เยอรมันเปิดจตุรัส "มาเรียนพลัทซ์" จัดพิธีวางดอกไม้จันทน์ในหลวง ร.9 สมพระเกียรติ

วันที่ 29 ต.ค. 2560 เวลา 19:35 น.
เยอรมันเปิดจตุรัส "มาเรียนพลัทซ์" จัดพิธีวางดอกไม้จันทน์ในหลวง ร.9 สมพระเกียรติ
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์

เมื่อวันที่ 26 ต.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันประวัติศาสตร์ที่คนไทยเข้าร่วมพิธีวางดอกไม้จันทน์ในเวลาพร้อมกันหรือไล่เลี่ยกันทั่วทั้งโลก เพื่อแสดงความอาลัยต่อสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เป็นครั้งสุดท้ายนั้น คนไทยในประเทศ "เยอรมนี" ก็ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของคนไทยทั่วโลกที่แสดงความจงรักภักดีอย่างสุดซึ้ง และมีการจัดพิธีอย่างสมพระเกียรติในหลายเมืองทั่วประเทศ

ในเมืองมิวนิค ทางตอนใต้ของเยอรมนีนั้น มีการจัดพิธีวางดอกไม้จันทน์ขึ้นอย่างยิ่งใหญ่กลางจตุรัสมาเรียนพลัทซ์ (Marienplatz) แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของเมืองที่ทุกคนต้องมาเยือน ซึ่งเป็นการอนุญาตให้จัดงานตรงพื้นที่ส่วนกลางอย่างสมพระเกียรติ โดยมีผู้เข้าร่วมงานเกือบ 700 คน หรือมากกว่า 3 เท่าจากที่ประมาณการเบื้องต้น ซึ่งมีทั้งชาวไทยในเยอรมนี ชาวไทยในประเทศใกล้เคียง และชาวต่างชาติมาร่วมพิธี ท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นไปอย่างอย่างเรียบร้อย โดยในงานมีผู้ดำเนินรายการในพิธี 2 คนเพื่อส่อสารทั้งภาษาไทยและภาษาเยอรมัน มีการกล่าวถึงพระราชประวัติของในหลวงรัชกาลที่ 9 และอ่านบทกลอนเพื่อแสดงความอาลัย ก่อนที่จะมีการรำของคณะนาฏศิลป์ และเริ่มการวางดอกไม้จันทน์

เมืองมิวนิค / ภาพ สมรักษ์ อู่คล้าย
เมืองมิวนิค / ภาพ สมรักษ์ อู่คล้าย

นายสมรักษ์ อู่คล้าย คนไทยในเยอรมนีซึ่งเข้าร่วมงานดังกล่าว เปิดเผยว่า แม้จะอาศัยอยู่ในเมืองเอสเซ่น ดุสเซลดอร์ฟ ที่อยู่ห่างออกไปหลายร้อยกิโลเมตร แต่ก็ยอมขับรถมาไกลกว่า 6 ชั่วโมง เพราะคิดว่าในฐานะคนไทยต้องไปร่วมวางดอกไม้จันทน์ในครั้งนี้ให้ได้

"ผมเห็นในหลวงมาตั้งแต่ผมยังเป็นเด็ก เห็นท่านทำงานสารพัด ทุกครั้งที่ท่านทำอะไรให้คนไทย ผมรู้สึกว่าเราเองก็ได้รับสิ่งนั้นด้วยไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม คนไทยควรรู้ในจิตใต้สำนึกว่าท่านมีพระมหากรุณาธิคุณแค่ไหน พวกเราคงไม่มีทางทำอะไรได้มากมายอย่างพระองค์ท่าน แต่พวกเราสามารถทำความดีเพื่อท่านได้" นายสมรักษ์ กล่าว

 

เมืองมิวนิค / ภาพ สมรักษ์ อู่คล้าย
เมืองมิวนิค / ภาพ สมรักษ์ อู่คล้าย

 

 

เมืองมิวนิค / ภาพ สมรักษ์ อู่คล้าย
เมืองมิวนิค / ภาพ สมรักษ์ อู่คล้าย

 

เมืองมิวนิค / ภาพ สมรักษ์ อู่คล้าย
เมืองมิวนิค / ภาพ สมรักษ์ อู่คล้าย

 

 

เมืองมิวนิค / ภาพ สมรักษ์ อู่คล้าย
เมืองมิวนิค / ภาพ สมรักษ์ อู่คล้าย

 

 

เมืองมิวนิค / ภาพ สมรักษ์ อู่คล้าย
เมืองมิวนิค / ภาพ สมรักษ์ อู่คล้าย

เมืองมิวนิค / ภาพ สมรักษ์ อู่คล้าย
เมืองมิวนิค / ภาพ สมรักษ์ อู่คล้าย

ส่วนที่เมืองโคโลญจน์ ทางตะวันตกของเยอรมนี มีการจัดพิธีขึ้นที่ลานกว้างหน้าสถานีรถไฟหลักของเมือง (Koln Hauptbahnhof) โดยมีผู้เข้าร่วมงานมากถึงราว 2,000 คน ซึ่งนางสมนึก ลาภเวช ดักไวเลอร์ ตัวแทนคณะผู้จัดงาน เปิดเผยว่า เลือกจัดงานที่หน้าสถานีรถไฟหลักแทนวัด เพราะต้องการอำนวยความสะดวกให้ผู้มาร่วมงานมากที่สุด เนื่องจากหลายคนไม่มีรถยนต์

 

นอกจากคนไทยในโคโลญจน์และเมืองใกล้เคียง รวมถึงจากประเทศเนเธอร์แลนด์และประเทศเบลเยี่ยมบางส่วนแล้ว ก็ยังมีชาวต่างชาติอีกจำนวนหนึ่งที่ไม่ใช่สามีหรือภรรยาของคนไทย แต่เป็นชาวต่างชาติที่เคยมาเมืองไทยและรักประเทศไทยด้วย

"ฝรั่งหลายคนที่มาร่วมงานไม่ได้เป็นสามีหรือภรรยาของคนไทย แต่พวกเขาบอกว่าชอบประเทศไทยเพราะเคยมาเที่ยวหรือมาทำงานแล้วประทับใจในเมืองไทยในผู้คนของเรา เลยรู้สึกเสียใจกับพวกเราด้วยที่สูญเสียในหลวง ร.9 และขอเข้าร่วมพิธีวางดอกไม้จันทน์ในครั้งนี้ด้วย" นางสมนึก กล่าว

 

 

ทั้งนี้ พิธีในเมืองโคโลญจน์เริ่มขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 18.00 น. โดยมีการจุดเทียนถวายพ่อหลวงและมีการรำถวายจากคณะนาฏศิลป์รวม 3 คณะ จากนั้นจึงเริ่มการวางดอกไม้จันทน์ ซึ่งมีทั้งดอกไม้แห้งตามธรรมเนียมของคนไทยและดอกไม้สดสีขาวตามธรรมเนียมของชาวตะวันตกที่หลายคนตั้งใจนำมาเองจากบ้าน ซึ่งเมื่อเสร็จสิ้นพิธีแล้ว ผู้จัดงานได้รวบรวมดอกไม้จันทน์ทั้งหมดไปที่วัดธรรมนิวาส เมืองเอชไวเลอร์ ในเวลาประมาณ 21.00 น. เพื่อนำไปประกอบพิธีทางศาสนาให้ใกล้เคียงกับช่วงพระราชพิธีถวายพระเพลิงในประเทศไทย

เมืองโคโลญจน์ / ภาพ Mink Sudarat
เมืองโคโลญจน์ / ภาพ Mink Sudarat

สำหรับที่กรุงเบอร์ลินนั้น มีผู้เข้าร่วมงานราว 1,400 คน ที่วัดพุทธวิหาร ศูนย์รวมจิตใจของคนไทยในเบอร์ลิน โดยเริ่มเปิดให้ลงทะเบียนในเวลา 14.00 น.  ซึ่งมีผู้ทยอยเดินทางมาอย่างต่อเนื่อง ก่อนจะเริ่มการวางดอกไม้จันทน์ในเวลา 17.00 น. โดยงานมีไปต่อเนื่องจนถึงเวลาประมาณ 21.00 น. โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างสงบเรียบร้อยทว่าเศร้าโศก สำหรับการวางดอกไม้จันทน์เพื่อแสดงความอาลัยต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เป็นครั้งสุดท้าย

 

น.ส.ณัฏฐพร ทูลแสงงาม นักศึกษาปริญญาโทซึ่งรับอาสาเป็นช่างภาพอาสาสมัครในงาน เปิดเผยว่า รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ร่วมทำหน้าที่ในงานดังกล่าว เนื่องจากยังเป็นนักศึกษา ไม่ใช่มืออาชีพ คิดว่าเป็นครั้งหนึ่งในชีวิตที่อยากถ่ายทอดงานในวันนั้นออกมาให้ทุกคนได้เห็น ซึ่งพ่อแม่และทุกคนที่ทราบต่างก็ย้ำให้ทำงานออกมาให้ดีที่สุด

"ในงานวันนั้นมีการถามคำถามที่ดีมากข้อหนึ่งคือ ไม่ได้ถามว่าคนที่มาร่วมงานรู้สึกอย่างไร แต่ถามว่าเราจะนำคำสอนของในหลวง ร.9 ไปปรับใช้อย่างไรมากกว่า ซึ่งถือเป็นแรงกระตุ้นและแรงผลักดันไปข้างหน้าอย่างมาก โดยเฉพาะคนไกลบ้านอย่างพวกเรา" นักศึกษาไทยในกรุงเบอร์ลิน กล่าว

 

กรุงเบอร์ลิน / สถานทูตไทยในเบอร์ลิน
กรุงเบอร์ลิน / สถานเอกอัคราชทูตไทย ณ กรุงเบอร์ลิน