Festive 2018 Carrot Cake

  • วันที่ 07 ธ.ค. 2561 เวลา 15:30 น.

Festive 2018 Carrot Cake

เรื่อง สีวลี ตรีวิศวเวทย์ ภาพ Cookool Studio

ใกล้ช่วงเทศกาลแบบนี้หลายๆ ครอบครัว ออฟฟิศ โรงเรียน มักจะมีงานปาร์ตี้เล็กๆ ฉลองกันในกลุ่มทั้งกลุ่มใหญ่ กลุ่มเล็ก กลุ่มย่อย รูปแบบงานเลี้ยงที่น่าจะได้รับความนิยมที่สุดน่าจะเป็น Potluck Party สมัยก่อนต่างคนต่างเอาอาหารที่ตัวเองทำมาร่วมงาน ยิ่งสมัยเรียนหนังสืออยู่หอพักนักเรียน ทุกคนมีครัว มีหม้อเป็นของตัวเอง ช่วงรวมตัวฉลองแบบนี้คิดถึงอาหารไทยก็ทำเป็นอาหารไทยมากินด้วยกัน สูตรใครเด็ดจริงๆ ต้องมีเกลี้ยงหม้อ ถือเป็น Potluck ที่โชคดี เพราะเพื่อนกินกันหมดเป็นคนแรก

สูตรเด็ดของผู้เขียนถ้าไปบ้านคนไทย คือ ต้องทำหมูปิ้งพร้อมน้ำจิ้มแจ่ว ถ้าไปบ้านฝรั่งที่มีเพื่อนชาวต่างชาติเยอะๆ ถ้าเราทำแกงเขียวหวานไก่ไป หุงข้าวไปด้วยสักหน่อย เชื่อได้เลยว่าหม้อแกงเขียวหวานของเรา เป็นหม้อแรกของ Potluck ที่กินกันหมดเกลี้ยง ถ้าไปงานเลี้ยงที่มีเพื่อนญี่ปุ่นหรือจีนเยอะๆ ต้องทำยำวุ้นเส้นไป ทั้งซอยทั้งหั่นต้นหอมและเซเลอรี่ใส่ลงไปด้วย ทำให้รสจัดหน่อยๆ เพื่อนซู้ดกันซี้ดซ้าด แสนจะภูมิใจของเราหมดหม้อก่อนเป็นคนแรก รีบเข้าครัวล้างหม้อใส่ถุงกลับบ้านด้วยความดีใจ แล้วเพื่อนก็พูดถึงอาหารของเราไปตลอดช่วงต้นปีที่โรงเรียน เรียกว่ายืดได้ด้วยฝีมือครัวและหลักมาร์เก็ตติ้งเล็กๆ ที่แอบคิดตามคนกิน

พอเริ่มมาเรียนทำอาหารอย่างเป็นล่ำเป็นสัน คราวนี้เวลาเพื่อนจัดงานปาร์ตี้ต่างโชว์ฝีมือการทำขนม ไปปาร์ตี้เพื่อนที่เรียนทำอาหารด้วยกัน เรียกว่าอวดประชันฝีมือกันสุดฤทธิ์ ถ่ายรูปออกมาเหมือนงานบุฟเฟ่ต์ขนม สมัยก่อนไม่มีโซเชียลเน็ตเวิร์กไม่งั้นคงได้ “อัพรูป” แข่งกันตั้งแต่เริ่มทำที่บ้าน ตอนนี้ผู้เขียนก็ติดนิสัยนี้มาเหมือนเดิม ถ้าได้ไปงานปาร์ตี้ที่รู้จักหรือสนิทกัน ผู้เขียนก็ชอบทำขนมนิดๆ หน่อยๆ ติดมือไปด้วย เนื่องจากเป็นคนคุยไม่ค่อยเก่งเลยได้หัวข้อขนมที่ทำไปนั่นแหละเป็นตัวเริ่มต้นบทสนทนา

สูตรที่ใช้บ่อยๆ คือ เค้กแครอตสูตรนี้ ทำได้ง่ายๆ ใช้เวลาไม่นานนักออกมาอร่อยใช้ได้และไม่ทำให้ขายหน้า คอลัมน์ของเราห่างหายจากขนมไปหลายเดือน กลับมาคราวนี้เชื่อว่าไม่ทำให้คุณผู้อ่านแฟนคอลัมน์ผิดหวังกับสูตรเค้กแครอตสูตรนี้ โชคดีของผู้เขียนที่ไม่มีร้านอาหารหรือร้านขนมเป็นของตัวเอง ไม่จำเป็นต้องกั๊กสูตรปิดบังเคล็ดลับอะไรให้เวียนหัว สูตรนี้เชื่อว่าแฟนเค้กแครอตน่าจะไว้ใจเอาเป็นสูตรเด็ดเก็บเอาไว้แน่นอน

เค้กแครอตแต่ละสูตรเหมาะสำหรับพิมพ์แต่ละชนิด เพราะด้วยเวลาในการอบที่ยาวนานต่างกันในพิมพ์ขนาดใหญ่เมื่อเทียบกับขนาดเล็กมีผลกับรสชาติเค้กในระดับหนึ่ง สำหรับสูตรนี้เหมาะสำหรับพิมพ์ที่มีขนาดไม่ลึกจนเกินไป ถ้าไม่ลึกเกิน 2.5 นิ้ว ถือว่าโอเคสำหรับสูตรนี้ จะได้ระดับความฉ่ำของเค้กที่พอเหมาะไม่แห้งและไม่แฉะจนเกินไป ได้รสชาติที่กลมกล่อม พิมพ์เหมาะสำหรับสูตรนี้ที่สุด คือ พิมพ์มัฟฟิ่นขนาดกลางค่อนไปถึงเล็ก แบบนี้จะได้ขนมที่ออกมาอร่อยกว่าพิมพ์มัฟฟิ่นขนาดใหญ่ๆ ที่ตรงกลางจะมีกลิ่นไม่หอมเท่าโดยรอบ หรืออาจจะใช้ถาดอบที่ลึกไม่เกิน 2 นิ้ว เพื่อให้เมื่อรับประทานเค้กแล้วได้ความหอมของ Crumb หรือผิวที่อบขนมด้านบนที่หอมเท่าๆ กันทั้งชิ้น

วิธีทำแครอตเค้กสูตรนี้ ถ้ามีเครื่องตีไข่ เริ่มจากตีไข่กับน้ำตาลให้ฟูเป็นสายแล้วจึงเติมน้ำมันพืชลงไปให้เกิดเป็น Emulsion ที่ไม่แยกชั้น แต่ถ้าไม่มีเครื่องตีไข่ ไม่ต้องกังวลเพราะผู้เขียนใช้ตะกร้อมือทดลองทำสูตรเดียวกันนี้ตีไข่ไก่และน้ำตาลทรายให้เข้ากันแล้วค่อยๆ รินน้ำมันพืชลงไปเป็นสายอย่างช้าๆ ขอแค่น้ำมันพืชไม่แยกชั้นกับไข่อย่างชัดเจนก่อนจะเริ่มเติมแครอตกับแป้ง เค้กออกมามีความเบาฟูต่างกันก็จริง แต่รสชาติและความฉ่ำไม่ต่างกันมาก จึงเป็นสูตรที่ไม่ตายตัวว่าต้องใช้เครื่องตีไข่เสมอไป ขอแค่น้ำมันไม่แยกเป็นชั้นหนาๆ รับรองว่าเค้กกินได้อร่อยแน่

การเลือกสิ่งละอันพันละน้อยในเค้กแครอตก็สำคัญและถือว่าใส่ใจให้เค้กอร่อย อย่างแครอตที่เลือกมาต้องขอพันธุ์ที่หวานและไม่เหม็นเขียว เรียกว่าถ้าต้มออกมาแล้วอร่อยใช้ได้ถึงจะผ่านสำหรับการนำมาขูดเป็นส่วนผสมในเค้กแครอต ส่วนลูกเกดผู้เขียนก็ไม่ปล่อยผ่าน ชอบเอามาต้มในน้ำเล็กน้อยพอให้นุ่มๆ แล้วเติมเหล้ารัมลงไปนิดหน่อย หรือถ้าหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์แนะนำเป็นกลิ่นวานิลลาก็ทำให้หอมอร่อยขึ้น ส่วนผสมแก้เลี่ยนเครื่องเทศในเค้กแครอตคงจะเป็นตัวสับปะรดกระป๋องที่เลือกมาสร้างสมดุลให้รสชาติ

สำหรับเครื่องเทศผู้เขียนปรับลดให้เข้ากับลิ้นคนไทยมากขึ้น ไม่หนักลูกจันทน์ป่นหรือกานพลูมากไป จึงทำให้ได้กลิ่นหอมที่ไม่แรงมากนัก ร่อนรวมกับส่วนผสมแป้งได้เลยให้กระจายตัว

สูตรเด็ดที่ขาดไม่ได้ของเค้กแครอต คือ ครีมชีสด้านบน เรียกว่าใครที่ไม่ชอบกินเค้กแครอตแต่มักจะยอมกินเพราะมีครีมชีสก็เคยเจอมาแล้ว ครีมชีสสูตรนี้เป็นสูตรง่ายๆ ที่ได้ความช่วยเหลือในด้านเนื้อสัมผัสจาก Sour Cream มาช่วยโอบรัดเอาครีมชีส เนยและไอซิ่งเข้าไว้ด้วยกันเป็นอย่างดี ช่วยให้ Frosting ของเราละมุนขึ้นมาก

เค้กแครอตสูตรนี้ผู้เขียนเก็บที่อุณหภูมิห้องได้ถึง 4-5 วัน โดยรสชาติยังดีอยู่ ถ้าอยากเก็บนานกว่านี้แนะนำว่าเข้าตู้เย็นในภาชนะปิดสนิทจะดีที่สุด และจะอร่อยที่สุดหลังจากทำเสร็จแล้ว 1 วัน เรียกว่าละมุนเข้าที่กว่าอบเสร็จใหม่ๆ ไม่เชื่อก็ต้องลอง

ข่าวอื่นๆ