สาวอินโดนีเซียถูกเฆี่ยนต่อหน้าฝูงชน เหตุใกล้ชิดแฟนหนุ่ม

วันที่ 01 พ.ย. 2559 เวลา 12:29 น.
สาวอินโดนีเซียถูกเฆี่ยนต่อหน้าฝูงชน เหตุใกล้ชิดแฟนหนุ่ม
สาวมุสลิมวัย 20 ปี จากจังหวัดอาเจะห์ ในอินโดนีเซีย ถูกลงโทษโบยต่อหน้าสาธารณะ จากความผิดที่เธอใกล้ชิดแฟนหนุ่มเกินไป

สาวอินโดนีเซียวัย 20 ปี ถูกลงโทษด้วยการเฆี่ยนหลังต่อหน้าสาธารณชน ในความผิดที่เธอใกล้ชิดกับแฟนหนุ่มของตัวเองมากเกินไป เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นในจังหวัดอาเจะห์ของอินโดนีเซีย ซึ่งบังคับใช้กฏหมายอิสลามอย่างเคร่งครัด

การลงโทษเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 31 ตุลาคมที่ผ่านมา ที่ด้านนอกของมัสยิด Masjid Al-Muttaqin ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ตลาด โดยเธอเป็น 1 ใน 5 คนที่ถูกลงโทษด้วยการโบยตี ซึ่งในจำนวนนี้รวมถึงแฟนหนุ่มวัย 21 ปีของเธอด้วยเช่นกัน ส่วนอีก 3 คนที่เหลือนั้นถูกลงโทษจากการเล่นพนัน ท่ามกลางผู้คนที่มามุงดูมากมายนับร้อยคน

เจ้าหน้าที่ทางการให้ข้อมูลว่า การลงโทษครั้งนี้ไม่ได้มีเพื่อประจาน หรือเป็นที่ขบขัน แต่เป็นบทลงโทษสำหรับทุกคน ภายใต้การอยู่ร่วมกันของการบังคับใช้กฏหมายอิสลาม และหากใครที่ไม่เห็นด้วยก็ควรออกไปจากจังหวัดอาเจะห์ เสีย

คู่รักทั้งสองถูกตัดสินโทษจากการกระทำที่ชาวอินโดนีเซียเรียกว่า Khalwat นั่นคือการที่บุคคลต่างเพศที่ไม่ได้แต่งงานกัน หรือมีสายเลือดเป็นครอบครัวเดียวกัน มีความใกล้ชิดกันเช่นการกุมมือ ไปจนถึงการมีเพศสัมพันธ์

เมื่อเดือนที่ผ่านมา ในวันที่ 13 ตุลาคม ก็มีชาวเมืองถูกลงโทษจากข้อหาเดียวกัน หนึ่งในนั้นคือหญิงสาววัย 21 ปี ที่ถูกกล่าวหาว่าใกล้ชิดแฟนหนุ่มเกินไป ส่วนอีกคนได้รับการเลื่อนผ่อนผันโทษออกไป เนื่องจากเธอกำลังตั้งครรภ์ แต่หากคลอดลูกแล้ว เธอต้องกลับมาถูกลงโทษด้วยการโบยอยู่ดี

จังหวัดอาเจะห์ของอินโดนีเซียยึดถือกฏหมายอิสลามอย่างเคร่งครัด หลังผ่านการตั้งจังหวัดเป็นเขตปกครองพิเศษอาเจะห์ เมื่อปี 2001 กฏหมายนี้ครอบคลุมพฤติกรรมที่ถูกจัดว่าไม่เหมาะสมเช่น การแตะเนื้อต้องตัว, กอด หรือจูบกันระหว่างบุคคลที่ไม่ได้แต่งงานกัน ถือเป็นข้อห้าม ในขณะที่การดื่มแอลกอฮอล์ และการเป็น LGBT นั้นก็ไม่ได้รับอนุญาตเช่นกัน