สหรัฐเผยเหตุอาคารระเบิดจากแก๊สรั่ว

วันที่ 13 มี.ค. 2557 เวลา 13:16 น.
สหรัฐเผยเหตุอาคารระเบิดจากแก๊สรั่ว
สหรัฐเผยเหตุอาคารระเบิดจนถล่มลงมาในนิวยอร์กเกิดจากแก๊สรั่ว หลังพยานให้ข้อมูลตรงกันได้กลิ่นแก๊สมาหลายวัน กงสุลระบุไม่มีคนไทยได้รับบาดเจ็บ

เมื่อวันที่ 13 มี.ค. นายรัศมี จิตต์ธรรม กงสุลใหญ่ ณ นครนิวยอร์ค ทางการสหรัฐได้ยืนยันเบื้องต้นว่า เหตุอาคารระเบิด และถล่มลงมา ที่ย่านอีสต์ ฮาร์เล็ม ภายในเขตแมนฮัตตัน ของมหานครนิวยอร์ก เกิดจากแก๊สรั่ว ไม่ใช่การก่อวินาศกรรม เนื่องจากผู้อาศัยในพื้นที่ใกล้เคียงให้ข้อมูลตรงกันว่า ได้กลิ่นแก๊สรั่ว ฟุ้งกระจายมาหลายวันแล้ว แต่ไม่มีใครแจ้งเจ้าหน้าที่ มาแจ้งก่อนเกิดเหตุไม่นาน ซึ่งอาคารทั้ง 2 หลังที่พังถล่มลงมา เป็นอพาตเม้นท์ อาคารแรกมีผู้อาศัย 6 ครอบครัว อีกอาคารมี 9 ครอบครัว รวม 15 ครอบครัว

อย่างไรก็ตามในช่วงเกิดเหตุเป็นเวลากลางวัน ผู้อาศัยส่วนใหญ่ออกไปทำงาน ซึ่งตัวเลขล่าสุด มีผู้เสียชีวิต 3 - 4 ราย บาดเจ็บ 60 ราย ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในอาคารข้างเคียง ส่วนผู้สูญหายนั้น มีอยู่ 9 ราย เจ้าหน้าที่กำลังเร่งตรวจสอบอยู่ว่า อยู่นอกพื้นที่หรือติดอยู่ภายในอาคาร ต้องรอการยืนยันอีกครั้งในวันที่ 14 มี.ค.

นายรัศมี กล่าวอีกว่า ขณะนี้เพลิงที่ไหม้ตัวตึกมอดดับหมดแล้ว แต่เจ้าหน้าที่กู้ภัย ยังไม่สามารถเข้าไปภายในตัวอาคารที่ถล่มลงมาได้ เนื่องจากยังมีความร้อนสะสมอยู่ และขณะนี้ก็มืดแล้ว บวกกับที่มีฝนตกลงมาอย่างหนักเกือบ 1 ช.ม. เมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา (ตามเวลาท้องถิ่น) ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องยุติการเข้าตรวจสอบและค้นหาภายในตึกชั่วคราว และรอเข้าตึกอีกครั้งในช่วงเช้าพรุ่งนี้

สำหรับรอบนอกอาคารนั้น เจ้าหน้าที่ยังคงทำงานตลอด 24 ช.ม. เนื่องจากนายกเทศมนตรีนครนิวยอร์คให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก เพราะเป็นการบริหารจัดการภัยพิบัติครั้งแรกหลังเข้ารับตำแหน่ง โดยคืนนี้จะเร่งเคลียร์ถนน และ ทางรถไฟรอบตัวอาคารให้เสร็จ รวมถึงการเข้าตรวจสอบอาคารข้างเคียงว่า โครงสร้างเสียหายหรือไม่ แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีคำสั่งให้ผู้ที่อยู่ในอาคารข้างเคียงอพยพแต่อย่างใด

ทั้งนี้ยืนยันว่า ไม่มีรายงานคนไทยได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว เนื่องจากย่านเวสต์ ฮาเล็ม ไม่มีคนไทยอาศัยอยู่ ส่วนในมหาวิทยาลัยโคลัมเบียอยู่ใกล้พื้นที่ และมีนักเรียนไทยอยู่ประมาณ 30 - 40 คน ได้ประสานกับหัวหน้านักเรียนไทยที่นั่นแล้ว และทราบว่าทุกคนปลอดภัยดี เพราะส่วนใหญ่จะพักกันอยู่ในหอพักของมหาวิทยาลัย คนที่ไม่ได้อยู่หอพักก็กระจายกันอยู่นอกพื้นที่ แต่สถานกงสุลใหญ่ก็ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด