ทำไมเราถึงหยุดติดตามข่าว "ถ้ำหลวง" ไม่ได้

  • วันที่ 12 ก.ค. 2561 เวลา 18:02 น.
  • | เปิดอ่าน 15,781
Share on Google+
LINE it!

ทำไมเราถึงหยุดติดตามข่าว "ถ้ำหลวง" ไม่ได้

นักเขียนมะกันเผยผ่านสื่อ ถึงเหตุที่เราไม่สามารถหยุดติดตามข่าวช่วยชีวิตทีมหมูป่าได้

ถึงแม้ว่าขณะนี้ภารกิจกู้ภัยทีมหมูป่าออกจากถ้ำหลวงจะเสร็จสิ้นแล้วอย่างสวยงาม แต่กระแสข่าวทีมหมูป่าก็ยังมีผู้ติดตามเสมอ โดยทางสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นเผยแพร่บทความของนาย เจย์ พารินี (Jay Parini) นักเขียนชื่อดัง และอาจารย์มหาวิทยาลัยในสหรัฐ ซึ่งอธิบายถึงสาเหตุว่าทำไมเราถึงหยุดติดตามข่าวการกู้ภัยทีมหมูป่าออกจากถ้ำหลวงไม่ได้

 

เจย์ พารินี

 

นายพารินี อธิบายว่า ขณะนี้ทุกสายตาทั่วโลกกำลังจับจ้องมายังประเทศไทย เราเห็นนักดำน้ำผู้กล้าหาญจากหลากหลายชาติทั่วโลก เสี่ยงชีวิตของตนเพื่อเขาไปนำเด็กชายนักฟุตบอลและโค้ชทั้ง 13 ชีวิต ที่ติดอยู่ภายในถ้ำให้ออกมาได้อย่างปลอดภัย

 

 

เราทุกคนล้วนส่งกำลังใจให้กับทีมเจ้าหน้าที่ทุกคน ท่ามกลางสภาวะการทำงานในถ้ำมืดมิด หินที่ขรุขระ และทัศนวิสัยที่เป็นศูนย์ มันเป็นสิ่งที่เกินจะจินตนาการได้ถึงความยากลำบาก

การที่เห็นความพยายามเหล่านี้่ผ่านสื่อ เป็นแรงบันดาลใจให้กับคนทั่วโลก เนื่องจากความร่วมมือสนับสนุนจากนานาชาติ ทั้ง อังกฤษ สหรัฐ ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น จีน และอีกหลายประเทศซึ่งร่วมมือกับทางการไทยในการใช้ทักษะที่มีของแต่ละคนเพื่อช่วยเหลือทั้ง 13 ชีวิต

 

 

การผนึกกำลังครั้งนี้มันเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงให้โลกเห็นว่าครั้งหนึ่งการร่วมมือสร้างสรรค์เป้าหมายที่มีร่วมกันเป็นสิ่งที่เป็นไปได้

ภายในถ้ำไม่มีสีผิว ไม่มีศาสนา หรืออัตลักษณ์ทางเพศ ไม่มีใครห่อหุ้มตนเองด้วยเชื้อชาติ หรือยึดอัตตาของตน นี่จึงเป็นช่วงเวลาที่หาได้ยากที่โลกจะได้เห็น ว่าเราสามารถรับมือกับภารกิจสำคัญที่น่ากลัวได้

 

 

การยกสวัสดิภาพของเด็กเหล่านี้เป็นสิ่งที่น่ายกย่อง เราทุกคนล้วนเคยทำผิดพลาด และบางครั้งต้องใช้เวลาอย่างเหนื่อยหนักในการรับผิดชอบความผิดเหล่านั้นเช่นกัน

นายเพอร์รินีระบุต่อว่า เขาคิดว่าคงไม่มีใครมองเรื่องจำนวนเงินที่ใช้ในภารกิจครั้งนี้ เพราะคุณค่าของชีวิตไม่อาจวัดได้ด้วยจำนวนเงิน

 

 

 

นอกจากนี้นายเพอร์รินี ยังได้กล่าวถึงการเสียชีวิตของจ่าเอกสมาน กุนัน ว่า ทุกคนรู้สึกซาบซึ้งกับความเสียสละของจ่าเอก สมาน ซึ่งเสียชีวิตในระหว่างภารกิจนี้ มันเป็นความกล้าหาญ และการเสียสละอย่างบริสุทธิ์ใจ

จึงไม่น่าประหลาดใจที่คนทั่วโลกต่างจดจ่อรอข่าวเด็กๆและโค้ชออกมาจากถ้ำที่ละคนจนสำเร็จในที่สุด

 

 

ภารกิจที่ถ้ำหลวงมีความเป็น "ดราม่า" สูงมาก เช่นเดียวกับกรณีเหมืองชิลีล่มในปี 2013 ที่คนงานเหมือง 33 คนถูกช่วยเหลือขึ้นมาจนรอดชีวิตทุกคนด้วยเงื่อนไขภารกิจกู้ภัยที่แทบเป็นไปไม่ได้ การที่คนทั้งโลกกำลังจับตาและสวดภาวนาให้เด็กๆเหล่านี้ เป็นส่วนหนึ่งของ "ดราม่า" นี้ ทุกคนที่มีมนุษยธรรมในหัวใจ ล้วนเข้าใจถึงความรู้สึกกังวลใจของพ่อแม่เด็กๆเหล่านั้น

 

 

สุดท้ายนายพารินีระบุว่า ภาพการร่วมมือของนานาชาติในการช่วยเหลือทีมหมูป่า จะช่วยนำพาพวกเรากลับสู่แสงสว่างที่เราสามารถยืนร่วมกันได้ และขอขอบคุณทุกคนที่สอนให้เรารู้จักดูแลกันอย่างลึกซึ้ง

 

 

 

Share on Google+
LINE it!

เรื่องอื่นๆที่คุณอาจสนใจ Nytive