คิมหลั่งน้ำตา ไม่ล้มนุกแต่เปิดร้านเบอร์เกอร์

  • วันที่ 31 พ.ค. 2561 เวลา 18:15 น.

คิมหลั่งน้ำตา ไม่ล้มนุกแต่เปิดร้านเบอร์เกอร์

เผยโสมเหนือปลดนิวเคลียร์ยาก แต่อาจยอมเปิดรับธุรกิจฟาสต์ฟู้ด

หลังจากความเป็นไปได้ในการจัดประชุมสุดยอดระหว่างทรัมป์และคิมจะดูไม่แน่ไม่นอนมาพักใหญ่ แต่ล่าสุด คิมยองชอล เจ้าหน้าที่อาวุโสของเกาหลีเหนือ ได้ไปเยือนสหรัฐเพื่อหารือเรื่องการประชุมดังกล่าว และดูเหมือนว่าทิศทางของการพบกันของสองผู้นำครั้งนี้จะเป็นไปในทางที่ดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม หลายคนที่ติดตามการประชุมนัดหยุดโลกครั้งนี้อาจเกิดความเคลือบแคลงใจว่า จะเป็นไปได้จริงๆ หรือที่โสมแดงจะยอมศิโรราบละทิ้งนิวเคลียร์ที่ตนภูมิใจนักหนาไปได้ง่ายๆ

 

 

สำนักข่าวกรองกลาง หรือ CIA เปิดเผยว่า เกาหลีเหนือไม่น่าจะยอมละทิ้งนิวเคลียร์ทั้งหมดอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เกาหลีเหนืออาจยอมคือ การเปิดให้ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดอเมริกันมาเปิดสาขาในเปียงยางได้ เพื่อเป็นการแสดงเจตนารมณ์ที่ดีในการสานสัมพันธ์สองประเทศ ทั้งนี้ เป็นที่รู้กันดีว่าทรัมป์ชื่นชอบและภูมิใจในวัฒนธรรมการรับประทานแฮมเบอร์เกอร์เป็นอย่างมาก ดังที่ทรัมป์ได้เคยกล่าวในปี 2016 ว่าเขาอยากเจรจาปัญหานิวเคลียร์กับคิมขณะรับประทานแฮมเบอร์เกอร์ไปด้วย

 

ปธน.ทรัมป์ กับนายกอาเบะ รับประทานเบอร์เกอร์ระหว่างเจรจาหารือ

 

ซีกฟรีด เฮคเกอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านนิวเคลียร์แห่ง ม.สแตนฟอร์ด ซึ่งมีประวัติเคยเยี่ยมชมโรงงานนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือกว่า 4 ครั้ง ได้วิเคราะห์ว่า หากเกาหลีเหนือจะปลดอาวุธจริงๆ ขั้นตอนการปลดอาวุธนิวเคลียร์อาจกินเวลาถึง 15 ปีเลยทีเดียว

 

นายไมค์ ปอมเปโอ รมว.ต่างประเทศสหรัฐ รับประทานอาหารร่วมกับคณะผู้แทนเกาหลีเหนือ ระหว่างการหารือในนครนิวยอร์ก

 

ทั้งนี้ ไม่ว่าเกาหลีเหนือจะล้างบางนิวเคลียร์จริงหรือหลอก และไม่ว่าผลการประชุมที่จะมาถึงในเดือนหน้า (หากไม่มีการล้มเลิกอีก) จะออกไปในทิศทางไหน แต่เห็นได้ว่าช่วงที่ผ่านมา คิมจองอึนกำลังพยายามเปลี่ยนแปลงเกาหลีเหนือจากประเทศสันโดษสุดลึกลับ ให้เป็นประเทศที่ชาวโลกเข้าถึงได้ โดยพยายามแสดงตัวออกสู่สายตาชาวโลกมากขึ้นอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน และอนุญาตสื่อต่างประเทศให้เข้าไปทำข่าวรื้อฐานทดลองนิวเคลียร์ในประเทศแบบใกล้ชิด

 

นายคิมจองอึน พบปะ นายเซอร์เกย์ ลาฟรอฟ รมว.ต่างประเทศรัสเซีย

 

ขณะเดียวกัน สำนักข่าวอาซาฮีชิมบุนรายงานความเคลื่อนไหวล่าสุดของผู้นำเกาหลีเหนือ ที่ชวนให้กังขาอย่างมาก เพราะมีการเผยแพร่สารคดีข่าวที่มีช่วงหนึ่งเป็นภาพคิมจองอึนกำลังน้ำตาไหลอาบสองแก้มด้วยความท้อแท้จากการที่เศรษฐกิจของประเทศไม่กระเตื้องขึ้นสักที ซึ่งคลิปสารคดีข่าวดังกล่าวได้เผยแพร่ให้เจ้าหน้าที่พรรคระดับล่างได้รับชม นับเป็นการพลิกโฉมภาพลักษณ์ของผู้นำโสมแดงจากหน้ามือเป็นหลังมือ เพราะแต่ไรมาผู้นำต้องสงวนอาการที่แสดงถึงความอ่อนแอ

 

การพบกันเป็นครั้งที่สอง ของคิมจองอึน และปธน.มุนแจอิน

 

ชาวเกาหลีเหนือคนหนึ่งที่หลบหนีออกจากประเทศ ได้วิเคราะห์สาเหตุของการทำคลิปดังกล่าวไว้หลายประการ โดยกล่าวว่า คลิปผู้นำเกิดอาการอ่อนไหวนี้อาจเป็นหนึ่งในโฆษณาชวนเชื่อของรัฐบาล เพื่อชี้ชวนให้ชนชั้นล่างทำงานให้หนักขึ้น เพื่อจะได้ลดความท้อแท้ของท่านผู้นำ

อีกสาเหตุเบื้องหลังคลิปนี้ อาจเป็นเพราะที่ผ่านมาสื่อโสมแดงได้เอ่ยถึงอาวุธนิวเคลียร์ว่าเป็นเสมือน “ดาบป้องกันประเทศ” มาโดยตลอด ดังนั้น หากหารือกับสหรัฐแล้วผลออกมาว่าเกาหลีเหนือจะต้องละทิ้งอาวุธนิวเคลียร์ทั้งหมด คลิปนี้อาจทำให้ผู้ชมยอมรับผลของการตกลงระหว่างสองประเทศแต่โดยดี เพราะหากเกาหลีเหนือไม่ยอมทำตาม อาจเผชิญกับการแทรกแซงเศรษฐกิจมากกว่าที่เป็นอยู่ และท่านผู้นำอาจต้องหลั่งน้ำตามากกว่านี้อีกหลายเท่า

ภาพ : AP, Reuters, AFP

 

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ