ผู้อพยพยอมฝ่าความหนาวไปแคนาดา หนีโดนัลด์ ทรัมป์

  • วันที่ 13 ก.พ. 2560 เวลา 16:31 น.

ผู้อพยพยอมฝ่าความหนาวไปแคนาดา หนีโดนัลด์ ทรัมป์

แคมเปญของทรัมป์ส่งผลให้จำนวนผู้อพยพมายังแคนาดาเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า ท่ามกลางสภาพอากาศเลวร้าย บางคนเสียชีวิต บางคนต้องกลายเป็นผู้พิการ

เป็นเวลากว่า 5 ชั่วโมงแล้วที่ Somalis Farhan Ahmed และ Mohamed Mualim เดินเท้าจากนอร์ท ดาโกตา มุ่งตรงไปยังแคนาดา พวกเขาเดินผ่านทุ่งหญ้ารกร้างที่ขณะนี้ถูกปกคลุมด้วยหิมะหนาถึงหัวเข่า ท่ามกลางอุณหภูมิต่ำเกือบ -20 องศาเซลเซียส

ในที่สุดพวกเขาก็เห็นถนนไฮเวย์อยู่ด้านหน้า และรับรู้ว่าตนเดินทางมาถึงแคนาดาแล้ว หนึ่งในสองผู้อพยพหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา และกดหา 911

"มันหนาวมากๆ" Ahmed วัย 36 ปีกล่าวถึงเหตุการณ์ในวันนั้น "คุณไม่ควรออกไปเดินอะไรแบบนั้น หิมะหนาถึงหัวเข่าเรา และบางครั้งเราก็ไม่มีความรู้สึกใดๆเลยกับมือ และเท้าของเรา"

ตั้งแต่เดินทางมาถึงยังแคนาดา เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทั้งคู่ได้ยื่นคำร้องขอลี้ภัย ตลอดช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาผู้อพยพจำนวนหลายร้อยคนพยายามเดินทางข้ามชายแดนสหรัฐทางตอนเหนือ จากนอร์ท ดาโกตา หรือมอนทาน่า เพื่อเข้ามายังในแคนาดา

The Manitoba Interfaith Immigration Council หรือ MIIC องค์กรไม่แสวงผลกำไรในนครวินิเพ็กของแคนาดา ได้ให้ความช่วยเหลือด้านอาหาร, ที่พัก รวมไปถึงทนายความแก่บรรดาผู้อพยพที่ยื่นวีซ่าขอลี้ภัย

"นับตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้ว มีผู้อพยพรวม 21 คน ที่ข้ามชายแดนมา" Rita Chahal ผู้อำนวยการยริหารของ MIIC กล่าว หากคิดเป็นค่าเฉลี่ยในปีหนึ่งๆ พวกเขาจะมีจำนวนผู้อพยพที่เดินทางเข้ามาราว 50 - 60 คน ผ่านเส้นทางนี้ แต่ตลอด 5 ปีที่ผ่านมาของการทำงาน เธอระบุว่าไม่เคยเห็นปรากฏการณ์ดังปัจจุบันมาก่อน ที่บรรดาผู้อพยพทุกคนล้วนกล่าวว่า โดนัลด์ ทรัมป์คือเหตุผลที่พวกเขาเดินทางมายังแคนาดา

"เหตุผลที่ผมหนีมายังที่นี่ เพราะโดนัลด์ ทรัมป์" Ahmed กล่าว "มันไม่ปลอดภัยสำหรับเรา ผมเลยหนีมา เมื่อสหรัฐมีประธานาธิบดีคนใหม่ อะไรๆก็เปลี่ยนไปหมด อคติและความเกลียดชังเต็มไปหมด แม้แต่ผู้คนที่มีเอกสารก็ไม่สามารถเข้ามาในสหรัฐได้"

"มันเป็นการเดินทางที่ยากลำบากมาก แต่ว่าพวกเราไม่มีทางเลือก" Mualim กล่าว "ผมไม่สามารถใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัยอีกต่อไปในสหรัฐ เมื่อคุณกำลังจะถูกเนรเทศออกนอกประเทศ คุณไม่มีทางเลือกนอกจากเดินทางข้ามชายแดน"

ทั้งคู่นั้นขอลี้ภัยในสหรัฐแต่ถูกปฏิเสธ พวกเขาระบุว่ามีเอกสารการจ้างงาน และเคยทำงานเป็นคนขับรถบรรทุกมาก่อน Ahmed ผู้เป็นชาวโซมาเลียกล่าวว่า ตัวเขาไม่อาจกลับบ้านได้ หากกลับไปจะต้องถูกฆ่าอย่างแน่นอน หลังพ่อของเขาถูกลังหารโดยมือปืน ใกล้ชายแดนเคนยา Ahmed กลัวว่าเขาอาจจะเป็นรายต่อไป ในขณะที่ Mualim เองก็หนีความรุนแรงมาจากกลุ่มก่อการร้ายอัล-ชาบับ ที่คิดว่าเขาเป็นสายลับ

ในปี 2015 มีผู้อพยพข้ามชายแดนมายังแคนาดาจำนวน 4,316 คน ในปี 2016 จำนวนเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวถึง 7,022 คน ในจำนวนนี้ส่วนใหญ่เป็นชาวซีเรีย, อิรัก, อัฟกานิสถาน, ปากีสถาน, โคลอมเบีย, เอริเทรีย และบุรุนดี พวกเขามีเรื่องราวไม่ต่างจาก Ahmed และ Mualim ซึ่งการเดินทางเข้าแคนาดาของพวกเขานั้น เป็นการเดินทางข้ามแดนที่ผิดกฏหมาย และในจำนวนนี้บางคนอาจไม่ได้โชคดีอย่างทั้งสอง สภาพอากาศที่หนาวเย็น และโหดร้ายคือสาเหตุหลักที่คร่าชีวิตของผู้อพยพเหล่านี้

Razak Iyal ผู้อพยพชาวกินีวัย 35 ปี ต้องเสียนิ้วมือไปเกือบทั้งหมด ในระหว่างการเดินทางเข้ามายังแคนาดา เมื่อคริสต์มาสปีที่ผ่านมา  แพทย์จำต้องตัดนิ้วทั้งหมดของเขาออก เหลือเพียงแต่นิ้วหัวแม่โป้งเท่านั้น อันเนื่องมาจากหิมะกัด

Razak Iyal ผู้อพยพจากกานาเสียนิ้วมือไปเกือบทั้งหมดจากหิมะกัด ระหว่างเดินทางข้ามชายแดน

"มันยากมากสำหรับการใช้ชีวิตในปัจจุบัน" Iyal กล่าวในฐานะผู้พิการ บนดินแดนใหม่ "ผมไม่สามารถอาบน้ำได้เอง หรือใส่กางเกงได้เอง แต่ผมต้องพยายามทำให้ได้" ในขณะที่เพื่อนของเขา Mohammad เสียนิ้วมือไปทั้งหมด ทุกวันนี้เรื่องราวการเดินทางข้ามชายแดนของเขายังคงถูกเล่าขาน ผ้าพันแผลที่พันรอบมือของเขาย้ำเตือนถึงประสบการณ์เลวร้ายในวันนั้น และผู้คนมากมายพากันแวะเวียนไปเพื่อให้ความช่วยเหลือแก่เขาทั้งมอบอาหาร ข้าวของ หรือบางครั้งก็เงินบริจาค

"แคนาดาคือสถานที่ที่ดีที่สุดในโลก สำหรับผู้ลี้ภัย เพราะผมเห็นความแตกต่างที่ชาวสหรัฐปฏิบัติต่อเรามาแล้ว" Iyal กล่าว "ชาวแคนาดาปฏิบัติต่อเราเหมือนเราเป็นส่วนหนึ่งของพวกเขา เหมือนที่นี่เป็นบ้านของเราด้วย ทุกวันนี้ผมเองก็เป็นส่วนหนึ่งของพวกเขาแล้ว"

กระบวนการพิจารณาวีซ่าขอลี้ภัยของเขาจะมีขึ้นในวันที่ 27 มีนาคมนี้ เขาคาดหวังว่าวันหนึ่งจะสามารถพาภรรยาในกานา มาอยู่ด้วยกันได้ที่แคนาดา รวมทั้งวาดฝันว่าอยากจะเรียนต่อด้านธุรกิจ ในมหาวิทยาลัยสักแห่งของแคนาดา

"ผมมีข้อความที่อยากจะส่งไปยังผู้ลี้ภัยทุกคนทั่วโลก ผมรู้ว่ามันไม่ง่ายที่จะหนีออกมา ละทิ้งบ้าน ละทิ้งครอบครัว แต่อย่ายอมแพ้ คุณต้องต่อสู้เพื่อสิทธิของตนเอง ในฐานะผู้ลี้ภัยคุณมีสิทธิเต็มที่ที่จะขอลี้ภัยในประเทศไหนก็ได้ นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะบอกแก่ผู้ลี้ภัยในสหรัฐ และทั่วโลก" Iyal กล่าว

Seidu Mohammad เพื่อนของเขาที่เดินทางมาด้วยกัน โชคร้ายเสียนิ้วมือไปทั้งหมด

 

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ