น้ำมันโลกดิ่งหนักในรอบ5ปี

วันที่ 02 ม.ค. 2558 เวลา 20:18 น.
น้ำมันโลกดิ่งหนักในรอบ5ปี
ราคาน้ำมันโลกปี 2014 ร่วงแรงสุดในรอบ 5 ปี หลังสหรัฐ-โอเปกยังไม่ลดกำลังผลิต

บลูมเบิร์กรายงานสรุปว่า ราคาน้ำมันโลกในปีที่แล้วมีการปรับตัวลดลงมากที่สุดนับตั้งแต่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจปี 2008 ซึ่งปรับลดถึง 46% โดยมีเหตุปัจจัยมาจากการที่ผู้ผลิตน้ำมันในสหรัฐและกลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมันเพื่อการส่งออก (โอเปก) ยังไม่มีประกาศปรับลดกำลังการผลิต แม้ปริมาณน้ำมันจะมากเกินความต้องการบริโภคของตลาดในปัจจุบัน

ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสงวดส่งมอบเดือน ก.พ.ในตลาดนิวยอร์กเมื่อวันที่ 31 ธ.ค. ปรับลดลง 85 เซนต์ หรือ 1.6% ปิดตลาดที่ 53.27 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนต์งวดส่งมอบเดือน ก.พ.ในตลาดลอนดอนลดลง 57 เซนต์ หรือราว 1% ปิดตลาดที่ 57.33 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับราคาที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือน พ.ค. ปี 2009

ความเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันในวันสิ้นปีข้างต้นมีขึ้นหลังข้อมูลทางสถิติของกระทรวงพลังงานสหรัฐพบว่าปริมาณน้ำมันในคลังน้ำมันสำรองของประเทศปรับเพิ่มขึ้น 2.95 ล้านบาร์เรล มาอยู่ที่ 229 ล้านบาร์เรล ในช่วงต้นเดือน ธ.ค. ขณะที่เมื่อสัปดาห์ที่แล้วผู้ผลิตน้ำมันยังผลิตน้ำมันได้เพิ่มอีกถึงวันละ 10.2 ล้านบาร์เรล ซึ่งเป็นการผลิตที่มากที่สุดของสหรัฐนับตั้งแต่ปี 1982 ขณะที่่กำลังการผลิตของโอเปกในเดือน ธ.ค.ยังมากเกินโควตาในรอบ 7 เดือน

นักวิเคราะห์ต่างแสดงความเห็นว่า ท่ามกลางความต้องการบริโภคน้ำมันทั่วโลกที่ลดลง และท่าทีของเหล่าผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ของโลกที่ยังไม่สามารถหาข้อตกลงด้านส่วนแบ่งทางการตลาดที่ทำให้ปริมาณผลิตน้ำมันเกินความต้องการบริโภค ทำให้ราคาน้ำมันโลกปีนี้มีแนวโน้มปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง จนอาจส่งผลกระทบต่อค่าเงินของประเทศที่พึ่งพาน้ำมันเป็นรายได้หลักอย่างรัสเซีย ไนจีเรีย เวเนซุเอลา และเอกวาดอร์

อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจจากบลูมเบิร์กพบว่าปริมาณการผลิตน้ำมันของกลุ่มโอเปกเริ่มปรับลดลงเหลือ 1.22 แสนบาร์เรล/วัน หรือลดลง 0.4% มาอยู่ที่ 30.239 ล้านบาร์เรล ในเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งนับเป็นการปรับลดเป็นครั้งแรกหลังโอเปกปฏิเสธไม่ยอมลดกำลังการผลิตของตนเอง

ทั้งนี้ ในบรรดา 12 ชาติสมาชิกโอเปก ซาอุดิอาระเบีย ลิเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ มีกำลังการผลิตน้ำมันดิบลดลงมากที่สุด ขณะที่ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ทำให้ผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำมันเชื่อมั่นว่าโอเปกจะตัดลดกำลังการผลิตเพื่อรักษาระดับราคาน้ำมันไม่ให้ต่ำจนเกินไป

ขณะเดียวกัน บลูมเบิร์กยังได้รายงานสรุปความเคลื่อนไหวเงินสกุลเหรียญสหรัฐในรอบปี 2014 ที่พบว่าเป็นปีที่ดีสุดของค่าเงินเหรียญสหรัฐนับตั้งแต่ปี 2005 โดยดัชนีบลูมเบิร์ก ดอลลาร์ สปอต อินเด็กซ์ ที่ติดตามการแข็งและอ่อนค่าของสกุลเงินเหรียญสหรัฐเทียบกับสกุลเงิน 10 ประเทศ ปรับเพิ่มขึ้น 11% เหตุนักลงทุนเริ่มเก็งกำไรหลังเชื่อมั่นว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายในปีนี้

ผลการสำรวจข้างต้นทำให้นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าเงินสกุลเหรียญสหรัฐในปี 2015 มีแนวโน้มแข็งค่าเพิ่มขึ้น โดยภายในสิ้นปีนี้ ค่าเงินเหรียญสหรัฐจะปรับแข็งค่าขึ้น 1.18% เมื่อเทียบกับสกุลเงินยูโร