4ปีคนตกงานเพิ่ม30ล้าน

วันที่ 13 ต.ค. 2555 เวลา 12:08 น.
4ปีคนตกงานเพิ่ม30ล้าน
คนว่างงานทั่วโลกยังพุ่งสูงนับตั้งแต่วิกฤตการเงิน ด้านเยอรมนียังกร้าว ทางออกวิกฤตยุโรปต้องลดหนี้เท่านั้น

องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ไอแอลโอ) ระบุว่า อัตราการว่างงานทั่วโลกในปัจจุบันยังสูงกว่าระดับเมื่อครั้งที่เกิดวิกฤตการณ์การเงินในปี 2551 ถึง 30 ล้านคน ขณะที่ยังมีหญิงชายทั่วโลกอีกถึงเกือบ 40 ล้านคน ที่เลิกคิดจะหางานทำแล้ว ซึ่งนับเป็นความกังวลล่าสุดในขณะที่หลายฝ่ายกำลังถกเถียงกันว่า มาตรการรัดเข็มขัดโดยเฉพาะในยุโรป อาจส่งผลกระทบต่อตลาดการจ้างงานมากกว่าที่คาดไว้

กาย ไรเดอร์ ผู้อำนวยการไอแอลโอ ระบุว่า ในจำนวนคนว่างงานทั่วโลกกว่า 200 ล้านคนนั้น เป็นกลุ่มคนหนุ่มสาวที่อายุต่ำกว่า 25 ปี มากถึงราว 1 ใน 3 ในขณะที่แต่ละปีนั้น ตลาดแรงงานทั่วโลกจะมีจำนวนแรงงานเพิ่มขึ้นราว 40 ล้านคนต่อปี

ทว่าสำหรับกลุ่มคนที่มีงานทำถึง 900 ล้านคน กลับไม่สามารถหาเงินให้พอเพียงที่จะยกระดับชีวิตตัวเองและครอบครัวให้พ้นจากเส้นความยากจนที่วันละ 2 เหรียญสหรัฐ (ราว 60 บาท)

“ผลเสียจากมาตรการรัดเข็มขัดได้ส่งผลกระทบมากกว่าที่เราเคยคาดการณ์กันก่อนหน้านี้ และขณะนี้ก็มีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องทบทวนกรอบเวลาของสมดุลงบประมาณ รวมถึงการวางกรอบเวลาให้ยาวขึ้นในการแก้ไขความเสียหายจากวิกฤตการณ์การเงินก่อนหน้านี้” ไรเดอร์ กล่าว

ถ้อยแถลงของผู้อำนวยการ ไอแอลโอ ในเวทีการประชุมประจำปีของธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ได้สอดคล้องกับ คริสติน ลาการ์ด ผู้อำนวยการไอเอ็มเอฟ ซึ่งกล่าวในวันเดียวกันว่า มาตรการรัดเข็มขัดไม่อาจเป็นทางออกเดียวในการแก้วิกฤตการณ์เศรษฐกิจ เนื่องจากประชาชนต้องเป็นผู้รับภาระและผลกระทบ โดยเฉพาะการว่างงาน ซึ่งนับเป็นการย้ำทิศทางเดิมที่เรียกร้องให้ยุโรปยอมผ่อนคลายกรอบเวลามาตรการรัดเข็มขัด

อย่างไรก็ตาม วูล์ฟกัง โชเบิล รัฐมนตรีคลังเยอรมนี ได้ยืนยันว่าการจะแก้วิกฤตการณ์หนี้ยุโรปนั้น ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องตัดลดหนี้ลงเท่านั้น โดยเฉพาะสำหรับกลุ่มประเทศยูโรโซน 17 ประเทศ ซึ่งมีระดับหนี้สาธารณะต่อจีดีพีสูง

โชเบิล กล่าวด้วยว่า แรงต่อต้านที่เกิดขึ้น อาทิ การต่อต้านแผนปฏิรูปแรงงานในตลาดแรงงานนั้น เป็นเรื่องปกติของโลกประชาธิปไตยที่จะเกิดการโต้เถียงและแสดงความเห็นก่อนที่จะนำไปสู่การหาทางออกร่วมกัน

ประเด็นถกเถียงเรื่องมาตรการรัดเข็มขัดลดรายจ่าย เพื่อลดการขาดดุลงบประมาณและหนี้สาธารณะในยุโรปนั้น ยังมีขึ้นในขณะที่องค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาแห่งยุโรป เปิดเผยในสัปดาห์นี้ว่า อัตราการว่างงานในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วพุ่งสูงถึง 7.9% หรืออยู่ที่ 47.8 ล้านคน ในขณะที่ตัวเลขการว่างงานล่าสุดในกรีซได้พุ่งสูงสุดทุบสถิติใหม่ถึง 25%