ภาคธุรกิจ"มะกัน"หดแรง

วันที่ 30 ก.ย. 2555 เวลา 10:41 น.
ภาคธุรกิจ"มะกัน"หดแรง
ดัชนีกิจกรรมทางธุรกิจสหรัฐหดตัวครั้งแรกตั้งแต่ปี 2552 ฉุดหุ้นมะกันดิ่งรับข่าวร้าย

ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (พีเอ็มไอ) ของเมืองชิคาโก ในสหรัฐ ซึ่งเป็นตัวชี้วัดกิจกรรมทางธุรกิจของประเทศ ประจำเดือน ก.ย. หดตัวครั้งแรกในรอบ 3 ปี สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการในประเทศที่ดิ่งลง ท่ามกลางการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่ล่าช้าของสหรัฐ ประกอบกับวิกฤตเศรษฐกิจในยุโรปและการชะลอของเศรษฐกิจจีน

ดัชนีกิจกรรมการผลิต ซึ่งจัดทำโดยสถาบันจัดการด้านอุปทานของชิคาโก (ไอเอสเอ็ม) อยู่ที่ 49.7 จุด ลดลงจากเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งอยู่ที่ 53 จุด โดยตัวเลขต่ำกว่า 50 จุดนั้นบ่งบอกถึงภาวะหดตัว

“ผู้ประกอบการลดการใช้จ่ายลง เพราะขาดความเชื่อมั่น” วอร์ด แม็กคาร์ธี นักเศรษฐศาสตร์จากเจฟเฟอรีส์ แอนด์ โค บริษัทที่ปรึกษาด้านการลงทุนในสหรัฐ กล่าว

ความเห็นดังกล่าวสอดคล้องกับรายงานของบลูมเบิร์ก ซึ่งระบุว่าความไม่แน่นอนของนโยบายการคลังของสหรัฐและเศรษฐกิจยุโรปและจีนที่อ่อนแอ อาจส่งผลให้หลายบริษัทในประเทศตัดสินใจชะลอการจ้างงาน รวมทั้งชะลอการเพิ่มกำลังการผลิตลง

ทั้งนี้ ดัชนีพีเอ็มไอของเมืองชิคาโกถือเป็นตัวเลขที่สำคัญ โดยนักวิเคราะห์นิยมนำไปใช้วิเคราะห์ภาพรวมกิจกรรมทางเศรษฐกิจของสหรัฐ เนื่องจากเป็นการสำรวจ|ผู้ประกอบการด้านการผลิตและธุรกิจบริการของสหรัฐ ทั้งที่ดำเนินกิจการภายในและต่างประเทศ

นอกจากนี้ ไอเอสเอ็มยังเผยดัชนีพีเอ็มไอสำหรับภูมิภาคมิดเวสต์ หรือภาคตะวันตกตอนกลางของสหรัฐ ประจำเดือน ก.ย. พบว่า หดตัว โดยอยู่ที่ 49.7 จุด ขณะที่ตัวเลขการใช้จ่ายผู้บริโภคของกระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐ ปรับตัวสูงขึ้น 0.5% ทว่า นักวิเคราะห์เผยว่าเป็นผลจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ไม่ใช่เพราะความเชื่อมั่นที่ฟื้นตัว

สำหรับ ข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอส่งผลให้หุ้นสหรัฐปรับตัวลดลงช่วงปิดตลาดนิวยอร์ก เมื่อวันที่ 28 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ร่วง 0.36% ดัชนี S&P 500 ปรับตัวลดลง 0.45% และดัชนีแนสแด็กดิ่งลง 0.65%

ด้านราคาน้ำมันนั้นปรับตัวสูงขึ้นอันเป็นผลจากความตึงเครียดระหว่างอิหร่านและอิสราเอลในเวทีการประชุมสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา โดยราคาน้ำมันดิบไลต์สวีตส่งมอบเดือน พ.ย. ปรับเพิ่มขึ้น 34 เซนต์ ปิดที่ราคา 92.19 เหรียญสหรัฐ (ราว 2,765 บาท) ต่อบาร์เรล

วันเดียวกัน ธนาคารเอชเอสบีซีของอังกฤษเผยดัชนีพีเอ็มไอ ภาคการผลิตของจีน ประจำเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา พบว่า อยู่ที่ระดับ 47.9 จุด นับเป็นการหดตัวเป็นเดือนที่ 11 ติดต่อกัน โดยเฉพาะยอดสั่งซื้อสินค้าใหม่พบว่า ดิ่งลงต่ำสุดในรอบ 42 สัปดาห์

“การผลิตของจีนกำลังหลุดพ้นจากจุดต่ำสุดแล้ว แต่ยอดสั่งซื้อสินค้าที่ลดลง ควรจะเป็นสัญญาณให้รัฐบาลแดนมังกรผ่อนนโยบายการเงินลงอีก เพื่อกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจและการจ้างงาน” ชีว์ หงปิน นักเศรษฐศาสตร์ของเอชเอสบีซี ประจำฮ่องกง กล่าว

ทั้งนี้ ในช่วงปีที่ผ่านมารัฐบาลจีนได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ย และลดสัดส่วนการกันสำรองของธนาคารในประเทศลง เพื่อพยายามกระตุ้นเศรษฐกิจ