นอร์เวย์น้ำมันแพงสุดในโลก เตือนไทยบริโภคพลังงานแพงเกินปชช.รายได้ต่ำ

วันที่ 20 ส.ค. 2555 เวลา 08:01 น.
นอร์เวย์น้ำมันแพงสุดในโลก เตือนไทยบริโภคพลังงานแพงเกินปชช.รายได้ต่ำ
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ

บลูมเบิร์กเผยผลจัดอันดับชาติที่น้ำมันแพง-ถูกสุด นอร์เวย์แชมป์ที่ 300 บาทต่อแกลลอน (3.7 ลิตร) ไทยอันดับ 46 ที่ 153 บาท กูรูชี้น้ำมันไทยถูกจริง แต่แพงเมื่อเทียบรายได้ต่อหัวของประชาชน

บลูมเบิร์กเปิดเผยผลการจัดอันดับประเทศที่ราคาน้ำมันแพงและถูกที่สุดในโลก 60 ประเทศ ในปี 2555 ซึ่งเป็นการจัดอันดับโดยพิจารณาราคาน้ำมันเบนซิน 95 ผลปรากฏว่า นอร์เวย์ครองอันดับ 1 ชาติที่ราคาน้ำมันสูงสุด ขณะที่เวเนซุเอลารั้งอันดับสุดท้าย หรือราคาน้ำมันถูกสุด ด้านประเทศไทยอยู่อันดับ 46 ทว่าหากเทียบรายได้ประชาชนพบว่าคนไทยต้องบริโภคน้ำมันแพงสุดเป็นอันดับ 9 ของโลก

ราคาน้ำมันเบนซิน 95 ในนอร์เวย์อยู่ที่ระดับ 10.1 เหรียญสหรัฐ (ราว 300 บาท) ต่อแกลลอน หรือประมาณ 81 บาทต่อลิตร ซึ่งเป็นระดับสูงสุด ตามด้วยตุรกี 9.41 เหรียญสหรัฐ (ราว 282 บาท) อิสราเอล 9.28 เหรียญสหรัฐ (ราว 278 บาท) ฮ่องกง 8.61 เหรียญสหรัฐ (ราว 258 บาท) และเนเธอร์แลนด์ ที่ 8.26 เหรียญสหรัฐ (ราว 247 บาท)

นอร์เวย์เป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่เพียงชาติเดียวที่ราคาน้ำมันแพง ทั้งนี้เพราะแทนที่รัฐบาลจะอุ้มราคาเหมือนประเทศอื่นๆ กลับนำกำไรจากค่าน้ำมันมาจัดสรรเป็นสวัสดิการ เช่น การศึกษาฟรี รวมทั้งนำไปลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานของประเทศบลูมเบิร์ก เปิดเผย

ในส่วนของประเทศที่ราคาน้ำมันถูกสุดได้แก่ เวเนซุเอลา ที่ระดับ 0.09 เหรียญสหรัฐ (ราว 2.7 บาท) ต่อแกลลอน ตามมาด้วยซาอุดีอาระเบีย ที่ 0.61 เหรียญสหรัฐ (ราว 18.3 บาท) คูเวต 0.89 เหรียญสหรัฐ (ราว 26 บาท) อียิปต์ 1.73 เหรียญสหรัฐ (ราว 51 บาท) และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่ 1.89 เหรียญสหรัฐ (ราว 56.7 บาท)

การเติมน้ำมันรถยนต์เชฟโรเลต ซับเออร์เบิน ซึ่งเป็นรถขนาด 39 แกลลอน เต็มถัง ในนอร์เวย์จะมีราคาสูงถึง 394.68 เหรียญสหรัฐ (ราว 11,840 บาท) ขณะที่ในเวเนซุเอลาจะมีราคาเพียง 3.51 เหรียญสหรัฐ (ราว 105.3 บาท)รายงานระบุ

ทว่า ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าราคาน้ำมันที่ถูกในเวเนซุเอลาเป็นผลมาจากการอุ้มราคาของภาครัฐ ดังนั้นในอนาคตรัฐบาลอาจต้องเผชิญกับแรงกดดันอย่างหนักจากประชาชน หากตัดสินใจยกเลิกการอุดหนุนราคาน้ำมัน

ด้านประเทศไทยรั้งอันดับ 46 ที่ราคา 4.51 เหรียญสหรัฐ (ราว 153 บาท) ต่อแกลลอน ซึ่งเป็นราคาน้ำมันเบนซินที่ปรับลดลง 9.1% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้านี้

อย่างไรก็ตาม บลูมเบิร์กเตือนว่า แม้ราคาน้ำมันในไทยจะต่ำกว่าหลายประเทศ ทว่าหากนำรายได้เฉลี่ยของประชาชน ซึ่งอยู่ที่ราว 16 เหรียญสหรัฐ (ราว 480 บาท) ต่อวัน มาคำนวณด้วยนั้น จะพบว่าคนไทยบริโภคน้ำมันแพงที่สุดเป็นอันดับ 9 ของโลก ขณะที่อินเดียขึ้นแท่นประเทศที่ราคาน้ำมันแพงสุดเมื่อเทียบกับรายได้เฉลี่ยต่อหัวของประชาชน

คนไทยต้องสูญเสียราว 28% ของรายได้ต่อวันไปกับค่าน้ำมัน รายงานระบุ พร้อมเผยว่า ราคาน้ำมันที่สูงในไทยส่งผลให้มีการใช้ตุ๊กตุ๊กมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเมืองท่องเที่ยว เนื่องจากเป็นยานพาหนะที่ประหยัดน้ำมัน แม้จะมีความอันตรายมากกว่ารถยนต์ก็ตาม

ในส่วนของประเทศในอาเซียนนั้น สิงคโปร์มีราคาน้ำมันแพงสุดที่ระดับ 6.08 เหรียญสหรัฐ (ราว 182 บาท) ต่อแกลลอน ตามมาด้วยไทย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และมาเลเซีย

สำหรับการจัดอันดับครั้งนี้ บลูมเบิร์กได้พิจารณาราคาน้ำมันเบนซิน 95 ช่วงระหว่างวันที่ 9–23 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยจัดอันดับเฉพาะประเทศที่เปิดเผยข้อมูลราคาน้ำมันเท่านั้น รวมทั้งไม่รวมประเทศที่ประชาชนมีรายได้เฉลี่ยต่อหัวต่อวันต่ำกว่า 3 เหรียญสหรัฐ (ราว 90 บาท)

ทั้งนี้ ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องท่ามกลางภาวะการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสหรัฐ ซึ่งเป็นผู้บริโภคพลังงานรายใหญ่สุดอันดับ 2 ของโลก โดยเมื่อเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส (ดับเบิลยูทีไอ) ที่ตลาดไนเมกซ์ ดิ่งลงแตะระดับ 78 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมา ราคาน้ำมันปรับสูงขึ้นภายหลังมีข่าวว่าสหรัฐเตรียมระบายน้ำมันจากคลังน้ำมันทางยุทธศาสตร์เพื่อควบคุมราคาพลังงานที่อยู่ในระดับสูง โดยสัญญาน้ำมันดิบ ดับเบิลยูทีไอ ส่งมอบเดือน ก.ย. ที่ตลาดไนเมกซ์เพิ่มขึ้น 41 เซนต์ หรือ 0.43% ปิดที่ 96.01 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล นับเป็นการปิดเหนือระดับ 96 เหรียญสหรัฐครั้งแรกตั้งแต่เดือน พ.ค. 2554