กบฎลิเบียยึดตริโปลีจับตัวลูกชายกัดดาฟี

วันที่ 22 ส.ค. 2554 เวลา 08:05 น.
กบฎลิเบียยึดตริโปลีจับตัวลูกชายกัดดาฟี
กำลังฝ่ายต่อต้านรัฐบาลลิเบีย เข้าบุกยึดกรุงตริโปลี แห่งลิเบียได้สำเร็จแล้วพร้อมจับตัวลูกกัดดาฟี

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กองกำลังฝ่ายต่อต้านสามารถเคลื่อนพลเข้าสู่กรุงตริโปลีได้อย่างง่ายดายผ่านชานกรุงด้านตะวันตก  และจะมุ่งหน้าเคลื่อนพลเข้าสูจัตุรัสกรีนแสควร์ ซึ่งเป็นจุดรวมตัวหลักของกลุ่มผู้สนับสนุนกัดดาฟีในการชุมนุมหลายครั้งก่อนหน้านี้

รายงานระบุว่า กองทัพของฝ่ายต่อต้านสามารถตีฐานทัพทหารของฝ่ายกัดดาฟี ที่ทำหน้าที่ดูแลกรุงตริโปลีลงได้สำเร็จเมื่อคืนที่ผ่านมา และยังสามารถยึดรถบรรทุกอาวุธได้เป็นจำนวนมากก่อนที่จะเคลื่อนพลเข้าสู่กรุงตริโปลีได้อย่างไม่ยากนัก

ก่อนหน้านั้น กองกำลังฝ่ายต่อต้าน ยังสามารถตีเข้ายึกกองพันที่ 32 ของนาย คามิส ลูกชายของกัดดาฟีได้ ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงตริโปลีไปราว 16 ไมล์ โดยมีการต่อต้านจากฝ่ายทหารของกัดดาฟีไม่มากนัก โดยนักรบฝ่ายต่อต้านได้บุกเข้าไปในฐานทัพ และยกธงสามสีขึ้นสู่เสาร์อันเป็นสัญลักษณ์ที่ประตูหน้าของฐานทัพ และฉีกภาพบิลบอร์ด ของกัดดาฟีลง และฉลองชัยกันอย่างครึกครื้น

ด้าน กัดดาฟี ได้แถลงผ่านโทรทัศน์ไปทั่วประเทศเตือนว่า กรุงตริโปลี จะกลายสภาพสู่ความเลวร้ายเหมือนกับที่เคยเกิดขึ้นมากับกรุงแบกแดด เมืองหลวงของอิรัก

“เราจะปล่อยให้กรุงตริโปลีถูกยึดอีกครั้งได้อย่างไร  พวกคนทรยศกำลังปูทางสู่การกระจายกำลังในกรุงตริโปลี” กัดดาฟีกล่าว พร้อมกับเรียกร้องให้ประชาชนออกมารวมตัวกันตามท้องถนน และปกป้องตัวเองจากพวกหนูสกปรก

หลังจากนั้นไม่กี่ชั่วโมง สถานทีโทรทัศน์ของลิเบียก็กระจายเสียงของกัดดาฟี กล่าวกระตุ้นประชาชนเป็นครั้งที่สองให้ออกมาต่อสู้กับฝ่ายกบฎ

“เป็นหน้าที่ของชาวลิเบียทุกคน เป็นคำถามของความเป็นความตาย” 

อย่างไรก็ตาม เมื่อกองกำลังของฝ่ายต่อต้านเคลื่อนพลเข้าสู่กรุงตริโปลีนั้น ปรากฏว่า มีประชาชนจำนวนมากออกมาออกมาส่งเสียเชียร์ ขณะที่ขบวนรถที่บรรทุกกองกำลังฝ่ายต่อต้านยิงปืนข้นฉลองชัยสู่ท้องฟ้า

ทันทีที่กองกำลังฝ่ายต่อต้านบุกเข้าตริโปลีได้แล้วนั้น ก็ได้จัดตั้งด่านตรวจขึ้นที่ย่าน โกต ชาอัลทางตะวันตกของเมืองทันที  และขยายพื้นที่ควบคุมไปยังที่เขตกีร์ราช ซึ่งห่างจากจัตุรัสกรีนแสควร์เพียง 1 ไมล์  อย่างไรก็ตาม พวกเขาก็ถูกต่อต้านจากมือปืนซุ่มยิงของฝ่ายกัดดาฟีอยู่เป็นระยะๆ 

ทางด้าน นาย ซิดิค อัล กิบีร์ ผู้แทนสภาแห่งชาติของฝ่ายต่อต้าน ได้ยืนยันว่า สามารถจับตัวนาย เซอิฟ อัล – อิสลาม ลูกชาย ของกัดดาฟีได้แล้ว แต่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดมากไปกว่านี้

ล่าสุด ทางด้านเจ้าหน้าที่อาวุโสของฝ่ายกบฏยังยืนยันด้วยว่า กองกำลังพิทักษ์กัดดาฟีนั้นได้ยอมจำนนต่อฝ่ายต่อต้านแล้วเช่นกัน

นายมาห์มูด ชัมมาน รัฐมนตรีข่าวสารของสภาแห่งชาติซึ่งฝ่ายกบฎจัดตั้งขึ้นได้กล่าวต่อผู้สื่อขจาวเอพีว่าผู้บัญชาการของหน่วยพิทักษ์กัดดาฟีได้เปลี่ยนมาเข้าร่วมกับฝ่ายกบฎ และสั่งให้ทหารในหน่วยทั้งหมดวางอาวุธลง และเปิดทางให้กับฝ่ายต่อต้านเคลื่อนพลเข้าสู่เมืองหลวงอย่างง่ายดาย

นาย แอนเดอร์ส ฟอก์ ราสมุสเซ็น เลขาธิการองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติค หรือ นาโต้  ได้แถลงยืนยันว่า อาณาจักรของกัดดาฟีนั้นได้แตกออกเป็นเสี่ยงๆแล้วอย่างชัดเจน และเวลาที่ลิเบียจะสร้างประชาธิปไตยขึ้นได้มากถึงแล้ว

นาย ราสมุสเซ็น กล่าวด้วยว่า กัดดาฟีเองน่าจะตระหนักได้แล้วว่าเขาไม่สามารถเอาชนะประชาชนของตัวเองได้อีกต่อไป  ซึ่งที่ผ่านมา ชาวลิเบียต่างทนทุกข์จากการปกครองของกัดดาฟีมานานกว่า 4 ทศวรรษ และโอกาสที่พวกเขาจะเริ่มต้นใหม่ได้มาถึงแล้ว

ราสมุสเซ็น กล่าวด้วยว่า นาโต้ จะจับตาความเคลื่อนไหวของกองทหารหน่วยต่างๆของกัดดาฟีต่อไป และจะทิ้งระเบิดโจมตีทันทีหากพวกเขายังเป็นภัยคุกคามต่อประชาชนชาวลิเบียอีก

ทั้งนี้ ในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมานั้น เครื่องบินรบของนาโต้ ได้ขึ้นบินเกือบ 20,000 เที่ยว โจมตีฝ่ายกองกำลังของกัดดาฟี

นอกจากนั้น นาโต้ยังยืนยันว่าพร้อมจะทำงานร่วมกับประชาชนชาวลิเบีย และสภาเพื่อการเปลี่ยนถ่ายอำนาของฝ่ายต่อต้านเพื่อนำประเทศสู่การเป็นประชาธิปไตยยุคใหม่

“พวกเขาจะต้องสร้างความมั่นใจว่าการเปลี่ยนถ่ายอำนาจจะเป็นไปอย่างราบรื่น และ ครอบคลุมประเทศทั้งหมด ลิเบียจะต้องเป็นปึกแผ่น และอนาคตของประเทศจะตั้งอยู่บนความสมานฉันท์ และเคารพในสิทธิมนุษยชน” ราสมุสเซ็นกล่าว.