เรดาร์ไทยพบMH370บินไปช่องแคบมะละกา

วันที่ 18 มี.ค. 2557 เวลา 15:14 น.
เรดาร์ไทยพบMH370บินไปช่องแคบมะละกา
ผบ.ทอ.เผยเรดาร์กองทัพอากาศพบMH370มีการบินแปลกๆ พบเส้นทางบินไปทางช่องแคบมะละกาก่อนสูญหาย

เมื่อวันที่ 18 มี.ค. พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ทอ.) ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า กองทัพอากาศไทยมีสถานีเรดาร์ทั่วประเทศ 12 แห่งโดยทางภาคใต้มี 3 แห่งที่ หาดใหญ่ ภูเก็ต และเกาะสมุยในระหว่างที่เครื่องบินโบอิ้ง สายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ส เที่ยวบินที่ เอ็มเอช370 ได้บินผ่านในช่วงเที่ยงคืนของวันที่ 8 มี.ค. โดยบินขึ้นจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ มุ่งหน้าไปทางตะวันออกเฉียงเหนือสู่ประเทศเวียดนาม กระทั่งเมื่อเวลา 00.22 น.สัญญาณของเครื่องบินหายไปจากเรดาห์ นั้น มีการวิเคราะห์กันได้หลายประเด็น เพราะการใช้เรดาห์จับสัญญาณ ต้องใช้เรดาห์ ที่เห็น skin paint ของเครื่องบิน และใช้เจ้าหน้าที่เทคนิคที่เชี่ยวชาญในการตรวจสอบ

 พล.อ.อ.ประจิน กล่าวว่า เรดาห์ ของกองทัพอากาศที่ จ.สุราษฎร์ธานีและรวบรวมจากภูเก็ต หาดใหญ่ พบว่าสัญญาณบางอย่างที่ไม่ชัดเจนที่ต้องรอตรวจสอบกับวิทยุการบินของไทย และเรดาห์ของมาเลเซีย ว่าถูกต้องตรงกันหรือไม่

"พบว่ามีการเลี้ยวกลับวนอีกหนึ่งรอบ และย้อนกลับเส้นทางเดิม ก่อนจะบินเฉียดด้านเหนือของกรุงกัวลาลัมเปอร์ และ ฐานทัพ บัตเตอร์เวิร์ธ ของ มาเลเซีย ก่อนที่สัญญาณจะหายไป"พล.อ.อ.ประจินกล่าว

ผบ.ทอ.กล่าวว่า ทั้งนี้เข้าใจว่าเครื่องบินน่าจะมีทิศทางไปช่องแคบมะละกา ซึ่ง สอดคล้องกับคำสัมภาษณ์ของนายนาจิบ ราซัค นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ที่บอกว่าเครื่องบินวนย้อนกลับมาทางใต้ชายแดนของประเทศไทย แล้วเลี้ยวขึ้นทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือเข้าช่องแคบมะละกา ซึ่งเป็นข้อมูลหนึ่งที่ปรากฏสัญญาณล่าสุด

ผบ.ทอ.กล่าวว่า จากการวิเคราะห์ว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่เครื่องบินอาจจะบินไปทางเส้นทางเดิม ขึ้นฝั่งที่เวียดนาม เข้าประเทศจีนแล้วเลี้ยวซ้ายกลับไปทางทิศตะวันตกเข้าสู่ แผ่นดิน ซึ่งสถานีเรดาห์ทางภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือของไทย มีรัศมีตรวจจับไม่ถึงจึงไม่พบข้อมูลใด ๆ ดังนั้นต้องรอการตรวจสอบจากทฤษฏีแรกว่า ใช่เครื่องบินลำเดียวกันหรือไม่ โดยจะส่งให้มาเลเซีย ในวันนึ้ เพื่อตรวจสอบว่า ตรงกัน และเป็น MH370 หรือไม่ ส่วนทฤษฏีที่สองที่บินไปทางเวียดนามเข้าแผ่นดินนั้นกองทัพอากาศตรวจไม่พบ

"ถ้าเป็นเช่นนั้น เราหวังว่าเครื่องบินดังกล่าวไม่น่าถูกทำลายหรือเกิดอุบัติเหตุ หรืออาจเป็นกรณีถูกจี้เครื่องบิน ก็จะเป็นบทเรียนหนึ่งว่าเกิดขึ้นได้ด้วยวิธีการผสมผสานระหว่าง คนกับเครื่องมือได้อย่างไรซึ่งต้องติดตามกันต่อไป"

ผบ.ทอ.กล่าว ยืนยันว่า ระบบปัองกัยทางอากาศ RTADs และระบบเรดาร์ ของ ทอ. มีประสิทธิภาพ ครอบคลุม ในการตรวจจับ เครื่องบิน แปลกปลอม ที่เข้ามา โดยเรดาร์ ทำงาน 24 ชม. และยังประสานกับ วิทยุการบิน. อีกทั้งในเร็วๆ นี้ ทอ.จะจัดหาเรดาร์ ใหม่ ด้วย

อย่างไรก็ตามกรณีนี้ จะเป็นบทเรียนที่บรรดา กองทัพอากาศ ในภูมิภาคจะตัองมาหารือพูดคุย เพื่อปรับระบบเรดาร์ทางทหาร ของแต่ละประเทศ ให้ประสานกัน เพื่อความมั่นคงในภูมิภาค เพราะกรณีนึ้เป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และน่าสนใจศึกษา ซึ่งตนได้หารือกับ ผบ.ทอ.มาเลเซียมาโดยตลอด

ภาพประกอบข่าวจากแฟ้มภาพ

 

ข่าวที่เกี่ยวข้องในอดีต