เอเปกร่วมผลักดันข้อตกลงการค้าเสรีรอบโดฮา

วันที่ 06 มิ.ย. 2553 เวลา 20:55 น.
เอเปกลั่น ร่วมผลักดันข้อตกลงการค้าเสรีรอบโดฮา ขณะที่ไอเอ็มเอฟ แนะเอเชียรับมือกระแสทุนไหลบ่า

ที่ประชุมรัฐมนตรีพาณิชย์ของกลุ่มประเทศความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก (เอเปก) ที่เมืองซัปโปโร ประเทศญี่ปุ่น เห็นพ้องที่จะร่วมกันผลักดันการเปิดการค้าเสรีตามข้อตกลงรอบโดฮา ขององค์การการค้าโลก (ดับเบิลยู ทีโอ) หลังจากที่ข้อตกลงดังกล่าวไม่มีความคืบหน้ามาระยะหนึ่ง นอกจากนี้ที่ประชุมเอเปกยังเตรียมผลักดันข้อตกลงรอบโดฮาให้เป็นหนึ่งในวาระการประชุม จี20 ในช่วงปลายเดือนนี้ด้วย

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นพ้องที่จะร่างแผนการกำหนดเป้าหมายภายในเดือน พ.ย.นี้ เพื่อหาหนทางบรรลุข้อตกลงการค้าเสรีภายในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกโดยเร็วที่สุด พร้อมร่วมกันผลักดันเจตนารมณ์ทางการเมืองเพื่อสนับสนุนข้อตกลงการค้าเสรี แม้ว่าที่ประชุมจะยอมรับว่าการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจอาจเผชิญกับอุปสรรคมากมาย

อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมสามารถบรรลุข้อตกลงปลีกย่อยได้ในระดับหนึ่ง เช่น ข้อตกลงที่จะวางมาตรฐานสากลร่วมกัน การเปิดช่องทางให้สินค้าและบริการเคลื่อนย้ายไปยังประเทศต่างๆ ได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้น รวมถึงการอำนวยความสะดวกให้กับการเดินทางท่องเที่ยวระหว่างประเทศ

ทั้งนี้ ไม่เพียงข้อตกลงรอบโดฮาจะชะงักงันเท่านั้น แต่กระบวนการเปิดเสรีการค้าภายในภูมิภาคยังขาดความเป็นเอกภาพ โดยประเทศกำลังพัฒนาบางประเทศ รวมถึงจีน ให้ความสำคัญกับการบรรลุข้อตกลงการค้าเสรีที่อิงกับสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) เป็นหลัก ขณะที่ประเทศชั้นนำของเอเปกราว 8 ประเทศ รวมถึงสหรัฐ ต้องการผลักดันข้อตกลงการค้าเสรีในรูปแบบของตนเอง

ด้านความคืบหน้าที่ของเวทีการประชุมเวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรัม ที่นครโฮจิมินห์ ของเวียดนาม เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) แนะประเทศในเอเชียควบคุมกระแสทุน เพื่อป้องกันไม่ให้กระแสทุนเกิดความผันผวน หลังจากที่เอเชียเป็นเป้าหมายของกระแสทุนจากทั่วโลกที่หลั่งไหลเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย

“ในสถานการณ์เฉพาะสามารถอนุมัติให้ใช้มาตรการควบคุมทุนได้ แต่ยังมีมาตรการอีกมากมายที่จะนำมาใช้ก่อนการทำเช่นนั้น” นาโอยูกิ ชิโนฮารา รองผู้อำนวยการไอเอ็มเอฟ กล่าว 

นอกจากนี้ รองผู้อำนวยการไอเอ็มเอฟยังแนะว่า  ก่อนที่จะใช้มาตรการควบคุมกระแสทุน ประเทศในเอเชียควรปรับอัตราแลกเปลี่ยนของสกุลเงินให้มีความยืดหยุ่น อาทิ กระแสเรียกร้องของนานาประเทศให้จีนปรับค่าเงินหยวนให้มีความยืดหยุ่น