เฮดจ์ฟันด์ลุย "ทองคำ" ราคาลดหนุนดีมานด์พุ่ง

วันที่ 27 ก.ค. 2558 เวลา 06:49 น.
เฮดจ์ฟันด์ลุย "ทองคำ" ราคาลดหนุนดีมานด์พุ่ง
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์

ภายหลังจากที่ราคาทองคำในตลาดโลกปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง ได้ทำให้บรรดากองทุนบริหารความเสี่ยง (เฮดจ์ฟันด์) ได้เริ่มเข้าเก็งกำไรในตลาดทองคำมากขึ้นเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่รัฐบาลสหรัฐเริ่มบันทึกข้อมูลตั้งแต่ปี 2006

บลูมเบิร์กรายงานว่า ตามข้อมูลของคณะกรรมาธิการการค้าสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้า ระบุว่า บรรดาเฮดจ์ฟันด์และนักเก็งกำไรในตลาดหันมาถือครองสัญญา “เน็ต ชอร์ต โพสิชั่น” เพิ่มเป็น 11,345 สัญญาณแล้วในตลาดซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้าที่มหานครนิวยอร์ก ในช่วงสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 21 ก.ค.

ราคาทองคำในตลาดล่วงหน้าเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาที่ตลาดโคเม็กซ์ในสหรัฐนั้น ปรับลดลงแตะจุดต่ำสุดตั้งแต่ปี 2010 อีกทั้งนักลงทุนยังคาดว่าราคาทองคำจะปรับลดลงมากกว่านี้อีก นอกจากนั้นความเคลื่อนไหวของราคาทองคำตลอดเดือน ก.ค.ที่ผ่านมานั้นอยู่ในทิศทางปรับลดลงแทบทุกวัน ซึ่งทำให้เดือน ก.ค. กลายเป็นเดือนที่ราคาทองคำปรับลดลงมากที่สุดนับตั้งแต่เดือน มิ.ย. 2013 ทีเดียว

 “ไม่ต้องสงสัยเลยเราได้เห็นบรรยากาศที่เปลี่ยนไปในตลาดทองคำ ทองคำได้ขาดความน่าสนใจไปแล้ว” แดน เดนบาว ผู้จัดการกองทุนซึ่งดูแลพอร์ตการลงทุนมูลค่า 700 ล้านเหรียญสหรัฐ ของกองทุนยูเอสเอเอ พรีเชียส เมทัลส์ แอนด์ มิเนรับ ในเมืองซานอันโตนิโอ ให้สัมภาษณ์บลูมเบิร์ก

ทั้งนี้ ราคาทองคำได้ดิ่งเหวลงเนื่องจากการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเริ่มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายในปีนี้ ทำให้ความต้องการทองคำลดลงทันทีเนื่องจากการถือสินทรัพย์ประเภททองคำนั้นจะไม่ได้รับผลประโยชน์จากอัตราดอกเบี้ยเหมือนสินทรัพย์ประเภทอื่นๆ ยิ่งไปกว่านั้นยังมีรายงานว่าการซื้อทองคำของจีนนั้นมีปริมาณที่ลดน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์เอาไว้ ขณะที่ราคาเงินเหรียญสหรัฐก็แข็งค่าขึ้นเรื่อยๆ อีกด้วย

ด้าน เจฟฟรี เคอร์รี นักวิเคราะห์จากธนาคารโกลด์แมน แซคส์ ให้ความเห็นว่าสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดของราคาทองคำนั้นยังไม่ถึงขณะนี้ ซึ่งราคาทองคำอาจจะปรับลดลงแตะ 1,000 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ ซึ่งจะเป็นราคาที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 2009 ทีเดียว

“แน่นอนว่าความเสี่ยงนี้กำลังอยู่ในทิศทางขาลง” เคอร์รี กล่าว

ขณะทางด้าน จอร์แกต โบเล นักวิเคราะห์จากธนาคารเอบีเอ็น อัมโร แบงก์ และ โรบิน บาร์ นักวิเคราะห์จากธนาคารโซซิเอเตเจเนราล มองว่าราคาทองคำจะลดต่ำลงแตะ 1,000 เหรียญสหรัฐ ภายในเดือน ธ.ค.นี้

ทั้งนี้ ตามดัชนีสินค้าโภคภัณฑ์ของบลูมเบิร์กชี้ว่า ราคาทองคำประจำสัปดาห์ที่ผ่านมานั้นมีอัตราการปรับตัวมากที่สุดในรอบ 13 ปี ซึ่งทำให้ราคาหุ้นบรรดาเหมืองทองต่างๆ อยู่ในขั้นที่ย่ำแย่ เช่น ราคาหุ้นของบริษัท บาร์ริค โกลด์ คอร์ป ซึ่งเป็นเหมืองทองคำผู้ผลิตทองคำที่ใหญ่ที่สุดในโลกนั้น ปรับตัวลดลงมากที่สุดนับตั้งแต่เดือน เม.ย. 2013 ที่ตลาดโทรอนโต แคนาดา

ขณะเดียวกันทางด้าน อินเดียน เอ็กซ์เพรส หนังสือพิมพ์ในอินเดีย ซึ่งเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีปริมาณการบริโภคทองคำจำนวนมากรายงานว่า จากราคาที่ตกต่ำลงนั้นได้กระตุ้นให้ความต้องการทองคำในอินเดียเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน โดยเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมานั้นราคาทองคำในอินเดียได้ปรับเพิ่มขึ้นราว 350 รูปี ทำให้ราคาสามารถทะลุแนวต้านได้ที่ 2.5 หมื่นรูปี/10 กรัม โดยทองคำส่วนใหญ่ที่มีการขายเพิ่มขึ้นเป็นทองรูปพรรณ ซึ่งถือว่าเป็นทิศทางที่สวนทางกับตลาดโลกทีเดียว

รายงานได้อ้างข้อมูลจากสภาทองคำโลกด้วยว่า ในขณะที่ราคาทองคำตั้งแต่เดือน ม.ค.นั้นได้ปรับลดลงมากว่า 10% แล้ว แต่ก็ถือว่าเป็นโอกาสของผู้ซื้อเช่นกัน

อย่างเช่นในอินเดียนั้น ปรากฏว่าในขณะที่สภาพเศรษฐกิจโดยเฉพาะภาคเกษตรกรรมได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง ประกอบกับทิศทางดอกเบี้ยในอินเดียนั้นอยู่ขาลง ได้ทำให้ชาวอินเดียหันไปสะสมทองคำมากขึ้น

ประทีป เซ็น เจ้าของร้าน จิวเวลรี่ เซน ให้ความเห็นว่า ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมานั้นมีลูกค้าเข้ามาซื้อทองคำมากขึ้นเนื่องจากราคาทองคำที่ปรับลดลงได้ดึงดูดผู้ซื้อมากขึ้นกว่าเดิม

กระนั้นก็ตาม นักวิเคราะห์จำนวนมากกลับมองว่าราคาทองคำน่าจะลดลงต่ำมากกว่านี้ เนื่องจากเศรษฐกิจอินเดียยังไม่ฟื้นตัว ทำให้รัฐบาลต้องใช้อัตราดอกเบี้ยต่ำเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งจะทำให้นักลงทุนหันไปหาทองคำมากขึ้นกว่าเดิม