แนวโน้มเศรษฐกิจโลกสั่นคลอนหนักทิศทางสหรัฐอึมครึม-ยุโรปเจอภัยเสี่ยง

วันที่ 23 ก.ค. 2553 เวลา 06:14 น.
เศรษฐกิจมหาอำนาจอาการน่าเป็นห่วง เฟดเตือนแนวโน้มสหรัฐยังปราศจากความมั่นคง ส่วนไอเอ็มเอฟชี้ยุโรปเผชิญกับความเสี่ยงในระหว่างการฟื้นตัว ขณะที่เวิลด์แบงก์ขานรับเสียงเตือน ระบุ ภาวะการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกยังเปราะบาง

เบน เบอร์แนนคี ผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กล่าวกับสภาคองเกรส ว่า แนวโน้มของเศรษฐกิจสหรัฐยังอยู่ในภาวะไร้เสถียรภาพอย่างผิดปกติ นอกจากนี้ เศรษฐกิจสหรัฐจะขยายตัวในระดับพอประมาณ และตัวเลขว่างงานและเงินเฟ้อจะปรับลดลงในอีกหลายปีข้างหน้า ซึ่งยิ่งเพิ่มกระแสวิตกว่าสหรัฐจะฟื้นตัวจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยได้อย่างยากลำบาก

เบอร์แนนคี ระบุถึงการจ้างงานในภาคเอกชนที่ปรับขึ้นอย่างเชื่องช้า และไม่เพียงพอที่จะช่วยแก้ปัญหาว่างงานที่ขณะนี้มีอัตราสูงถึง 9.5% ผู้ว่าการเฟด ยังยืนยันว่าพร้อมที่จะเข้ามาแทรกแซงหากการฟื้นตัวประสบกับความล้มเหลว

“เฟดพร้อมที่จะใช้มาตรการเชิงปฏิบัติในกรณีที่มีความจำเป็น” เบอร์แนนคี กล่าว พร้อมเสริมว่าหากการฟื้นตัวประสบกับภาวะสะดุดตัว เฟดจะพิจารณาใช้ทางเลือกใหม่ในการแก้ปัญหา ซึ่งมาตรการทางเลือกที่จะนำมาใช้รวมถึงการซื้อสินทรัพย์การลงทุน และลดอัตราดอกเบี้ยบางประเภทเพื่อกระตุ้นการขยายตัวทางเศรษฐกิจ

ตลาดหุ้นวอลสตรีตมีปฏิกิริยาในด้านลบทันทีต่อคำเตือนของ เบอร์แนนคี โดยดัชนีดาวโจนส์ทิ้งตัวในแดนลบถึง 100 จุด ด้านนักวิเคราะห์จากบริษัท ชาร์ลส์ ชวาบ แอนด์ โค กล่าวกับเอเอฟพี ว่า เบอร์แนนคี สร้างความผิดหวังให้ตลาด เนื่องจากไม่ได้ให้ความหวังกับนักลงทุนว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายการเงินในระยะเวลาอันใกล้

ด้านสถานการณ์ของยุโรปอยู่ในภาวะย่ำแย่ไม่แพ้กัน ล่าสุด กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เตือนว่าวิกฤตหนี้สาธารณะในกลุ่มประเทศที่ใช้เงินยูโร หรือยูโรโซน เป็นภัยคุกคามต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในภูมิภาค และอาจเป็นชนวนให้เกิดปัญหาว่างงานเรื้อรัง ซึ่งคำเตือนจากไอเอ็มเอฟอยู่ในช่วงเวลาเดียวกับที่สหภาพยุโรปจะเปิดเผยผลการทดสอบสมรรถภาพของระบบธนาคารว่าจะสามารถทานรับกับวิกฤตเศรษฐกิจและการเงินได้หรือไม่

“การฟื้นตัวมีแนวโน้มที่จะชะลอตัวในระยะใกล้ เนื่องจากภาวะกดดันในตลาดสืบเนื่องจากปัญหาหนี้สาธารณะในระยะกลาง ความจำเป็นที่จะต้องปรับนโยบายการคลังและปรับโครงสร้างให้มีความรัดกุมจะเป็นแนวทางหลักของยูโรโซน ซึ่งจะยังผลให้เกิดภาวะว่างงานยืดเยื้อ และการลงทุนจากต่างประเทศชะลอตัว” รายงานของไอเอ็มเอฟ ระบุ

ในส่วนของการทดสอบสมรรถภาพของระบบธนาคารในยุโรป ไอเอ็มเอฟ เตือนว่า แม้ว่าตลาดจะตอบรับการทดสอบด้วยดี ทว่ายังมีความกังวลต่อผลการทดสอบสถาบันการเงินขนาดใหญ่ที่จะได้รับการเปิดเผยในวันนี้ ซึ่งไอเอ็มเอฟเรียกร้องให้อียูประเมินสมรรถภาพด้วยความโปร่งใส และเปิดเผยข้อมูลให้กว้างขวางยิ่งขึ้น รวมถึงขยายการทดสอบให้ครอบคลุมไปถึงสถาบันการเงินขนาดย่อม

ทั้งนี้ ไอเอ็มเอฟ ชี้ว่า แม้วิกฤตหนี้สาธารณะจะทำให้ค่าเงินยูโรอ่อนลง ซึ่งมีส่วนช่วยกระตุ้นภาคส่งออกของยุโรป ทว่าวิกฤตครั้งนี้ก่อให้เกิดภัยเสี่ยงอย่างรุนแรงในตลาดทุนและสินเชื่อ และยุโรปอาจเผชิญกับภาวะช็อกในตลาด และจำเป็นต้องปรับใช้นโยบายอย่างเร่งด่วน เพื่อสร้างเสถียรภาพในระบบธนาคารและการคลังของภูมิภาค

ขณะที่สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานว่า ซิตี้กรุ๊ปได้ปรับลดตัวเลขคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจจีนในปีนี้ลงถึง 1% ลงมาอยู่ที่ 9.5% ซึ่งถือเป็นการลดตัวเลขคาดการณ์รายเดือนของจีนที่สูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2544 ขณะที่ตัวเลขการขยายตัวทั่วโลกในปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ 3.7% และปีหน้าที่ 3.3% หรือลดลงจากคาดการณ์เดิม 0.1%

โรเบิร์ต โซลลิก ประธานธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) กล่าวระหว่างประกาศอนุมัติเงินกู้ให้กับเม็กซิโก ที่กรุงเม็กซิโกซิตี ว่า วิกฤตการเงินและเศรษฐกิจโลกยังผลให้ประชากรโลกถึง 60 ล้านคนต้องยากจนลง พร้อมเตือนว่าภาวะการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกยังเปราะบาง และในหลายภูมิภาคยังเผชิญกับความเสี่ยง

โซลลิก เรียกร้องให้รัฐบาลประเทศต่างๆ เน้นหนักที่การลดต้นทุน และยกเลิกมาตรการที่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจและการส่งออก และเพิ่มการลงทุนในด้านสาธารณูปโภคและการศึกษา