เม็กซิโกติดตั้ง "เก้าอี้เจ้าโลก" ต้านปัญหาการคุกคามทางเพศ

วันที่ 02 เม.ย. 2560 เวลา 12:42 น.
เม็กซิโกติดตั้ง "เก้าอี้เจ้าโลก" ต้านปัญหาการคุกคามทางเพศ
แคมเปญทดลองทางสังคม ด้วยเก้าอี้โดยสารรถไฟรูปแบบใหม่ที่ต้องการให้ผู้ชายตระหนักถึงการคุกคามทางเพศแก่ผู้หญิง 

หากคุณผู้อ่านได้มีโอกาสเดินทางไปท่องเที่ยวยังเม็กซิโกช่วงนี้ เมื่อขึ้นรถไฟใต้ดินในกรุงเม็กซิโกซิตี้อาจจะต้องประหลาดใจกับเก้าอี้โดยสารที่มีรูปร่างของอวัยวะเพศชายปรากฏอยู่บริเวณที่นั่ง และแผงอกของท่านชายบริเวณพนักพิงหลัง พร้อมป้ายด้านบนที่เขียนกำกับว่า "ที่นั่งสำหรับผู้ชายเท่านั้น" ส่วนที่ด้านล่างของเก้าอี้มีป้ายเขียนกำกับว่า "นี่อาจจะสร้างความน่ารำคาญให้แก่การเดินทางของคุณ แต่เทียบกันไม่ได้เลยกับสิ่งที่ผู้หญิงต้องเผชิญกับการคุกคามทางเพศในทุกๆวันของการเดินทาง"

คลิปวิดีโอที่บันทึกเหตุการณ์บนรถไฟใต้ดิน บรรดาผู้โดยสารพากันประหลาดใจกับเก้าอี้ตัวดังกล่าว และแน่นอนบางคนพยายามที่จะนั่งมัน แต่เมื่อพวกเขาพบว่าไม่สามารถนั่งได้สบายนัก เก้าอี้พิเศษตัวนี้จึงถูกทิ้งให้ว่างเลป่า ท่ามกลางผู้คนที่ยืนเบียดกันแน่นในขบวนรถไฟ

ทั้งเก้าอี้ และคลิปวิดีโอดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญที่สร้างสรรค์ขึ้นโดยเจ้าหน้าที่สหประชาชาติประจำกรุงเม็กซิโกซิตี้ ที่ต้องการต่อต้านการล่วงละเมิดทางเพศที่เกิดขึ้นในระบบขนส่งมวลชนของเม็กซิโก "9 ใน 10 ของผู้หญิงในกรุงเม็กซิโกซิตี้ ตกเป็นเหยื่อการล่วงละเมิดทางเพศในแบบต่างๆ ทุกๆวันเมื่อใช้บริการขนส่งมวลชน" ตอนท้ายของคลิปวิดีโอได้สรุปถึงแคมเปญนี้

แคมเปญดังกล่าวเป็นกระบวนการทดลองทางสังคมรูปแบบหนึ่ง ที่มีจุดประสงค์เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์ และความรู้สึกของการถูกคุกคามทางเพศให้แก่บรรดาผู้โดยสารชายบ้าง ซึ่งหลังวิดีโอถูกเผยแพร่บนโลกออนไลน์ มีทั้งเสียงวิจารณ์ในเชิงชื่นชม ในขณะเดียวกันบางส่วนก็มองว่าวิดีโอนี้ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาใดๆ ที่ฝังลึกในสังคมของเม็กซิโกมายาวนาน

Ana Güezmes เจ้าหน้าที่สหประชาชาติประจำกรุงเม็กซิโกกล่าวเมื่อเดือนที่ผ่านมา ในการเปิดตัวแคมเปญว่า "ผู้ชายส่วนใหญ่ไม่คิดว่าการล่วงละเมิดทางเพศคือความรุนแรงรูปแบบหนึ่ง การแซว ผิวปากแก่ผู้หญิง พวกเขาทำสิ่งเหล่านี้จนกลายเป็นเรื่องสามัญธรรมดา"

"แคมเปญนี้ต้องการเปลี่ยนมุมมองของผู้ชาย ให้พวกเขาหยุดคิดว่าการล่วงละเมิดทางเพศนั้นไม่ใช่เรื่องปกติ" เธอกล่าว "แน่นอนว่ายังมีผู้ชายชาวเม็กซิโกอีกมากที่ไม่ทำพฤติกรรมเช่นั้น และเราต้องการให้พวกเขากล้าที่จะออกมาพูดว่าพฤติกรรมเหล่านั้นไม่ใช่เรื่องปกติ"

ขอบคุณวิดีโอจาก Mitsumasa Kiido