แบนไขมันทรานส์อาจทำโลกร้อนขึ้น

  • วันที่ 20 ก.ค. 2561 เวลา 17:58 น.

แบนไขมันทรานส์อาจทำโลกร้อนขึ้น

อีกมุมของการแบนอาหารประเภทไขมันทรานส์ อาจส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อมของโลก

กรณีที่มีการห้ามใช้ไขมันทรานส์ ซึ่งเป็นไขมันสังเคราะห์ที่นำมาใช้ในการปรุงอาหารหลายประเภท ทำให้เกิดปฏิกิริยาต่างๆ กันออกไป คำสั่งดังกล่าวเป้าหมายเพื่อสกัดการบริโภคไขมันทรานส์ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพของประชาชน จนเป็นภาระของรัฐในการรักษาพยาบาล ซึ่งนอกจากไทยแล้วยังไมีประเทศที่พัฒนาแล้วหลายปรเะทศ เช่น สหรัฐที่ห้ามใช้ไขมันทรานส์ด้วยเหตุผลอย่างเดียวกัน

 

 

อย่างไรก็ตาม การห้ามใช้ไขมันทรานส์กลับทำให้นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมกังวล เพราะเท่ากับเป็นการเพิ่มความต้องการไขมันประเภทอื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเนยสด ที่จะมาแทนที่เนยเทียม หรือมาการีน (สลับกับยุคก่อนที่มีการใช้เนยเทียมแทนเนยสดเพื่อลดต้นทุน) เนื่องจากเนยเป็นผลิตภัณฑ์ที่ก่อให้เกิดภาวะโลกร้อนมากที่สุดเป็นอันดับที่ 3 รองจากอุตสาหกรรมการผลิตเนื้อวัวที่อันดับ 1 และการผลิตเนื้อแกะในอันดับที่ 2

 

 

สาเหตุที่ผลิตภัณฑ์เนื้อและนมเนยก่อให้เกิดภาวะโลกร้อน ก็เพราะการเลี้ยงปศุสัตว์ทำให้เกิดความต้องการที่โล่งกว้างใหญ่ไพศาลเพื่อทำเป็นทุ่งหญ้า เป็นเหตุให้ต้องตัดไม้ทำลายป่า เช่น ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับป่าเขตร้อนในอเมริกาใต้ ที่มีการถางป่าเพื่อเลี้ยงวัว นอกจากนี้ วัวและแกะหลายล้านตัวยังปล่ยก๊าซเรือนกระจกจากการเผาผลาญของเสียอีกด้วย

 

 

เว็บไซต์ Friends of the Earth ซึ่งเป็นองค์กรพิทักษ์สิ่งแวดล้อมระบุว่า สหรัฐมีคำสั่งให้ยุติการใช้ไขมันทรานส์ภายในปี 2018 ซึ่งเป็นเรื่องดีสำหรับผู้บริโภค โดยสื่อชั้นนำอย่าง New York Times บอกว่า จะมีส่วนการลดการเกิดอาการหัวใจวายถึง 20,000 ราย และอัตราการเสียชีวิตจากโรคหัวใจถึง 7,000 รายในแต่ละปี ทว่า การห้ามใช้ไขมันทรานส์จะทำให้เกิดความต้องการน้ำมันปาล์มมากขึ้น นำไปสู่การทำลายผืนป่าเขตร้อนอย่างรุนแรง เช่น ในอินโดนีเซีย และแอฟริกา เพื่อปลูกปามล์มน้ำมันสนองความต้องการของประเทศที่หยุดใช้ไขมันทรานส์

 

 

ขณะที่นิตยสาร Scientific American เตือนไว้ตั้งแต่ปี 2013 ว่า การลดไขมันทรานส์อาจนำไปสู่การทำลายล้างป่าเขตร้อน และพบว่าหลังจากที่องค์การอาหารและยาสหรัฐ หรือ FDA ประเทศแผนการห้ามใช้ไขมันทรานส์ ปรากฏว่าตลาดค้าน้ำมันปาล์มระดับโลกที่สิงคโปร์มีความเคลื่อนไหวที่คึกคักในทันที แสดงว่าจะมีการเพิ่มพื้นที่เพาะปลูกบนความเสียหทางทางธรรมชาติ โดยเฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

 

 

เมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา องค์การอนามัยโลก หรือ WHO ได้เผยแพร่แนวทางสำหรับประเทศต่างๆ ในการลดไขมันทรานส์ โดยเริ่มจากการเสนอไขมันประเทศอื่นแทน และกระจายการเข้าถึงไขมันแบบใหม่ที่เป็นอันตราบยน้อยกว่า จากนั้นออกกฎหมายห้าม กระตุ้นให้สาธารณชนตระหนักในอันตราย และบังคับใช้กฎหมายในท้ายที่สุด

 

 

สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ส่งผลประทบต่อภาวะโลกร้อนมากที่สุด อันดับ 1 คือ เนื้อวัว 1 กก. ผลิตก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 26.5 กก. อันดับ 2 คือ เนื้อแกะ 1 กก. ผลิตก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 22.9 กก. อันดับที่ 3 เนยสด 1 กก. ผลิตก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 12 กก. อันดับที่ 4 สัตว์ประเภทปู กุ้ง หอย 1 กก. ผลิตก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 11.7 กก. และอันดับที่ 5 เนยแข็ง 1 กก. ผลิตก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 9.8 กก.

ที่มา : หนังสือพิมพ์ M2F

 

เรื่องอื่นๆที่คุณอาจสนใจ

Yengo Premium

ข่าวอื่นๆ