สื่อนอกเปิดปูมอดีต "นายกฯยิ่งลักษณ์"

วันที่ 12 ธ.ค. 2556 เวลา 16:30 น.
สื่อนอกเปิดปูมอดีต "นายกฯยิ่งลักษณ์"
นิวยอร์ก ไทมส์ เสนอรายงานพิเศษ เปิดปูมชีวประวัตินายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ พบเป็นเด็กขยันเรียบร้อย แต่ไม่มีความเป็นผู้นำ

โธมัส ฟูลเลอร์ ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์นิวยอร์ก ไทม์ส ของสหรัฐ เขียนรายงานพิเศษบอกเล่าชีวประวัติของนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตรของประเทศไทย พร้อมเส้นทางจากเด็กสาวในครอบครัวนักธุรกิจ สู่บทบาทผู้นำประเทศ

แม้จะเป็นผู้หญิงคนแรกในประวัติศาสตร์การเมืองไทยที่ได้นั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรี กระนั้น สิ่งหนึ่งที่ยังคงที่กังขามาโดยตลอดไม่ว่าจะในอดีตหรือปัจจุบันก็คือ ภาวะความเป็นผู้นำของนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์

ทั้งนี้ ฟูลเลอร์ เริ่มต้นรายงานด้วยการเกริ่นถึงความรู้สึกวิตกกังวลของบรรดาครูอาจารย์ของนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ทันทีที่ทราบว่าลูกศิษย์หญิงรายนี้ได้เป็นนายกรัฐมนตรีไทย

หนึ่งในอาจารย์สอนคณิตศาสตร์ของนายกฯยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ในฐานะนักเรียน นายกฯยิ่งลักษณ์ เป็นที่ชื่นชอบของเพื่อนฝูง และเป็นเด็กที่เรียบร้อยอย่างมาก แต่ในฐานะน้องใหม่ในเวทีการเมือง บุคลิกของนายกฯยิ่งลักษณ์ ไม่น่าจะเป็นคนที่สามารถขับเคี่ยวกับสังคมที่เต็มไปด้วยการต่อสู้ดุเดือดของผู้ชาย อำนาจของทหารและการชิงดีชิงเด่นหักหลังกันได้

"เธอ (ยิ่งลักษณ์) เป็นเด็กตั้งใจเรียนและขยัน เธอไม่ใช่ผู้นำ คนที่อยู่ในการเมืองมักจะชอบโต้แย้งเห็นต่าง แต่เธอไม่เคยยกมือขึ้นถามในชั้นเรียน ไม่เคยคัดค้านคุณครูเลย" อาจารย์วิชาคณิตศาสตร์กล่าว

ย้อนกลับมาในปัจจุบัน หลังจากทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีไทยได้ 2 ปีครึ่ง ฟูลเลอร์รายงานว่า นายกฯยิ่งลักษณ์กำลังเผชิญกับความวิตกแบบเดียวกันกับที่บรรดาครูบาอาจารย์วิตกกังวลไว้ก่อนหน้านี้ โดยฝ่ายค้านล้อเลียนนายกฯยิ่งลักษณ์ว่าเป็นบุคคลที่ไม่ฉลาด ถากถางว่าเป็นเพียงตัวแทนหุ่นเชิดของพี่ชาย ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีไทย กระทั่งกลุ่มผู้ประท้วงถึงกับแต่งเพลงดูถูกร้องอย่างสนุกปากในงานชุมนุม ตลอดจนเรียกร้องให้ออกไปจากประเทศไทย

อย่างไรก็ตาม ในระหว่างการให้สัมภาษณ์ กับกลุ่มผู้สื่อข่าวต่างประเทศเมื่อวันพุธที่ 11 ธันวาคมที่ผ่านมา ฟูลเลอร์ยอมรับว่า นายกฯยิ่งลักษณ์ดูเยือกเย็นและหนักแน่น โดยนายกฯยิ่งลักษณ์กล่าวว่า ตนเองยังไม่ได้ตัดสินใจที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นอีกสมัยหรือไม่ พร้อมฝากข้อความบอกต่อกลุ่มผู้ประท้วงรอบๆ ทำเนียบรัฐบาลที่ยื่นข้อเรียกร้องให้ตั้งสภาประชาชนว่าเป็นเรื่องที่ทำไม่ได้ในโลกแห่งความเป็นจริง (ฟูลเลอร์ได้วงเล็บว่าความเห็นของนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ได้รับเสียงเห็นพ้องจากนักวิชาการไทยมากมาย)

ขณะที่เมื่อถามถึงการรัฐประหารว่าจะมีโอกาสเกิดขึ้นในประเทศไทยอีกครั้งหรือไม่ นายกฯยิ่งลักษณ์ตอบด้วยความมั่นใจว่าทหารจะไม่ทำการรัฐประหากอีกครั้งแน่

อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นกลยุทธ์การรับมือผู้ชุมนุมประท้วงที่ได้รับเสียงชื่นชมในทางบวก ในแง่ที่สามารถหลีกเลี่ยงการสูญเสียเลือดเนื้อ กระนั้น ก็ยังไม่แน่ชัดว่าวิธีการอ่อนโยนเช่นนี้จะยุติการชุมนุมได้ ในเมื่อผู้ประท้วงยืนกรานหนักแน่นที่จะให้นายกฯยิ่งลักษณ์ ลงจากตำแหน่ง จนนำไปสู่ภาพประวัติศาสตร์ที่ผู้นำประเทศหลั่งน้ำตาหน้าสื่อมวลชน

รายงานระบุว่า ภายในสังคมที่ยกย่องเชิดชูเรื่องความงาม รูปร่างหน้าตาที่ขึ้นกล้องของผู้นำไทย ทำให้ได้รับการยอมรับในแง่ที่ว่ามีอิทธิพลต่อการสร้างและคงความสงบเรียบร้อยของประเทศ ซึ่งเป็นสิ่งที่ตัวนายกฯยิ่งลักษณ์ และสมาชิกพรรคมักจะกล่าวอยู่เสมอว่าประเทศไทยต้องการสัญชาตญาณความเห็นอกเห็นใจและเยียวยาของผู้หญิง หลังผ่านเหตุการณ์บอบช้ำรุนแรงในปี 2553 ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 90 คน

ฟูลเลอร์ ได้สอบถามความเห็นจาก นิธิ เอียวศรีวงศ์ นักประวัติศาสตร์และนักวิจารณ์ชั้นนำของไทยในประเด็นเกี่ยวกับความเป็นผู้หญิงกับการเมืองไทย โดยนิธิกล่าวว่า ความเป็นหญิงมีทั้งข้อดีและข้อเสีย สำหรับนายกฯยิ่งลักษณ์ที่โดนวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่าไร้ความสามารถมาโดยตลอด นายกฯยิ่งลักษณ์ก็สามารถใช้ความเป็นผู้หญิงเรียกร้องเสียงสนับสนุนและความเห็นอกเห็นใจจากสาธารณชนได้ หากโดนกล่าวหาอย่างรุนแรง

ยิ่งในสังคมไทยที่มักจะเห็นอกเห็นใจมวยรองบ่อนอยู่เสมอ การวิพากษ์วิจารณ์นายกฯยิ่งลักษณ์ ในบางครั้งจึงให้ผลเหมือนบูมเมอแรงที่ย้อนกลับไปเล่นงานตัวผู้วิพากษ์เอง

พร้อมกันนี้ นิธิ ยอมรับว่า ค่อนข้างชื่นชมนายกฯยิ่งลักษณ์ที่สามารถหลบเลี่ยงกับดักของฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองที่พยายามบีบให้รัฐบาลให้กำลังรุนแรงกับกลุ่มผู้ประท้วง

อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากการล้อเลียนในประเด็นเรื่องการขาดภาวะผู้นำและไร้ความสามารถในการบริหารปกครองประเทศแล้ว ประเด็นที่คนส่วนใหญ่มักตั้งคำถามก็คือความสัมพันธ์ระหว่างตัวนายกฯยิ่งลักษณ์ กับพี่ชายร่วมสายเลือดอย่างทักษิณ ชินวัตร อดีตผู้นำไทยที่โดนรัฐประหารและต้องโทษจำคุกฐานทุจริตคอร์รัปชั่น ซึ่งเป็นประเด็นที่คนส่วนใหญ่ไม่พอใจมากที่สุด เนื่องจากมองว่า สายสัมพันธ์ดังกล่าวทำให้ทักษิณ ชินวัตร ยังคงมีอิทธิพลในการบริหารปกครองประเทศ ทั้งๆ ที่ไม่มีสิทธิอีกต่อไป และการดำรงตำแหน่งของนายกฯยิ่งลักษณ์ เป็นไปเพื่อผลประโยชน์ของพี่ชายแท้ๆ เป็นสำคัญ

ฟูลเลอร์ รายงานโดยตั้งข้อสังเกตว่า ในระหว่างการให้สัมภาษณ์กับคณะสื่อมวลชนต่างชาติ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์มักจะเปลี่ยนประเด็นเพื่อหันเหความสนใจเสมอ หากคำถามนั้นถามเกี่ยวกับการที่ตัวนายกรัฐมนตรีมีการปรึกษากับพี่ชายของตนหรือไม่ และบ่อยครั้งมากน้อยเพียงใด ซึ่งตรงข้ามกับท่าทีของสมาชิกพรรคเพื่อไทย ที่ให้สัมภาษณ์ยอมรับก่อนหน้านี้ว่าทางพรรคมีการติดต่อพูดคุยกับทักษิณอย่างสม่ำเสมอ พร้อมระบุว่า ทักษิณมีส่วนคิดและตัดสินใจในการใช้นโยบายหลักต่างๆ ของพรรค

ทั้งนี้ จากการได้พูดคุยกับเพื่อนของครอบครัวตระกูลชินวัตร ซึ่งอาศัยอยู่ทางตอนเหนือของประเทศไทย คนเหล่านี้ได้ชี้ให้ฟูลเลอร์เห็นลักษณะของสายสัมพันธ์ที่เป็นมากกว่าพี่น้องระหว่างนายกฯยิ่งลักษณ์ และทักษิณ ชินวัตร ซึ่งนายกฯยิ่งลักษณ์จะปฏิบัติต่อทักษิณ และญาติพี่น้องคนอื่นๆ ที่มีอายุมากกว่าตนเองด้วยความเคารพให้เกียรติประดุจญาติผู้ใหญ่เช่น คุณลุงคุณป้า มากกว่า เคารพเช่นพี่น้องด้วยกัน

เพื่อนของครอบครัวนายกฯยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า สาเหตุที่วางตนเช่นนี้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการสูญเสียแม่ในวัยเพียง 18 ปี และภายใต้บริบทสังคมที่มีลำดับชั้นชัดเจน จึงเป็นเรื่องปกติที่นายกฯยิ่งลักษณ์จะให้เกียรติและเชื่อฟังผู้อาวุโส ซึ่งก็คือ พี่ชายอย่างทักษิณ ซึ่งมีอายุมากกว่าตัวนายกฯยิ่งลักษณ์เกือบ 18 ปี