเรียนเนื่องจาก ตลาดปาล์มน้ำมัน และยางพารามีราคาตกลงอย่างมาก ประกอบกับกระแสนิยมทุเรียนอย่างสูงในตลาดจีน ส่งผลให้เกษตรหลายรายเปลี่ยนจากการปลูกยาง-ปาล์มน้ำมัน มาเป็นการปลูกทุเรียนในลักษณะอุตสาหกรรมเพื่อการส่งออก

PEKA ยังระอีกว่า พบรายงานว่ามีการทำสวนทุเรียนที่อาจรุกล้ำพื้นที่ป่าซึ่ง อันตรายอย่างมากต่อสัตว์ป่าหลากหลายสายพันธุ์ที่อาศัยตามธรรมชาติ โดยพบว่าหลายสวนอยู่ใกล้กับป่าคุ้มครองที่เป็นบ้านของสัตว์สงวนหลายชนิดตั้งแต่ลิงไปจนถึงนกหายากอย่างนกเงือก

 

ขณะที่รัฐบาลมาเลเซียก็สนับสนุนให้เกษตรกรขยายกิจการเพื่อหวังกอบโกยจากการส่งออกสินค้าไปยังตลาดจีนเช่นกัน โดยจากข้อมูลของกระทรวงเกษตรมาเลเซียระบุว่า ช่วง 8 เดือนแรกของปีที่ผ่านมา มีทุเรียนของมาเลย์ส่งออกไปจีนกว่า  7.4 ล้านริงกิต (ราว 57 ล้านบาท) ซึ่งเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้านี้ รวมถึงรัฐบาลยังตั้งเป้าส่งออกทุเรียนแช่แข็งทั้งลูกไปยังจีนให้ได้เพิ่มอีกสองเท่า หรือราว 443,000 ตัน ภายในปี 2030 เนื่องจากที่ผ่านมานั้นมาเลเซียส่งออกได้เพียงทุเรียนแปรรูปเท่านั้น

นาย Wang Tao ผู้จัดการร้านซุปเปอร์มาร์เก็ตในกรุงปักกิ่งเผยว่า "ลูกค้าหลายคนชอบทุเรียนมาเลย์มากกว่าทุเรียนไทย เนื่องจากทุเรียนมาเลย์มีรสชาติหวานและเนื้อหนาสีทองสวยกว่าทุเรียนไทย" ขณะที่  Liu Zelun นักศึกษาหญิงที่เป็นลูกค้าระบุว่า "ทุเรียนไทยมีกลิ่นแรงกว่า พอรับประทานไปสักพักก็จะเบื่อ"

รายงานดังกล่าวของ PEKA ยังสอดคล้องกับก่อนหน้านี้เมื่อช่วงเดือน ต.ค.ปีที่ผ่านมาว่า พบพื้นทีป่าหลายแห่งในแถบเมืองราบ์ รัฐปีนัง ของมาเลเซีย ถูกแผ้วถางอย่างหนักเพื่อนำพื้นที่ดังกล่าวมาทำสวนทุเรียน โดยมีตลาดส่งออกหลักไปยังประเทศจีน ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวเป็นบ้านของเสือโคร่งมลายูสัตว์ป่าหายากท้องถิ่นที่กำลังเสี่ยงสูญพันธฺุ์ของมาเลเซีย

 

เรื่องอื่นๆที่คุณอาจสนใจ

Nytive

ข่าวอื่นๆ