สำรวจที่สุดของ"อาคารรัฐสภา"ทั่วโลก

  • วันที่ 23 พ.ค. 2561 เวลา 18:15 น.

สำรวจที่สุดของ"อาคารรัฐสภา"ทั่วโลก

สำรวจอาคารรัฐสภาซึ่งเป็นที่สุดของแต่ละประเทศทั่วโลก

ขณะที่ข่าวการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ของไทยกำลังตกเป็นประเด็นร้อนเรื่องงบประมาณ ที่ล่าสุดคณะรัฐมนตรี (ครม.)ได้สั่งให้ทบทวนงบประมาณด้านไอที และกำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในสังคมคมว่า งบประมาณที่ทุ่มลงไปนั้นเหมาะสมคุ้มค่าหรือไม่

เมื่อลองสำรวจอาคารรัฐสภาในประเทศต่างๆก็พบว่ามีหลายแห่งที่ใช้งบประมาณในการก่อสร้างสูงจนติดอันดับ "สิ่งปลูกสร้างราคาแพงสุดในโลก" ซึ่งมีการบันทึกลงสถิติโลก ขณะที่บางแห่งก็กลายเป็นอาคารรัฐสภาที่แปลกที่สุด

วันนี้ "โพสต์ทูเดย์ออนไลน์" คัด "อาคารรัฐสภา" เด็ดๆจากทั่วโลกมาให้ได้ชมกัน

 

"โรมาเนีย" สภาใหญ่ที่สุด

อาคารรัฐสภาโรมาเนีย (Palace of the Parliament) ก่อสร้างในปี 1984 แล้วเสร็จในปี 1997 ใช้งบประมาณก่อสร้างในครั้งนั้นสูงถึง 3 พันล้านยูโร มีห้องทั้งหมด 1,100 ห้อง พื้นที่ใช้สอยกว่า 3 แสนตร.ม. ถือเป็นอาคารที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของโลก รองจากอาคารเพนตากอนของกระทรวงกลาโหมสหรัฐ

อาคารรัฐสภาแห่งนี้ ก่อสร้างขึ้นภายใต้คำสั่งของ นิโคไล เซอูเซสคู ประธานพรรคคอมมิวนิสต์โรมาเนียในยุคนั้น ใช้เวลาก่อสร้างยาวนานถึง 13 ปี

อย่างไรก็ดีระหว่างการก่อสร้างในปี 1990 มหาเศรษฐีเจ้าพ่อสื่อของสหรัฐเชื้อสายออสเตรเลีย อย่างนายรูเพิร์ต เมอร์ด็อก เสนอซื้ออาคารดังกล่าวในราคา 1 พันล้านดอลลาร์ แต่ได้รับการปฏิเสธ จนกระทั้งปี 2008 มีการประเมินมูลค่าของอาคารดังกล่าวอยู่ที่ราว 3 พันล้านยูโร

นอกจากนี้ด้วยขนาดที่ใหม่โตมโหฬาร ทำให้ในแต่ละปีรัฐสภาแห่งนี้ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภคพื้นฐานเช่นค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า ค่าแก๊สสูงถึงปีละ 6 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่งผลให้อาคารรัฐสภาแห่งนี้ติดหนึ่งใน 25 อันดับสิ่งปลูกสร้างราคาแพงที่สุดของโลก

ปัจจุบันอาคารแห่งนี้ใช้เป็นทั้งที่ประชุมสภา พิพิธภัณฑ์ศิลปะ และพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์คอมมิวนิสต์ของโรมาเนีย

 

 

 

"ออสเตรเลีย" สภาสวยที่สุด

อาคารรัฐสภาออสเตรเลีย (Parliament House, Canberra) ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งใน 25 สิ่งปลูกสร้างที่มีราคาแพงที่สุดในโลก ด้วยงบก่อสร้างถึง 1.1 ล้านเหรียญสหรัฐ ก่อสร้างในปี 1981 แล้วเสร็จในปี 1988 มีพื้นที่ใช้สอยราว 250,000 ตร.ม. และถือเป็นหนึ่งในอาคารรัฐสภาที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของโลกด้วย ด้วยลักษณะของสถาปัตยกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งสภาแห่งนี้นอกจากจะเป็นสถานที่ราชการแล้ว ยังถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งของออสเตรเลีย การันตีด้วยรางวัล 2017 travellers choice awards จาก Trips Advisors ด้วย

 

มีห้องทั้งหมด 4,700 ห้อง โดยนอกจากใช้เป็นที่ประชุมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาออสเตรเลียแล้ว บางส่วนของอาคารแห่งนี้ยังใช้เป็นที่ทำการของนายกรัฐมนตรีออสเตรเลียด้วย

 

และเมื่อเดือน พฤษภาคมที่ผ่านมา รัฐสภาแห่งนี่้มีอายุครบรอบ 30 ปีพอดี นับตั้งแต่ที่สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่สอง ซึ่งองค์ประมุขแห่งออสเตรเลีย เสด็จมาทำพิธีเปิดเมื่อวันที่ 9 พ.ค. 1988 อย่างไรก็ดีภายหลังที่รัฐสภาแห่งนี้เปิดใช้งานมานาน 30 ปี เริ่มมีกระแสพูดถึงการปรับปรุงอาคารครั้งใหญ่เพื่อรองรับการใช้งานในอนาคต

 

"อังกฤษ" สภาที่ค่าซ่อมแพงที่สุด

ขณะที่ประเทศแม่แบบประชาธิปไตยอย่างอังกฤษนั้นมี อาคารรัฐสภาเวสต์มินสเตอร์ หรือ พระราชวังเวสต์มินสเตอร์ โดยพระราชวังเวสต์มินสเตอร์แห่งนี้ก่อสร้างใน ค.ศ. 1016 แต่ทว่าอาคารส่วนใหญ่ที่เห็นในปัจจุบันก่อสร้างในช่วงศตวรรษที่ 19

อย่างไรก็ดีสภาแห่งนี้ถูกใช้งานมาแล้วอย่างน้อยกว่า 200 ปี และเคยผ่านการปรับปรุงมาแล้วหลายครั้ง โดยครั้งล่าสุดในปีที่ผ่านมีรายงานว่า หอนาฬิกาบิ๊กเบน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอาคารรัฐสภา และเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของกรุงลอนดอน จะเงียบเสียงเคาะระฆังนาน 4 ปี เพื่อบูรณะซ่อมแซม

 

นอกจากนี้สภาอังกฤษได้ผ่านร่างงบประมาณเพื่อปรับปรุงซ่อมแซมอาคารรัฐสภาเวสต์มินสเตอร์ครั้งใหญ่ ด้วยงบประมาณที่สูงถึง 3.5 - 4 พันล้านปอนด์ อีกทั้งการเตรียมย้ายที่ทำการสำนักงานของหน่วยงานภายในรัฐสภาไปยัง พระราชวังไวต์ฮอล เป็นเวลา 6 ปีหรืออาจจะมากกว่านั้น เพื่อซ่อมแซมครั้งใหญ่ โดยมีกำหนดการกลับมาใช้สภาแห่งนี้อีกครั้งภายในปี 2025

 

 

"จอร์เจีย" สภาแปลกที่สุด

 อาคารรัฐสภาแห่งใหม่ของประเทศจอร์เจีย หรือ สาธารณรัฐจอร์เจีย ซึ่งเป็นประเทศที่อยู่ทางตะวันออกของทะเลดำ ในอดีตเป็นสาธารณรัฐหนึ่งของสหภาพโซเวียต โดยสภาแห่งใหม่นี้แล้วเสร็จในปี 2012 มีลักษณะเป็นโดมกระจกแล้ว ดูแล้วคล้ายยานอวกาศกำลังลงจอดเหนือพื้นดิน มีพื้นที่ใช้สอย 40,000 ตร.ม. ใช้งบฯก่อสร้างถึง 83 ล้านเหรียญสหรัฐ

 

โดยสภาแห่งนี้มีจุดเริ่มต้นที่ไม่ค่อยดีนัก เนื่องจากรัฐบาลจอร์เจียได้รื้อถอนอนุสาวรีย์ในสมัยสหภาพโซเวียตเพื่อสร้างสภานี้แทน ซึ่งในครั้งนี้มีประชาชนออกมาประท้วงการรื้อถอนอนุสาวรีย์ดังกล่าว จนสุดท้ายส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตสองรายเป็นหญิงหนึ่งรายและลูกสาววัย 8 ขวบของเธออีกหนึ่งราย

สำหรับสภาแห่งนี้เต็มไปด้วยข้อถกเถียงต่างๆนานา เช่น สถานที่ก่อสร้างสภาอยู่ไกลจากเมืองหลวงถึง 200 กิโลเมตร และการใช้งบฯในการก่อสร้างที่สูงถึง 83 ล้าน ซึ่งเทียบกับเศรษฐกิจของจอร์เจียซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศที่ประชากรมีรายได้ต่อหัวน้อยที่สุดประเทศหนึ่งในโลก ขณะที่นาย  Mikheil Saakashvili ผู้นำจอร์เจียในสมัยนั้นกล่าวว่าอาคารรัฐสภาหลังนี้แสดงถึงความหวังของจอร์เจียในอนาคต

แม้ว่าจะยังมีความไม่แน่นอนในหลายๆเรื่องของรัฐสภาไทย เช่นไม่แน่นอนเรื่องงบประมาณจะบานปลายไปถึงไหน จะสร้างเสร็จเมื่อใด แต่หวังว่าในกระบวนการก่อสร้าง "สัปปายะสภาสถาน" นั้นจะไม่ติดหนึ่งในสภาที่ทุจริตที่สุดของโลก

เรื่องอื่นๆที่คุณอาจสนใจ

Nytive

ข่าวอื่นๆ