Japan Origin 5
หากท่านผู้อ่านมีโอกาสไปเยือนประเทศญี่ปุ่นมาแล้ว เชื่อเหลือเกินว่าในตารางการเดินทางของท่านจะต้องมีไปวัดหรือศาลเจ้าอย่างแน่นอน
หากท่านผู้อ่านมีโอกาสไปเยือนประเทศญี่ปุ่นมาแล้ว เชื่อเหลือเกินว่าในตารางการเดินทางของท่านจะต้องมีไปวัดหรือศาลเจ้าอย่างแน่นอน ซึ่งหลายท่านก็ปฏิบัติตามธรรมเนียมได้ดี ทั้งล้างมือ บ้วนปาก โยนเหรียญขอพรตบมือ ตามคำแนะนำที่รับทราบกันมา แต่จะมีกี่ท่านที่ทราบว่า อันที่จริงแล้วเทพแต่ละองค์ให้เทพคุณที่แตกต่างกันไป หากอยากจะขอพรในเรื่องใดก็ควรไปให้ถูกที่ถูกองค์ ดังนั้นในวันนี้จะขอแนะนำให้รู้จักกับเทพมหานิยมของคนญี่ปุ่นกันก่อน และไม่ใช่เทพองค์เดียว แต่มากันเป็นทีมที่คนญี่ปุ่นเรียกหา
กันว่า Shichi Fukujin หรือ เจ็ดเทพแห่งความสุข อันประกอบไปด้วย 6 เทพ และ 1 เทพี เทพทั้งเจ็ดนั้นเกิดขึ้นจากแนวคิดเดียวกับคณะเทพโป๊ยเซียนของจีน ส่วนที่มาของเหล่าเทพนั้นก็มาจากความเชื่อของประเทศจีน อินเดีย และเทพพื้นเมืองของญี่ปุ่น
จากการสืบค้นข้อมูลนั้นผู้ที่คิดรวมคณะเทพทั้งเจ็ดองค์นี้ คือ พระภิกษุชาวญี่ปุ่นชื่อว่า เท็งเคอิ Tenkei แห่งวัดคิตะอิน เมืองคาวะโกเอะ ซึ่งมีชีวิตอยู่ในช่วงรอยต่อของสมัย Azuchi Momoyama และ Edo หลวงพ่อเท็งเคอิมีบทบาทสำคัญในกองกำลังของโชกุนโตกุกาวา อิเอยาสุ โดยทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานระหว่าง โชกุนในเอโดะ และราชสำนักในเกียวโต ซึ่งครั้งหนึ่งหลวงพ่อเท็งเคอิได้แสดงปรัชญาแก่โชกุนไว้ว่า หลักแห่งความผาสุกของมนุษย์โดยทั่วไปนั้นมีเจ็ดประการ คือ ความมีอายุยืน ความมีโชคดี ความนิยม ความไม่มีอคติ ความเอื้อเฟื้อ ความมีเกียรติ และความไม่พยาบาท หากผู้ใดมีคุณสมบัติทั้งเจ็ดประการ ก็ย่อมพบกับความสุขได้อย่างแท้จริง ปรากฏว่าโชกุนเลื่อมใสในคำสอนของหลวงพ่อเป็นอย่างมาก จึงให้หลวงพ่อคัดเลือกเทพเจ้าที่คนญี่ปุ่นนับถือมา 7 องค์จากทั่วทั้งประเทศญี่ปุ่น เพื่อเป็นตัวแทนของคุณงามความดีทั้งเจ็ด ประกอบด้วย
เทพีเบนไซเท็น Benzaiten หรือที่เรียกย่อๆ ว่า เบนเท็น เป็นเทพีองค์เดียวในหมู่เทพแห่งโชคลาภทั้งเจ็ด มีรูปลักษณ์เป็นสตรีถือบิวะ (พิณของญี่ปุ่น) มีหน้าที่รักษาพระไตรปิฎก รวมทั้งปกป้องผู้ที่ครอบครองพระไตรปิฎก แต่ในเวลาต่อมาได้เปลี่ยนแปลงความเชื่อเกี่ยวกับเบนเท็น ให้เป็นเทพแห่งน้ำและผืนดิน ที่มาของเทพองค์นี้คือพระแม่สรัสวดีของฮินดู เข้ามายังประเทศญี่ปุ่นโดยผ่านพุทธศาสนานิกายมหายานในช่วงหลังพุทธศตวรรษที่ 13 นอกจากนี้ยังเป็นที่นับถือเหล่าผู้ใช้ศิลปะการแสดง จึงกลายเป็นเทพคุ้มครองเหล่าเกอิชาอีกด้วย และในภายหลังท่านจึงได้รับการนับถือในฐานะเทพแห่งความอุดมสมบูรณ์และโชคลาภ
เทพไดโคคุ Daikoku มีรูปลักษณ์เป็นชายอ้วนลงพุงใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสสวมหมวกมือถือค้อนตะลุมพุก และอีกข้างหนึ่งจะแบกถุงใส่สมบัติใบใหญ่ ว่ากันว่าหากสั่นตะลุมพุกเมื่อไหร่เงินทองจะไหลมาเทมา ที่มาของเทพองค์นี้มีที่มาจาก
พระโพธิสัตว์ในศาสนาพุทธมหายาน คือ พระมหากาล ซึ่งท่านเป็นเทพเจ้าแห่งความมั่งคั่งและร่ำรวย
เทพเอบิสุ Ebisu มีรูปลักษณ์เป็นชายสวมหมวกทรงแหลม มือข้างหนึ่งถือคันเบ็ดและอีกข้างมาพร้อมกับปลาไทตัวยักษ์ ที่มาของเทพองค์นี้ไม่แน่ชัด บางตำนานเล่าว่าเป็นลูกชายของเทพไดโคคุ และในบรรดาเทพเจ้าทั้งเจ็ด เทพเอบิสุเป็นเทพดั้งเดิมของญี่ปุ่นเพียงองค์เดียว และเป็นที่นิยมบูชากันมากในแถบโอซากา และแหล่งอุตสาหกรรมการประมง ท่านจึงได้รับการเรียกขานเป็นเทพเจ้าแห่งการประมงและการค้าขาย
เทพฟุคุโรคุจู Fukurokuju มีรูปลักษณ์เป็นชายแก่หนวดยาว หน้าผากสูง และใส่ชุดจีนยาวมักมีสัตว์มงคลข้างกาย เช่น นกกระเรียน กวาง หรือเต่า ซึ่งสัตว์เหล่านี้ทางความเชื่อของจีนล้วนแต่เป็นตัวแทนของความมีอายุยืนทั้งสิ้น ดังนั้นเทพองค์เปรียบได้กับเทพ ซิ่ว ในกลุ่มเทพ ฮก ลก ซิ่ว ของจีน ซึ่งการเกิดของเทพฟุคุโรคุจูนั้น เกิดจากการรวมกันของพร 3 ประการ คือ
Fuku ความสุข Roku ทรัพย์สมบัติ และ Ju อายุยืน ท่านจึงได้รับการนับถือในฐานะเทพผู้ประทานพรให้มีอายุยืนยาว นอกจากนี้ท่านยังสามารถบันดาลให้มีลูกเต็มบ้านหลานเต็มเมืองและข้าวปลาอุดมสมบูรณ์ด้วย
เทพแห่งปัญญา จุโรจิน Jurojin ท่านเป็นลูกชายของเทพฟุคุโรคุจู มีรูปลักษณ์เป็นชายร่างเล็กเตี้ย ศีรษะใหญ่ ถือไม้เท้ายาวที่มีสมุดเล่มเล็กๆ เอาไว้คอยจดอายุขัยของบรรดาสรรพสัตว์ในโลกนี้ห้อยไว้ มีกวางอยู่ข้างกาย นอกจากนี้ยังโปรดเหล้าสาเก และดื่มเท่าไหร่ก็ไม่รู้จักเมา จึงเป็นที่นับถือของคนที่มีอาชีพต้มเหล้า ผลิตเหล้า เวลาไหว้ท่านก็ต้องมีเหล้าสาเก เชื่อว่ารับอิทธิพลจากเทพอายุยืนยาวที่รับมาจากจีน
เทพบิชามอน Bishamon มีรูปลักษณ์เป็นชายใส่ชุดเกราะนักรบ ใบหน้าดุดันเคร่งขรึม ถืออาวุธในมือข้างหนึ่ง และถือเจดีย์อีกข้างหนึ่ง เป็นเทพที่รับมาจากอินเดีย (บางครั้งก็เรียกว่าบิชามอนเทน) เป็นเทพนักรบและผู้ลงทัณฑ์ความชั่วร้าย
นอกจากนี้ ท่านยังเป็นเทพแห่งทรัพย์สมบัติ ว่ากันว่าท่านเป็นเทพที่สามารถประทานโชคลาภ 10 ประการ รวมทั้งทรัพย์สินเงินทอง ท่านจึงเป็นเทพแห่งสงคราม ที่พิทักษ์ความดีและบันดาลความสงบสุขด้วย
เทพโฮเตอิ Hotei มีรูปลักษณ์เป็นชายรูปร่างอ้วน แก้มยุ้ย ใบหน้ายิ้มแป้นตลอดเวลา ในมือถือพัด สะพายย่ามใบใหญ่ เล่ากันว่าย่ามใบนี้ใส่ของได้ไม่มีวันเต็ม ที่มาของเทพองค์นี้คือพระศรีอริยเมตไตรยของจีน มักตั้งบูชาเอาไว้ที่บริเวณทางเข้าร้านค้าเชื่อว่าช่วยให้ทำมาค้าขายดี เป็นเทพแห่งความสุขและความรู้จักพอ
เมื่อหลวงพ่อเลือกเสร็จจึงให้จิตรกรนามว่า คาโนะ ผู้มีชื่อเสียงที่สุดในยุคนั้นวาดภาพเทพเจ้าทั้งเจ็ดรวมเป็นคณะเดียวกัน ซึ่งท่านโชกุนชื่นชอบมาก จึงให้เผยแพร่ไปทั่วญี่ปุ่นและบูชามาถึงปัจจุบัน เพราะความเชื่อนี้จึงมีการสร้างศาลเจ้าสำหรับเทพคณะนี้ขึ้นโดยเฉพาะ ในเทศกาลมงคลหรือวันขึ้นปีใหม่
คนญี่ปุ่นนิยมให้มอบของขวัญที่เกี่ยวกับเทพแห่งความสุของค์ใดองค์หนึ่งหรือทั้งเจ็ดองค์ให้แก่กัน และหนึ่งในของขวัญที่นิยมคือภาพเทพเจ้าทั้งเจ็ดประทับในเรือ เรียกว่า Takarafune หรือ เรือมหาสมบัติ โดยมีเรื่องเล่าว่าเทพทั้งเจ็ดนำเรือมหาสมบัติมาสู่โลกมนุษย์ทุกวันขึ้นปีใหม่ ดังนั้นจึงมีธรรมเนียมว่า ในคืนวันที่สองของปีใหม่ ใครนำรูปเรือมหาสมบัติไว้ใต้หมอนแล้วหนุนนอน จะพบกับความโชคดีตลอดทั้งปี และในช่วงสัปดาห์แรกของปีใหม่จะมีการแสวงบุญวิหารเทพแห่งความสุขทั้งเจ็ด Shichi Fukujin Meguri โดยจะเดินทางออกไปไหว้บูชาขอพรเหล่าเทพและสะสมตราประทับ Shuin จากแต่ละศาลเจ้าในสมุดที่มีชื่อเรียกว่า Shuincho ซึ่งเป็นอีกธรรมเนียมที่นิยมทำกันอย่างแพร่หลาย


