พ่อดัชเชสเมแกนเปรียบราชวงศ์อังกฤษเหมือน "ลัทธิ"

  • วันที่ 18 ส.ค. 2561 เวลา 18:30 น.

พ่อดัชเชสเมแกนเปรียบราชวงศ์อังกฤษเหมือน "ลัทธิ"

"โทมัส มาร์เคิล" บิดาของพระชายาในเจ้าชายแฮร์รี่ เปิดใจผ่านสื่อเปรียบเทียบราชวงศ์อังกฤษเหมือนกับ "ลัทธิลึกลับสุดเย็นชา"

กลายเป็นประเด็นขึ้นมาอีกครั้งสำหรับโทมัส มาร์เคิล วัย 74 ปี บิดาของเมแกน มาร์เคิล ดัชเชสแห่งซัสเซ็กซ์ พระชายาในเจ้าชายแฮร์รี่ ดยุกแห่งซัสเซ็กซ์ เมื่อเขาได้ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเดอะซันของอังกฤษ โดยบางช่วงได้กล่าวถึงราชวงศ์อังกฤษซึ่งลูกสาวของเธอแต่งงานด้วยว่า ราชวงศ์อังกฤษควรเปลี่ยนแปลงให้ทันสมัยมากขึ้นและเปิดกว้างต่อสาธารณะมากกว่านี้

 

ภาพ : The Sun

 

รายงานระบุว่านายมาร์เคิล ได้กล่าวให้สัมภาษณ์กับเดอะซันจากบ้านพักของเขาในเมืองโรซาริโต ทางตอนเหนือของประเทศเม็กซิโก ใกล้กับชายแดนรัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐ โดยกล่าวเปรียบเทียบราชวงศ์วินเซอร์ของอังกฤษว่าเหมือนกับลัทธิไซแอนโทโลจี (Scientology) และบรรดาผู้หญิงที่แต่งงานเข้าไปในราชวงศ์นี้ล้วนต้องเป็น "แม่บ้านที่สมบูรณ์แบบ" ราวกับหลุดมาจากนิยายเรื่อง "The Stepford Wives"

 

(ซ้าย) ลัทธิไซแอนโทโลจี (ขวา) นวนิยายเรื่อง The Stepford Wives

 

"ในความคิดผม ผมกำลังเป็นห่วงลูกสาวว่าจะไม่สามารถปรับตัวกับ "ภาพลักษณ์อันกดดัน" ของราชวงศ์ที่แสนจะเพอร์เฟคนี้ได้"

"ผมเห็นเธอในทีวี ผมมองสายตากับรอยยิ้มของเธอ มันช่างไม่เหมือนแต่ก่อนซึ่งเป็นรอยยิ้มที่สดใสเลย มันเป็นรอยยิ้มที่เจ็บปวด"

นอกจากนี้นายโทมัสยังกล่าวเปรียบเทียบ"ความเย็นชา" ของราชวงศ์ที่ซ่อนอยู่ภายใต้กำแพงวังว่า

 

 

"พวกเขาเหมือนกับลัทธิ เหมือนกับไซแอนโทโลจี เพราะว่าพวกเขาดูลึกลับ ถ้าหากมีใครพูดถึงพวกเขาในแง่ลบ แทนที่พวกเขาจะออกมาเปิดเผยข้อเท็จจริง พวกเขากลับซ่อนตัวอยู่หลังประตู และปล่อยให้เรื่องเงียบลงไป" บิดาดัชเชสเมแกน กล่าว

 

 

สำหรับนายโทมัส มาร์เคิล อดีตผู้กำกับแสงผู้ซึ่งเคยได้รับรางวัลเอ็มมี่ อวอร์ด และเป็นผู้ปูทางให้เมแกน มาร์เคิล เข้าสู่วงการบันเทิงจนกลายเป็นนักแสดง กลับไปรับความเงียบงันจากลูกสาว ซึ่งตอนนี้ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของราชวงศ์ไปแล้ว โดยก่อนหน้านี้ได้มีภาพหลุดของเขา ขณะนั่งฉลองวันเกิดในวัย 74 ปี ด้วยตัวคนเดียวภายในร้านแมคโดนัลด์

 

 

ทั้งนี้สำหรับนายโทมัส มาร์เคิล ได้เผชิญกับความ"เย็นชา" ของราชสำนักอังกฤษมาหลายครั้งนับตั้งแต่ที่เขาไม่ได้ถูกเชิญให้ไปร่วมงานพิธีเสกสมรสที่พระราชวังวินเซอร์ รวมถึงกรณีที่มีภาพปาปารัสซี่ของเขาขณะเตรียมตัวไปร่วมงานเสกสมรสหลุดผ่านสื่อ ซึ่งส่งผลให้ทางราชสำนักอังกฤษไม่ค่อยพอใจนัก

 

 

 

นอกจากนี้ยังมีกรณีที่เขาได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อของสหรัฐว่าเจ้าชายแฮร์รี่ เคยต่อสายโทรศัพท์มาพูดคุยกับเขาเป็นการส่วนตัว แต่นายมาร์เคิล กลับนำความคิดเห็นและบทสนทนาของเจ้าชายมาเผยแพร่ผ่านสื่อ ซึ่งการนำความเห็นส่วนตัวของเจ้าชายมาเปิดเผยให้สาธารณชนรู้แบบนี้ คงไม่ใช่เรื่องที่ราชสำนักจะปลื้มเท่าไหร่ เพราะจะส่งผลต่อภาพลักษณ์ของดยุกแห่งซัสเซ็กซ์ รวมทั้งกับตัวราชวงศ์เสียเอง

 

 

 

อย่างไรก็ดี สำหรับราชวงศ์วินเซอร์แล้ว มีหลายครั้งที่เมื่อเกิดข้อวิพากษ์วิจารณ์จากสาธารณะ ราชสำนักก็มักจะเก็บตัวเงียบโดยไม่เปิดเผยข้อเท็จจริงต่างๆต่อสาธารณะชนอังกฤษ

โดยครั้งที่ส่งผลกระทบต่อสถาบันกษัตริย์ของอังกฤษครั้งร้ายแรงที่สุดคือกรณีการสวรรคตของเจ้าหญิงไดอาน่า ซึ่งมีกระแสความไม่พอใจของประชาชนชาวอังกฤษต่อความ "เย็นชา" ของราชวงศ์ และของสมเด็จพระราชินี ซึ่งขณะนั้นทรงพักร้อนอยู่ที่ปราสาทบัลมอรัลในสก็อตแลนด์ และทรงเลือกที่จะไม่มาร่วมงานศพของเจ้าหญิง

 

 

 

จนกระทั้งเวลาผ่านไป 1 อาทิตย์ พระองค์ก็ทนแรงทัดทานจากสาธารณะไม่ไหว จึงเสด็จกลับลอนดอนเพื่อมาร่วมงานพิธีศพ พร้อมทั้งประทานอนุญาตให้จัดงานในระดับ "รัฐพิธี" จากก่อนหน้าที่วางแผนจัดพิธีศพแบบเงียบๆเป็นการภายในครอบครัวสเปนเซอร์ของเจ้าหญิงเพียงเท่านั้น ด้วยเหตุผลที่ว่าขณะนั้นเจ้าหญิงทรงหย่ากับเจ้าฟ้าชายชาลส์แห่งเวลส์แล้วเธอจึงไม่ใช่ราชนิกูลอีกต่อไป

 

 

แต่ทั้งนี้ หากมองในอีกแง่มุมหนึ่งความเป็น "อเมริกัน" ของบิดาดัชเชส อาจจะไม่เข้าใจความเป็น "ผู้ดีในแบบฉบับราชวงศ์อังกฤษ" ที่เลือกจะอดทนและไม่แสดงอารมณ์ใดๆต่อเรื่องอื้อฉาวต่างๆก็เป็นได้

 

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ