ใช้ชีวิตแบบ Slow Life ที่หนานชาง เมืองประวัติศาสตร์แห่งมณฑลเจียงซี

  • วันที่ 01 ก.ย. 2561 เวลา 14:15 น.

ใช้ชีวิตแบบ Slow Life ที่หนานชาง เมืองประวัติศาสตร์แห่งมณฑลเจียงซี

ครั้งนี้เราจะพาไปเที่ยวเมืองหนานชางของมณฑลเจียงซี ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศจีน ตอนล่างของลุ่มแม่น้ำแยงซีเกียง

ทำไมถึงพามาที่นี่ มีเหตุผลหลักๆ 3 ข้อด้วยกัน

เหตุผลแรกก็คือ มีคนจากเจียงซีไปเที่ยวที่เมืองไทยเรามากมาย มีเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ มาที่หนานชางนี้แทบทุกวัน ดังนั้น คนฝั่งเขารู้จักเราเป็นอย่างดี

เหตุผลข้อที่สอง ก็คือ เราค้นพบว่าเจียงซีมีความน่าสนใจ และมีความสำคัญแบบไม่ธรรมดาเลยทีเดียว ที่นี่คือจุดเริ่มต้นของการปฏิวัติจีน กองทัพแดงที่เดินทางกว่า 25,000 ลี้ เริ่มต้นจากที่นี่ การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีหลายๆ อย่างก็เริ่มต้นขึ้นที่นี่ รถไถคันแรกของจีนก็ผลิตที่นี่ มอเตอร์ไซค์คันแรกของจีนก็ผลิตที่นี่ หรือแม้แต่เครื่องบินลำแรกของจีน ก็ผลิตที่มณฑลนี้

นอกจากนี้แล้ว ที่นี่ยังเป็นที่ตั้งของทะเลสาบน้ำจืดที่ได้ชื่อว่าใหญ่ที่สุด และสวยงามที่สุดของประเทศจีน มีแหล่งผลิตเครื่องปั้นลายครามอันยิ่งใหญ่ และมีประวัติยาวนานมาตั้งแต่สมัยประวัติศาสตร์

และเหตุผลข้อที่สามก็คือ ที่นี่ยังเป็นที่ตั้งของเมืองชนบทที่สวยที่สุดของประเทศจีนอีกด้วย เนื่องจากมณฑลเจียงซี มีพื้นที่ป่าไม้ประมาณ 60% และมีแม่น้ำกว่า 2,400 สาย จึงได้ขึ้นชื่อว่าเป็นมณฑลที่มีความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติ และมีอากาศบริสุทธิ์กว่ามณฑลอื่นๆ ที่อยู่ล้อมรอบ

เมื่อเราเทียบดูพื้นที่ของมณฑลเจียงซีจะพบว่ามีพื้นที่ 166,900 ตารางกิโลเมตร ประเทศไทยมีพื้นที่ 513,120 ตารางกิโลเมตร ส่วนประเทศจีนมีพื้นที่ทั้งหมด 9,596,961 ตารางกิโลเมตร

แม้ว่ามณฑลเจียงซีจะมีขนาดพื้นที่ไม่ถึง 2% ของพื้นที่ประเทศจีน แต่ถ้าเทียบกับประเทศไทยแล้ว ก็ใหญ่ถึงประมาณ 1 ใน 3 ของประเทศไทยเลยทีเดียว การจะเที่ยวมณฑลนี้ให้ทั่วจึงไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

อย่างไรก็ดี การทำความรู้จักกับมณฑลเจียงซีในเวลาจำกัด ก็ไม่ได้เป็นเรื่องยากจนเกินไป เพราะเกือบทุกสิ่งทุกอย่าง มากระจุกตัวอยู่ในเมืองเอกที่ชื่อว่าหนานชาง

หนานชาง เป็นเมืองเอกของมณฑลเจียงซี มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 2,200 ปี และด้วยความที่ที่นี่เป็นจุดเริ่มต้นของประวัติศาสตร์การปฏิวัติจีน จึงถูกขนานนามว่าเป็นเมืองวีรบุรุษ ได้รับการยกย่องว่าเป็นเมืองศิวิไลซ์ของประเทศจีน และได้รับการขนานนามว่าเป็นเมืองสะอาดนำสมัย และในขณะเดียวกันที่นี่ก็ยังเป็นศูนย์กลางทางด้านการคมนาคม และการพัฒนาสมัยใหม่อีกด้วย

ทำเลที่ตั้งของเมืองหนานชางทำให้ได้รับอิทธิพลจากมรสุม มีภูมิอากาศแบบอบอุ่นชื้น ช่วงหน้าหนาวก็จะมีอากาศอบอุ่น แต่ช่วงหน้าร้อนก็จะมีความชื้น และมีฝนตกบ่อย

แม้ว่าหนานชางจะไม่มีทางออกทางทะเล แต่ด้วยความที่มีแม่น้ำไหลผ่านหลายสาย จึงสามารถบริหารจัดการให้ขนส่งไปสู่ทะเลได้ กลายเป็นเมืองที่มีศักยภาพที่สุดของมณฑลเจียงซี

ก้านเจียง (Gan River) เป็นหนึ่งในแม่น้ำสายหลักของมณฑล และเป็นแม่น้ำที่ไหลผ่านตัวเมืองหนานชาง บริเวณริมแม่น้ำก้านเจียง เป็นที่ตั้งของอาคารเก่าแก่ อันเป็นสัญลักษณ์ของเมือง ชื่อว่า “เถิงหวางเก๋อ”

เถิงหวางเก๋อ เป็นอาคารเก่าแก่ อายุกว่า 1,300 ปี มีความสำคัญทางด้านประวัติศาสตร์ แล้วก็วรรณกรรมของจีน ถือว่าเป็น 1 ใน 4 อาคารเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงที่สุดของประเทศจีน สร้างขึ้นครั้งแรกตั้งแต่ต้นราชวงศ์ถัง มีการบูรณะซ่อมแซมอยู่หลายครั้ง ครั้งล่าสุดเป็นครั้งที่ 29 จึงทำให้อาคารหลังนี้ยังมีความสมบูรณ์ค่อนข้างมาก ดูจากลักษณะภายนอก เราจะเห็นว่าฐานด้านล่างเป็นหิน มีบันไดขึ้นไป ด้านนอกเราจะมองเห็นหลังคา 4 ชั้น แต่ที่จริงแล้วด้านในแบ่งเป็น 9 ชั้นด้วยกัน

บริเวณด้านหน้ามีรูปหล่อสิงโตคู่ขนาดใหญ่ ทั้งเพศผู้เพศเมีย สะท้อนถึงความเชื่อตามประวัติศาสตร์จีน ก็คือ สิงโต เป็นสัญลักษณ์ของความแข็งแกร่ง ของอำนาจ ตามสถานที่สำคัญ ก็จะมีสิงโตคู่แบบนี้ คอยป้องกันสิ่งชั่วร้าย ถัดจากสิงโต ก็จะเป็นกิเลนคู่ คอยป้องกันภูตผีปีศาจเช่นกัน เมื่อมองขึ้นไปข้างบน ก็จะเห็นเต่ามังกรกับนกกระเรียน ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการมีอายุยืนยาว ถัดขึ้นไปอีกก็จะเป็นรูปปั้นช้างคู่ เป็นสัญลักษณ์ของความยิ่งใหญ่เช่นกัน

ค่าผ่านประตูคนละ 50 หยวน เราสามารถเดินขึ้นมาข้างบนเถิงหวางเก๋อได้ ข้างบนนี้เราก็จะเห็นมุมกว้างๆ ของหนานชาง เห็นโซนที่เป็นอาคารสมัยใหม่อยู่ริมน้ำ เห็นแม่น้ำสายหลัก เห็นการคมนาคมทางน้ำ แล้วก็ยังพบว่าพื้นที่ของเถิงหวางเก๋อ ยังมีพื้นที่อีกกว้างให้เราได้เดินเที่ยว มีสวนและศาลาจีนอีกหลายแห่ง ใครที่จะมาที่นี่ต้องเผื่อเวลาไว้มากหน่อย

อากาศที่เย็นสบายริมน้ำบวกกับทัศนียภาพที่งดงามของแม่น้ำก้านเจียง ทำให้กวีจีนโบราณหลายท่านที่มาที่นี่ ได้สร้างสรรค์วรรณกรรมที่ไพเราะ จนมีชื่อเสียงอยู่หลายชิ้นด้วยกัน

สำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเยือนที่นี่ในปัจจุบัน ก็สามารถรื่นรมย์กับบรรยากาศสบายๆ และวิวสวยๆ ริมแม่น้ำได้เช่นกัน

ถ้ามาถึงหนานชางแล้ว นอกจากจะต้องมาเที่ยวที่เถิงหวางเก๋อ ก็ต้องไม่พลาดแวะไปที่จัตุรัสปายี เป็นจัตุรัสขนาดใหญ่ ใจกลางเมืองหนานชาง มีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับสอง รองจากจัตุรัสเทียนอันเหมินเลยทีเดียว ตรงกลางมีอนุสาวรีย์ ที่รำลึกถึงการสถาปนากองทัพปลดแอกของประชาชนจีน รายรอบบริเวณนี้ก็มีพื้นที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ มีบริเวณที่เป็นห้างสรรพสินค้า รวมถึงมีลานกิจกรรมให้คนมาออกกำลังกาย ออกมาเดินเล่น มาใช้เวลากับครอบครัว ชื่นชมธรรมชาติ แล้วก็สูดอากาศบริสุทธิ์ของหนานชาง

ภายใต้อาคารสูงทันสมัยของตัวเมืองหนานชาง ยังมีพื้นที่มุมเล็กๆ มุมหนึ่งเรียกว่า จินถ่าอี้ (Jinta Yat) ที่นี่เป็นเขตเมืองโบราณ ภายใต้คอนเซ็ปต์ที่บอกว่า ที่นี่คือ Slow City, Quiet Lane, Ancient Town, Old Street น่าสนใจมาก

คำว่า Slow City ก็น่าจะพอจินตนาการได้ว่า น่าจะเป็นเมืองที่เวลาเดินไปช้าๆ คนใช้ชีวิตกันอย่างสบายๆ Quiet Lane ก็น่าจะเป็นตรอกซอกซอยที่คนอยู่กันอย่างเงียบสงบ Ancient Town ก็แน่นอนล่ะว่านี่เป็นหนึ่งในเมืองที่มีประวัติศาสตร์เก่าแก่เป็นพันๆ ปี Old Street ก็คือ ที่นี่มีถนนเก่าแก่ที่รายล้อมพื้นที่แห่งนี้อยู่หลายเส้นด้วยกัน

เดิมทีพื้นที่บริเวณนี้มีแค่วัดและอาคารเก่าๆ ไม่กี่หลังเท่านั้น แต่เมื่อมีนโยบายพัฒนาการท่องเที่ยว พื้นที่ของจินถ่าอี้ถูกพัฒนาให้เป็นระบบระเบียบมากขึ้น แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งเสน่ห์ของความเป็นเมืองเก่า ภายใต้บรรยากาศสบายๆ เพื่อดึงดูดให้คนมาเดินเที่ยวกัน

ที่บริเวณใจกลางของจินถ่าอี้จะมีหอสูง ซึ่งเป็น Lanmark ของหนานชาง เรียกว่าเสินจินทาวเวอร์ ด้านหน้าก็จะมีวัดชื่อว่า วัดพระพันรูป หรือ Thousand Buddha Temple ซึ่งเป็นสถานที่ที่คนมาหนานชางแล้วต้องแวะมาสักการะ ที่เรียกวัดพระพันองค์ ก็เพราะว่า มีพระองค์เล็กๆ 999 องค์ และมีองค์ใหญ่เหมือนพระประธานอีกหนึ่งองค์ รวมเป็นหนึ่งพันองค์พอดี สำหรับคนที่มาที่นี่แนะนำว่าต้องไม่พลาดการมาสักการะพระพุทธรูป เพื่อความเป็นสิริมงคล

ด้านนี้เขียนว่า The Gallery of 7 Gates of Nanchang Picture เป็นประตูที่จัดแสดงภาพขนบธรรมเนียมวัฒนธรรม แบบหนานชาง เป็นภาพสลักหิน แล้วก็มีตัวหนังสือจีนอธิบายเรื่องราวสมัยก่อน

เมื่อดูจากภาพก็เข้าใจได้ว่า ที่นี่เป็นเมืองที่มีแม่น้ำไหลผ่าน มีการคมนาคมทางน้ำ มีการค้าขาย แล้วก็สินค้าที่บรรจุกระสอบ น่าจะหมายถึงข้าว เพราะว่าที่นี่เป็นแหล่งปลูกข้าวชื่อดังของประเทศจีน มาตั้งแต่สมัยโบราณแล้ว

หากมาที่หนานชางแล้วยังไม่รู้จะเริ่มต้นที่ไหน ก็ให้มาที่วัดนี้ มาดูมุมหนึ่งซึ่งเป็นแกลเลอรี่ภาพถ่ายมุมสวยๆ ของเมืองหนานชาง เผื่อจะเกิดไอเดียว่าจุดไหนที่เราอยากจะไปดู สถานที่ไหนที่เราสามารถบริหารจัดการเวลาให้สามารถไปเที่ยวชมได้

เมื่อเดินออกจากประตูด้านหลังของวัดพระพันองค์ ก็จะมาถึงหอ “เสิงจิน” เป็นหอสูงประมาณ 51 เมตร สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยราชวงศ์ถัง อายุยาวนานกว่าพันปี ด้านนอกจะเห็นหลังคาเป็น 7 ชั้น แต่ข้างในมีถึง 8 ชั้น

สมัยที่มีการสร้างหอสูงแห่งนี้ มีตำนานเล่าว่า ช่วงที่พระขุดดินขึ้นมาเพื่อจะทำฐานราก ก็ไปพบกับแจกันซึ่งบรรจุพระบรมสารีริกธาตุอยู่ในนั้นเป็นจำนวนมาก

หอคอยแห่งนี้ถือว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งโชคลาภของคนที่เมืองหนานชาง เป็น Lucky Tower พอสร้างหอแห่งนี้ เมืองนี้ก็จะปราศจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ ไม่มีความแห้งแล้ง คนก็จะอยู่เย็นเป็นสุข ดังนั้น ใครที่มาหนานชางจึงนิยมมาสักการะที่หอแห่งนี้ด้วย เพื่อความโชคดี

นอกจากวัดพระพันองค์ และหอเสิงจินแล้วภายในพื้นที่ของจินถ่าอี้ ยังมีความสงบๆ อากาศเย็นสบาย เหมาะเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของผู้มาเยือนด้วย

ภายในพื้นที่ของจินถ่าอี้ มีถนนเส้นเล็กๆ เส้นหนึ่ง เป็นถนนคนเดิน สองข้างทางมีร้านอาหาร ช่วงประมาณสัก 2 ทุ่มเป็นต้นไป ที่นี่จะคลาคล่ำไปด้วยนักท่องเที่ยว และคนท้องถิ่น เพราะว่าของกินที่นี่อร่อย หากใครมาที่นี่ตอนกลางวัน ร้านอาหารบางร้านก็มีเปิดบริการเช่นกัน

มาหนานชางแล้วกินอะไรดี แนะนำให้กินอาหารจีนสไตล์เจียงซี อาหารจีนสไตล์เจียงซีไม่ต่างจากอาหารจีนทั่วไปไม่ว่าจะเป็นเมนูอาหารหรือว่าวัตถุดิบ แต่สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ก็คือรสชาติ เพราะอาหารสไตล์เจียงซี จะมีรสชาติจัดจ้านกว่าอาหารจีนทั่วๆ ไป แต่ก็ไม่ถึงขั้นเผ็ดแรงๆ เหมือนอาหารเสฉวน อาหารฉงชิ่ง ดังนั้นสำหรับคนไทยเชื่อว่ากินได้สบาย แล้วก็น่าจะถูกปากคนไทยด้วย

หากเดินทางออกนอกตัวเมืองหนานชางมาก็จะสัมผัสได้ถึงอากาศที่ปลอดโปร่งยิ่งขึ้น ท้องฟ้าสดใส แล้วก็พื้นที่สีเขียวอันกว้างใหญ่ โดยส่วนใหญ่ที่นี่ก็จะทำนาข้าว แต่ถ้ามาที่นี่ในช่างฤดูร้อน เราก็จะเห็นว่าบางพื้นที่มีนาบัวสวยๆ

อันที่จริงแล้ว เจ้าของนาบัวไม่ได้เปิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยว แต่ด้วยความสวยงามของดอกบัวที่อยู่บนพื้นที่กว้างใหญ่ ใครผ่านไปผ่านมา ก็อดใจไม่ไหว ขอเข้ามาดู ขอเข้ามาถ่ายรูปด้วย ซึ่งเจ้าของนาบัวเขาก็ไม่ว่า แล้วพอถ่ายรูปเสร็จ จะซื้อของของเขา เป็นพวกผลิตภัณฑ์เม็ดบัว หรือว่าจะมีค่าใช้จ่ายช่วยเหลือดูแลค่าสถานที่ให้เขา ก็แล้วแต่ความสะดวกใจของเรา

เมื่อไปเที่ยวนอกเมืองแล้ว ถ้าไม่อยากพลาดภาพสวยๆ ของเมืองหนานชางยามราตรี ก็ต้องรีบกลับมารอที่ริมแม่น้ำก้านเจียง เพราะตกเย็น บริเวณริมแม่น้ำก้านเจียง ก็จะคึกคักเป็นพิเศษ เนื่องจากอากาศเริ่มเย็นสบาย ผู้คนออกมาเดินเล่น มาออกกำลังกาย มาหาของกินเล่น มานั่งคุยกัน บริเวณนี้เรียกว่า จัตุรัสชิวสู่ย เป็นพื้นที่ซึ่งคนนิยมมารวมตัวกัน

พอตกค่ำปุ๊บ บรรดาตึกสูงระฟ้าที่อยู่บริเวณริมน้ำ ก็จะเริ่มเปิดไฟ มีแสงสวยงาม บริเวณข้างๆ ก็จะมีร้านอาหารให้คนเดินกินเล่น บริเวณรอบๆ ก็จะมีกิจกรรม มีเครื่องเล่นสำหรับคนทุกเพศทุกวัย อีกทั้งยังเต็มไปด้วยร้านอาหาร มีทั้งของกินเล่น แบบเล่นๆ และของกินเล่นแบบจริงจัง

ถ้าอยากเห็นภาพหนานชางยามราตรีในมุมที่สวยที่สุด ต้องขึ้นไปมองมาจากบนสะพานปายี

สะพานปายี เป็นสะพานแขวนแรกของมณฑลเจียงซี ที่สร้างข้ามแม่น้ำก้านเจียง เชื่อมต่อระหว่างเมืองเก่าและเมืองใหม่ ดังนั้น ถ้าขึ้นมามองจากบนสะพาน จะเห็นภาพความแตกต่างของสิ่งปลูกสร้างริมน้ำแต่ละฝั่ง แต่พอถึงช่วงที่แต่ละอาคารเปิดระบบแสงสีเชื่อมต่อกัน เรากลับเห็นภาพความกลมกลืนที่งดงามของสองฝั่งแม่น้ำ เป็นการนำภาพแสงไฟ มาร้อยกันด้วยดนตรี

และนี่คงเป็นเหตุผลที่เราไม่ควรพลาดโอกาสที่จะได้เห็นภาพแบบนี้

ติดตามเรื่องราวทั้งหมดนี้ได้ ในรายการโลก 360 องศา เช้าวันอาทิตย์นี้ เวลา 08.00 น. ทางไทยรัฐทีวี

ข่าวอื่นๆ