พบหลักฐานพระพุทธเจ้าประสูติก่อนคริสตกาล600ปี

วันที่ 01 ธ.ค. 2556 เวลา 23:22 น.
พบหลักฐานพระพุทธเจ้าประสูติก่อนคริสตกาล600ปี
ทีมนักโบราณคดีชาวอังกฤษพบหลักฐานใหม่บ่งชี้ว่าพระพุทธเจ้าประสูติก่อนคริสตกาล600ปี

ถือเป็นการพลิกประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนาครั้งสำคัญของโลก เมื่อทีมนักโบราณคดีแห่งอังกฤษค้นพบหลักฐานใหม่ ซึ่งเป็นรากไม้โบราณเบื้องล่างใจกลางสถานที่สำคัญของสังเวชนียสถานลุมพินีวัน สถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้า โดยจากผลการศึกษาทางวิทยาศาสตร์พบว่า พระพุทธองค์อาจประสูติอยู่ในช่วงศตวรรษที่ 6 ก่อนคริสตกาล หรือ 600 ปีก่อนคริสตกาล

ระยะเวลาการประสูติดังกล่าว อาจถือได้ว่าเป็นเวลาประสูติที่ไม่ตรงกับประวัติศาสตร์เดิมของพระพุทธศาสนา ซึ่งมีการจารึกไว้ในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช โดยกล่าวไว้ว่า พระพุทธเจ้า ศาสดาแห่งศาสนาพุทธ ทรงประสูติเมื่อศตวรรษที่ 4 ก่อนคริสตกาล จึงเป็นความเชื่อที่บอกต่อกันมาสู่ยุคปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม ด้วยหลักฐานพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ของนักโบราณคดีแห่งมหาวิทยาลัยเดอรัม และทีมนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยสกอตแลนด์ ซึ่งทุ่มเทศึกษาและค้นคว้าวิจัยมานานถึง 3 ปีเต็ม อีกทั้งยังได้เดินทางมายังสังเวชนียสถานลุมพินีวัน ทางตอนใต้ของประเทศเนปาล ซึ่งเป็นสถานที่ที่พระนางสิริมหามายาทรงมีพระประสูติการเจ้าชายสิทธัตถะ

นักโบราณคดีได้ขุดค้นในวิหารมายาเทวี สถานที่ที่เชื่อกันว่าเป็นจุดที่พระนางสิริมหามายาทรงมีพระประสูติการ ซึ่งการขุดค้นมีขึ้นในช่วงเวลาที่ทางสังเวชนียสถานลุมพินีวันมีการบูรณปฏิสังขรณ์พอดี

ในเวลาต่อมา นักโบราณคดีได้ค้นพบรากไม้โบราณตรงกลางของวิหารพอดี สอดคล้องกับความเชื่อเดิมที่ว่า พระพุทธมารดาทรงมีพระประสูติการใต้ร่มไม้สาละ นอกจากนี้ นักวิทยาศาสตร์ยังตัดสินใจใช้เทคนิคการหาอายุจากคาร์บอนกัมมันตรังสี และเทอร์โมลูมิเนสเซนซ์เข้าทดลองกับเมล็ดพันธุ์และพื้นทรายบริเวณพื้นที่โดยรอบ

ผลการตรวจสอบพบว่า สถานที่แห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อ 600 ปีก่อนคริสตกาล นับเป็นศาสนสถานของพุทธศาสนาที่เก่าแก่ที่สุด

นอกจากนี้ ผลที่ได้ยังเป็นเครื่องยืนยันว่า พระพุทธเจ้าอาจประสูติก่อนที่หลายฝ่ายคาดไว้ จากเดิมคือศตวรรษที่ 4 ก่อนคริสตกาล ปรับเปลี่ยนเป็นศตวรรษที่ 6 ก่อนคริสตกาล จึงเป็นการพลิกประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญสำหรับชาวพุทธกว่า 500 ล้านคนทั่วโลก

ทั้งนี้ สังเวชนียสถานลุมพินีวันอยู่ติดชายแดนประเทศอินเดีย ถือได้ว่าเป็นสถานที่สำคัญที่พุทธศาสนิกชนได้เดินทางไปแสวงบุญด้วยความศรัทธาหลายแสนคนต่อปี และองค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก ก็ได้ประกาศให้สังเวชนียสถานลุมพินีวันเป็นมรดกโลก