ดอกเบี้ยขาขึ้น

วันที่ 17 มี.ค. 2553 เวลา 22:28 น.
ภาวะฟองสบู่เริ่มก่อตัวขึ้น น่าหวั่นเฟดจะทำฟองสบู่แตกโพละซะเอง

เริ่มมีเสียงความวิตกกังวลกันมากขึ้นเรื่อยๆ ต่อภาวะฟองสบู่ที่เริ่มก่อตัวขึ้น ไม่ใช่แค่เพียงในจีนเท่านั้น แต่อย่างในสหรัฐเองความวิตกกังวลนี้ก็เริ่มมีสัญญาณที่ชัดเจนมากขึ้น

แม้กระทั่งธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เองก็รับรู้ถึงปัญหานี้ดีครับ ซึ่งเป็นผลกระทบมาจากการใช้นโยบายดอกเบี้ยที่ระดับต่ำมากมาเป็นระยะเวลานานมากจนเกินไป ซึ่งถือว่านานมากที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐครับ

ตอนนี้นักวิเคราะห์ กูรู ด้านเศรษฐกิจของสหรัฐทั้งหลายกำลังจับตาสัญญาณจากเฟดอย่างใกล้ชิดที่สุดว่าเมื่อไหร่เฟดจะเริ่มส่งสัญญาณถึงดอกเบี้ยขาขึ้น เพราะยิ่งใช้นโยบายดอกเบี้ยต่อนานเท่าไหร่ ก็จะยิ่งทำให้เกิดความเสี่ยงต่อภาวะฟองสบู่ในตลาดสินทรัพย์ของสหรัฐเข้าสู่ความน่ากลัวมากขึ้นเท่านั้น

แน่นอนว่าหน้าที่ของเฟด คือการใช้นโยบายทางดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ พูดง่ายๆ ก็คือ หน้าที่หนึ่งของเฟด ก็คือเป่าให้เกิดฟองสบู่ขึ้นในระบบ

แต่เฟดก็มีหน้าที่หนักหนาสาหัสมากกว่านั้น คือการควบคุมไม่ให้ฟองสบู่มีขนาดที่ใหญ่มากเกินไป จนสร้างความวิตกกังวลให้กับตลาด

เมื่อสองวันก่อน มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิสรายงานประจำไตรมาสออกมา น่าสนใจทีเดียวครับ

มูดี้ส์บอกว่า อันดับเครดิตของรัฐบาลสหรัฐและชาติยุโรปอีก 3 ชาติ อันได้แก่ อังกฤษ ฝรั่งเศส และเยอรมนี นั้นยังคงอยู่ในระดับที่ปลอดภัย คือระดับที่สูงสุด แต่ประเทศเหล่านี้โดยเฉพาะสหรัฐและอังกฤษก็มีความเสี่ยงต่ออันดับเครดิตมากที่สุดกว่าใครเพื่อน เพราะมาตรการการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ผ่านมานั้น ทำให้ระดับหนี้สาธารณะและการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดของรัฐบาลกำลังเริ่มส่อแววถึงปัญหาอยู่เช่นกัน

ดังนั้น การลดความเสี่ยงที่จะต้องทำก็คือการลดภาระของรัฐบาลลง นั่นก็คือ การถอนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกไป

เพราะปัญหาภาวะฟองสบู่กำลังเริ่มก่อตัวขึ้น, การกระตุ้นเศรษฐกิจที่มากเกินไปเริ่มส่งผลเสียต่อสถานะของรัฐบาลมากขึ้นทุกที เราอาจจะได้เห็นดอกเบี้ยสหรัฐปรับขึ้นในช่วงปลายไตรมาสแรกของปีนี้

กลัวแต่ว่า เฟดจะทำให้ฟองสบู่สหรัฐแตกโพละเสียเอง ไม่ใช่ใครอื่น ถ้ามัวแต่ห่วงหน้าพะวงหลังกับปัญหาว่างงานมากเกินไป