"เสี่ยเจริญ"ขึ้นที่ 1 เจ้าสัวไทย

วันที่ 03 มี.ค. 2559 เวลา 08:50 น.
"เสี่ยเจริญ"ขึ้นที่ 1 เจ้าสัวไทย
ฟอร์บส์ชี้ตลาดทุนผันผวนฉุด 20 เศรษฐีโลกจนลง 2.5 ล้านล้าน"บิล เกตส์"ยังครองอันดับ1 ด้าน"เจริญ"ขึ้นที่ 1 เจ้าสัวไทย

นิตยสารฟอร์บส์ จัดอันดับมหาเศรษฐีของโลกปี 2016 โดย บิล เกตส์ ผู้ก่อตั้งบริษัท ไมโครซอฟท์ ยังครองอันดับหนึ่งมหาเศรษฐีที่รวยที่สุดในโลก และเป็น ปีที่ 3 ติดต่อกัน โดยมีทรัพย์สินรวม 7.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 2.66 ล้าน ล้านบาท) ขณะที่ อามันซิโอ ออร์เตกา ผู้ก่อตั้งเสื้อผ้าแบรนด์ซาร่า จากสเปน รั้งอันดับ 2 มีทรัพย์สิน 6.7 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 2.38 ล้านล้านบาท) และอันดับ 3 ได้แก่ วอร์เรน บัฟเฟตต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) บริษัท เบิร์กไชร์ แฮธาเวย์ มีทรัพย์สินรวม 6.08 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 2.16 ล้านล้านบาท)

อย่างไรก็ตาม จำนวนทรัพย์สินรวมของมหาเศรษฐีที่รวยที่สุดของโลก 20 อันดับแรก ลดลงมากกว่า 7 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 2.49 ล้านล้านบาท)

ส่วนอันดับ 4 คือ คาร์ลอส สลิม นักลงทุนจากเม็กซิโก มีทรัพย์สิน 5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.78 ล้านล้านบาท) และอันดับ 5 คือ เจฟฟ์ เบซอส ผู้ก่อตั้งบริษัท อเมซอน อิงค์ มีทรัพย์สินที่ 4.52 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.6 ล้านล้านบาท) ขณะที่ มาร์ก ซัคเกอร์เบิร์ก เจ้าของเฟซบุ๊ก อยู่อันดับ 6 มีทรัพย์สิน 4.46 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.58 ล้านล้านบาท)

อย่างไรก็ตาม ฟอร์บส์ระบุว่า จำนวนทรัพย์สินรวมของมหาเศรษฐี 20 อันดับแรกลดลงจาก 8.99 แสนล้านเหรียญ สหรัฐ (ราว 32 ล้านล้านบาท) ในปี 2014 มาอยู่ที่ 8.27 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 29 ล้านล้านบาท) ในปี 2015 ซึ่งเป็นการลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปี นับตั้งแต่ปี 2012 รวมถึงจำนวนมหาเศรษฐี ที่ผ่านเกณฑ์การจัดอันดับในปีนี้มี ทั้งสิ้น 1,810 ราย ลดลงจากปีที่แล้วซึ่งมีจำนวน 1,826 ราย เป็นครั้งแรกใน รอบ 7 ปี

ฟอร์บส์ระบุว่า การที่ทรัพย์สิน ของมหาเศรษฐีบางรายลดลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งมหาเศรษฐีจากทวีปตะวันออกกลาง แอฟริกา และอเมริกา เป็นผลมาจาก ตลาดการเงินโลกมีความผันผวน ราคาหุ้นที่ร่วงลง ตลาดอัตราแลกเปลี่ยนและน้ำมันถูก

สำหรับกลุ่มมหาเศรษฐีไทยในปีนี้ นำโดย เจริญ สิริวัฒนภักดี จากบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ ในอันดับ 94 มีทรัพย์สิน 10,700 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 3.8 แสนล้านบาท) ตามมาด้วย ธนินท์ เจียรวนนท์ จากเครือเจริญโภคภัณฑ์ ในอันดับที่ 171 มีทรัพย์สิน 6,800 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 2.42 แสนล้านบาท) เป็นการเปลี่ยนแปลงจากเดิมที่ธนินท์ครองอันดับ 1 ของไทยมาก่อนหน้านี้ ซึ่งฟอร์บส์ให้เหตุผลว่าปีนี้ไม่ได้คำนวณรวมสินทรัพย์ของพี่น้องผู้บริหารซีพีเหมือนครั้งที่ผ่านๆ มา