เปิดโฉมผู้นำรุ่นที่5ของจีน

วันที่ 15 พ.ย. 2555 เวลา 11:15 น.
เปิดโฉมผู้นำรุ่นที่5ของจีน
จีนประกาศตัวประธานาธิบดี-นายกรัฐมนตรีรุ่นใหม่อย่างเป็นทางการแล้ว "สีจิ้นผิง"นั่งเก้าอี้ผู้นำสูงสุดจีนต่อจากหูจิ่นเทา  

หลี่เค่อเฉียง-สีจิ้นผิง
หลี่เค่อเฉียง-สีจิ้นผิง

ที่ประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีน มีมติเมื่อวันที่ 14 พ.ย. ให้รองประธานาธิบดี สีจิ้นผิง ดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีน สืบต่อจากประธานาธิบดี หูจิ่นเทา และเตรียมขึ้นเป็นประธานาธิบดีจีนต่อในช่วงต้นปีหน้า เสร็จสิ้นการถ่ายโอนอำนาจในรอบ 10 ปี สู่ผู้นำรุ่นที่ 5 ท่ามกลางการจับตาว่าผู้นำใหม่ของจีนจะนำพาประเทศก้าวพ้นปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างไร

รายงานข่าวระบุว่า ที่ประชุมภายใต้ผู้แทน 2,270 คน มีมติเลือก สีจิ้นผิง และรองนายกรัฐมนตรี หลี่เค่อเฉียง ให้เป็นสมาชิกคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน ซึ่งในทางทฤษฎีนั้น คณะกรรมการกลางจะเป็นผู้เลือกสมาชิกกรมการเมือง (โปลิตบูโร) และสมาชิกถาวรกรมการเมือง ซึ่งเป็นตำแหน่งบริหารสูงสุดของจีน โดยในการประชุมเมื่อวันที่ 15 พ.ย. ได้มีการเลือกสมาชิกอื่นๆให้ดำรงตำแหน่งในคณะกรรมการถาวรกรมการเมืองของคณะกรรมการกลาง CPC ชุดที่ 18 นั้น ได้แก่ นายหลี่ เค่อเฉียง, นายจาง เต้อเจียง, นายอู๋ เจิ้งเซิง, นายหลิว หยุนซาน, นายหวัง ฉีซาน และนายจาง กัวหลี่

สำหรับสี จิ้นผิง เป็นบุตรของ สี จงชุน อดีตรองนายกรัฐมนตรีจีน ผู้ซึ่งเป็นคนใกล้ชิดของประธาน เหมา เจ๋อตง แต่ก่อนการปฏิวัติวัฒนธรรมไม่นาน จงชุนก็ถูกปรับลดตำแหน่ง จนเป็นแค่กรรมกร เนื่องจากเป็นผู้อนุมัติให้มีการตีพิมพ์หนังสือที่วิจารณ์ประธานเหมา ในขณะนั้น สี จิ้นผิง กลายเป็นหนึ่งใน 29,000 ปัญญาชนชุดแรกที่ถูกกวาดต้อนไปเข้ารับการศึกษา ใช้ชีวิตเรียนรู้การทำไร่ทำนาและปศุสัตว์ พำนักอยู่ในถ้ำที่เหลียงเจี่ยเหอ หมู่บ้านเล็กๆ ทางเหนือของมณฑลชานซีในปี พ.ศ. 2512 ถึงกระนั้น เขามีความมุ่งมั่นที่จะเป็นสมาชิกของพรรคคอมมิวนิสต์จีนมาก สี จิ้นผิง ซึ่งยังคงอาศัยอยู่ในถ้ำ ได้เขียนจดหมายสมัครเป็นสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์จีนครั้งแล้วครั้งเล่า แม้จะถูกปฏิเสธมาตลอด แต่ในที่สุด หลังจากความพยายามหลายครั้ง เขาก็ได้เป็นสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์

เมื่อชื่อเสียงของบิดาได้รับการฟื้นฟูภายหลังการอสัญกรรมของเหมา เจ๋อตง เขากลับมาศึกษาต่อจนกระทั่งสำเร็จการศึกษาด้านเคมีจากมหาวิทยาลัยซิงหวา และเริ่มมีสายสัมพันธ์กับบุคคลในกองทัพ หลังจากนั้น เขาทำงานรับใช้พรรคที่มณฑลเหอเป่ย์ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญในการผสมพันธุ์สุกร ที่ฝูเจี้ยน สี จิ้นผิง เป็นผู้ริเริ่มพัฒนาความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับไต้หวัน จนได้เป็นรักษาการเลขาธิการพรรคตอมมิวนิสต์ สาขาเซี่ยงไฮ้ ระหว่าง 7 เดือนที่รักษาการ เขาพัฒนาความสัมพันธ์ กับ เจียง เจ๋อหมิน อดีตเลขาธิการพรรคและแกนนำคนสำคัญของกลุ่มผู้นำรุ่นที่ 3 ของจีน

สี จิ้นผิง มีกำหนดขึ้นดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีน หลังจากการประชุมใหญ่ครั้งที่ 18 ในเดือน พฤศจิกายน พ.ศ. 2555 และมีกำหนดขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2556