มะกันแฉถูกยัดไส้สุนัขตรวจระเบิด

วันที่ 11 ต.ค. 2553 เวลา 08:01 น.
เห็นรายงานของเจ้าหน้าที่สอบสวนของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐที่เพิ่งเผยแพร่ออกมาสดๆ ร้อนๆ

เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาแล้ว อดนึกตำหนิในความมักง่ายของบรรดาบริษัทที่ได้รับการว่าจ้างให้จัดหาและฝึกสุนัขดมกลิ่นในประเทศอิรักและอัฟกานิสถาน ดินแดนที่หากจะเปรียบว่าเป็นสนามรบก็คงจะไม่ผิดไม่ได้จริงๆ

ก็ใครจะเชื่อว่าบริษัทที่กุมชะตาชีวิตของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเมืองลุงแซมไว้ในกำมือเหล่านี้ จะไร้ศีลธรรมและจรรยาบรรณถึงขนาดลักไก่ ด้วยการส่งสุนัขดมกลิ่นที่ไม่ผ่านการทดสอบอย่างเหมาะสมออกไปปฏิบัติหน้าที่

ยิ่งกว่านั้นรายงานฉบับนี้ยังเจาะลึกลงไปอีกว่า สาเหตุที่ทำให้ประสิทธิภาพในการดมกลิ่นของเจ้าตูบหย่อนยานลงนี้ ไม่ได้เป็นเพราะกรรมพันธุ์หรือ ความขี้เกียจแต่อย่างใด ทว่าเป็นเพราะบริษัทเหล่านี้ไม่ได้ฝึกปรือให้พวกมันได้ดมกลิ่นทุกชนิดที่อาจเกี่ยวพันกับวัตถุต้องสงสัย

ดังนั้น จึงไม่แปลกหากสัญชาตญาณ จมูกไวของพวกมันจะทำงานได้ไม่เต็มร้อย ปล่อยให้กระเป๋าหรือยานพาหนะที่มีวัตถุระเบิดซุกซ่อนอยู่เล็ดลอดไปได้ และเป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่การทูตสหรัฐที่เรียกใช้บริการตกอยู่ในอันตราย

 อย่างไรก็ตาม นอกจากเจ้าตูบดมกลิ่นเหล่านี้จะต้องเผชิญกับชะตากรรมดังกล่าวแล้ว ซ้ำร้ายเจ้าของศูนย์ฝึกสุนัขดมกลิ่นระเบิด ที่รายงานระบุ 2 แห่ง คือ “แบล็กวอเตอร์” ในเมืองโมยอค รัฐนอร์ทแคโรไลนา และบริษัท รอนโค คอนเซาล์ติง คอร์ป ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ยังนำวัสดุที่หมดอายุและมีการปนเปื้อนมาใช้ในการทดสอบดมกลิ่นของสุนัขอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีรายงานที่ชี้ชัดขนาดนี้ ทว่าด้านจำเลยในกรณีดังกล่าวอย่าง ซูซาน พิชเชอร์ โฆษกบริษัทแม่ของรอนโค ก็ยังคงออกมาค้านหัวชนฝาว่า ข้อมูลจากรายงานดังกล่าวนั้นไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด

โต้กันไปโต้กันมาแบบนี้ เห็นทีต้องให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ซะแล้วว่า ใครคือผู้อยู่เบื้องหลังปฏิบัติการลับ ลวง พราง ในครั้งนี้