ลิเบีย-อียิปต์เดือด!หนังหมิ่นศาสนาอาร์พีจีถล่มกงสุลมะกัน ทูต-จนท.ดับ4ศพ

วันที่ 13 ก.ย. 2555 เวลา 07:46 น.
ลิเบีย-อียิปต์เดือด!หนังหมิ่นศาสนาอาร์พีจีถล่มกงสุลมะกัน ทูต-จนท.ดับ4ศพ
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ

ชาวลิเบียบุกถล่มกงสุลสหรัฐ เหตุไม่พอใจภาพยนตร์ผลงานชาวอเมริกันลบหลู่ศาสนาอิสลาม ทูตมะกันและเจ้าหน้าที่ดับ 4 ศพ

กลุ่มผู้ประท้วงชาวลิเบียได้บุกโจมตีพร้อมยิงจรวดพิสัยไกล (อาร์พีจี) ถล่มสถานกงสุลสหรัฐประจำเมืองเบงกาซี ทางตอนเหนือของลิเบีย อย่างหนัก เมื่อคืนวันที่ 11 ก.ย.ที่ผ่านมา เพื่อประท้วงภาพยนตร์ ซึ่งสร้างโดยชาวอเมริกันและมีเนื้อหาดูหมิ่นศาสดาของศาสนาอิสลาม ส่งผลให้เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำลิเบียและเจ้าหน้าที่กงสุลอีก 3 คน เสียชีวิต

“ผู้ประท้วงหลายสิบคนได้ยิงปืนขึ้นฟ้าก่อนจะบุกเข้าไปในสถานกงสุลและจุดไฟเผาอาคาร ขณะเดียวกันก็มีการยิงระเบิดถล่มสถานกงสุลจากทุ่งนาในบริเวณใกล้เคียง” วานิส อัล ชารีฟ รัฐมนตรีช่วยกระทรวงมหาดไทยลิเบีย กล่าว พร้อมยืนยันการเสียชีวิตของ เจ. คริสโตเฟอร์ สตีเวนส์ เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำลิเบีย และเจ้าหน้าที่สถานกงสุลชาวอเมริกันอีก 3 คน

อย่างไรก็ตาม ทางการลิเบียยังไม่ทราบ สาเหตุของการเสียชีวิตของเจ้าหน้าที่ทั้ง 4 ราย โดยสันนิษฐานว่าทั้งหมดติดอยู่ในรถยนต์ขณะพยายามหลบหนีก่อนจะโดนระเบิด

ในส่วนของเจ้าหน้าที่สถานกงสุลคนอื่นๆ นั้น มีการยืนยันว่าทั้งหมดสามารถหลบหนีออกมาได้อย่างปลอดภัยแล้ว

โอมาร์ หนึ่งในชาวลิเบียผู้ที่เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า กลุ่มชายฉกรรจ์ ซึ่งมีกลุ่มซ้ายจัดซาลาฟิสต์รวมอยู่ด้วยนั้น ได้ปิดถนนบริเวณด้านหน้าสถานกงสุลก่อนจะบุกเข้าไปภายใน

 

“เสียงปืนและระเบิดดังกึกก้องทั้งเมือง ทุกอย่างน่ากลัวมาก”

ในเบื้องต้นมีรายงานว่า เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของสถานกงสุลได้พยายามยิงโต้ตอบ ทว่าก็ไม่สามารถต้านทานกลุ่มผู้ประท้วง ซึ่งมีอาวุธครบมือ ไม่ว่าจะเป็นปืน อาวุธสงคราม หรือระเบิดผลิตเอง ได้ ซึ่งทางการลิเบียยืนยันว่า เป็นอาวุธเก่าจากสมัยที่ชาวลิเบียลุกฮือต่อสู้กับกองกำลังของ โมอัมมาร์ กัดดาฟี อดีตผู้นำประเทศ

“เราขอประณามเหตุโจมตีเจ้าหน้าที่การทูตของสหรัฐ ด้วยถ้อยคำรุนแรงที่สุด” วิกตอเรีย นูแลนด์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ แถลง เช่นเดียวกับ ฮิลลารี คลินตัน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ซึ่งกล่าวแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมยืนยันว่า สหรัฐไม่เคยสนับสนุนการกระทำใดๆ ที่เข้าข่ายลบหลู่ความเชื่อทางศาสนาของบุคคลอื่น

ทั้งนี้ โศกนาฏกรรมดังกล่าว ซึ่งเกิดขึ้นในวันครบรอบ 11 ปี เหตุวินาศกรรมอาคารเวิลด์เทรด เกิดขึ้นภายหลังมีกระแสความไม่พอใจภาพยนตร์เรื่อง “อินโนเซนส์ ออฟ มุสลิม” ผลงานการกำกับของ แซม เบซิล นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชาวอเมริกันเชื้อสายอิสราเอล วัย 52 ปี จากรัฐแคลิฟอร์เนีย เนื่องจากภาพยนตร์เรื่องดังกล่าวกำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่า มีเนื้อหาลบหลู่ศาสนาอิสลาม

อย่างไรก็ตาม เบซิล ซึ่งล่าสุดตัดสินใจกบดานในสหรัฐเพื่อความปลอดภัย ยืนยันว่า ภาพยนตร์ดังกล่าวเป็นภาพยนตร์ด้านการเมือง พร้อมตำหนิมาตรการรักษาความปลอดภัยของสถานกงสุลสหรัฐในเมืองเบงกาซี

“ผมขอยืนกรานในความคิดเดิม และผมรู้สึกว่ามาตรการรักษาความปลอดภัยของสถานกงสุลไม่ได้เรื่องเลย ทางการควรปรับปรุงได้แล้ว” เบซิล กล่าวระหว่างให้สัมภาษณ์กับสื่อเมืองลุงแซม

นอกเหนือจากเหตุรุนแรงที่ลิเบียแล้ว ก่อนหน้านั้นวันเดียวกันยังได้เกิดเหตุโจมตีสถานทูตสหรัฐประจำกรุงไคโรในประเทศอียิปต์ แต่โชคดีที่เจ้าหน้าที่ควบคุมสถานการณ์ได้ก่อนที่จะบานปลาย ส่งผลให้ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

เอเอฟพีรายงานว่า ผู้ประท้วงชาวอียิปต์กว่า 3,000 คน ออกมาชุมนุมประท้วงด้านหน้าสถานทูตสหรัฐ โดยมีการปีนข้ามกำแพงสถานทูต ดึงธงชาติสหรัฐลงมาจากยอดเสา เพื่อฉีกทำลายและเผา พร้อมกับชักธงสีดำที่มีข้อความสรรเสริญพระเจ้าและพระศาสดาของศาสนาอิสลาม ซึ่งเป็นธงที่ขบวนการก่อการร้ายต่างๆ นิยมใช้ขึ้นแทนที่

“ควรมีการแบนภาพยนตร์เรื่องนี้ และขอโทษชาวมุสลิมในทันที” อิสมาอิล มามูด ผู้ประท้วงชาวอียิปต์ วัย 19 ปี กล่าว เช่นเดียวกับรัฐบาลอัฟกานิสถาน ซึ่งได้ออกโรงประณามภาพยนตร์ดังกล่าวว่า เป็นการดูหมิ่นศาสนาอิสลามอย่างยิ่ง

ทั้งนี้ ในเบื้องต้นกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเหตุในลิเบียและอียิปต์เชื่อมโยงกัน