กูรูค้านขึ้นค่าหยวน

วันที่ 11 ต.ค. 2553 เวลา 07:26 น.
หวั่นกระทบศก.เป็นลูกโซ่ประเทศอื่นเข้าข่ายตรึงเงิน

กูรูการเงินประสานเสียงหนุนจีน ชะลอขึ้นค่าหยวน

นักวิเคราะห์ด้านการเงินเตือนว่า การแข็งค่าอย่างฉับพลันของค่าเงินหยวน อาจก่อให้เกิดโกลาหลครั้งใหญ่ในจีน เนื่องจากภาคส่งออกได้รับผลกระทบรุนแรงจากค่าเงินที่แข็งค่าขึ้น จนภาคการผลิตต้องปิดโรงงานครั้งใหญ่ และติดตามมาด้วยภาวะว่างงานอย่างรุนแรง

“นับเป็นเรื่องไม่สมเหตุสมผลที่ประเทศหนึ่งๆ จะปรับค่าเงินของตนเองครั้งใหญ่ในเวลาสั้นๆ ยกเว้นจะเกิดความวุ่นวายครั้งใหญ่เท่านั้น” หลู่ถิง นักวิเคราะห์ของธนาคารแบงก์ ออฟ อเมริกา เมอร์ริล ลินช์ กล่าวกับเอเอฟพี

ด้าน เอียน สโลน นักเศรษฐศาสตร์จากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ หรือเอ็มเอฟที กล่าวว่า หากจีนขึ้นค่าเงินหยวนตามแรงกดดัน ในระยะสั้นจีนอาจยังสนับสนุนอุตสาหกรรมหรือพื้นที่การผลิตหลักๆ ได้ แต่ในระยะยาวยังไม่เป็นที่แน่นอนว่า รัฐบาลจีนจะยังสามารถควบคุมความสงบเรียบร้อยในสังคมได้หรือไม่

ขณะที่ เถาตง นักวิเคราะห์จากบริษัท เครดิต สวิส ชี้ว่า หลายประเทศได้ใช้มาตรการแทรกแซงค่าเงินเพื่อส่งเสริมการส่งออกเช่นกัน ดังนั้นหากจีนมีความผิดจากการไม่ปรับค่าเงินหยวน ทุกฝ่ายก็ถือว่ามีความผิดเช่นเดียวกัน

เถาตง ยังกล่าวด้วยว่า แม้ว่าจีนจะล่าช้าในการปฏิรูปค่าเงินหยวน แต่รัฐบาลจีนใช้มาตรการอื่นๆ ในการลดตัวเลขได้เปรียบดุลการค้า ทว่ามาตรการเหล่านั้นไม่อยู่ในความสนใจของสาธารณชน เช่นการเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ ซึ่งในที่สุดจะช่วยกระตุ้นการนำเข้าให้สูงขึ้น เพื่อถ่วงดุลกับการส่งออก

ทั้งนี้ ความเห็นของบรรดานักวิเคราะห์เหล่านี้สอดคล้องกับเหตุผลของนายกรัฐมนตรี เวินเจียเป่า ของจีน ที่กล่าวยืนยันต่อผู้นำประเทศตะวันตก ถึงสาเหตุที่จีนไม่ยินยอมปล่อยค่าเงินหยวนให้แข็งค่าตามคำเรียกร้องของนานาประเทศ

โจวเสี่ยวฉวน ผู้ว่าการธนาคารกลางจีน (พีบีโอซี) ซึ่งเดินทางไปร่วมประชุมกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ที่กรุงวอชิงตัน กล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ว่า จีนจะปรับค่าเงินหยวนอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพื่อให้เกิดความสมดุล พร้อมปฏิเสธความเป็นไปได้ที่จีนจะขึ้นค่าเงินหยวนอย่างฉับพลัน