‘ตะกั่วป่า’ อย่ามองข้ามความคูล

  • วันที่ 09 ธ.ค. 2560 เวลา 13:49 น.

‘ตะกั่วป่า’ อย่ามองข้ามความคูล

โดย/ภาพ : กาญจน์ อายุ

 ภาพ "ตะกั่วป่า" ของการเป็นเมืองแห่งฝรั่งสูงวัยถูกทำให้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวของคนรุ่นใหม่ด้วยกิจกรรมแอดเวนเจอร์สุดคูล ทั้งเล่นเซิร์ฟโต้คลื่นบนหาดลึกลับ ล่องเรือชมความลับในป่าดึกดำบรรพ์ และเดินย้อนวันวานที่ย่านเมืองเก่า

 ทั้งหมดเพื่อตอกย้ำว่าตะกั่วป่าไม่ได้มีดีแค่ทะเล

01 งูปล้องทองหลับบนต้นไม้

โต้คลื่นหาดปะการัง

 ใครจะไปรู้ว่าผ้าขี้ริ้วห่อทองจะใช้ได้กับ "หาดปะการัง" ชายหาดสุดลึกลับที่ไม่มีแม้ป้ายบอกทาง แต่กลับเป็นที่โด่งดังในหมู่นักเล่นเซิร์ฟ หนทางต้องขับรถผ่านถนนลูกรัง ขรุขระ รกชัฏ จนไม่สามารถจินตนาการถึงความสวยงามที่หลายคนการันตี

 ใช้เวลาประมาณ 40 นาที ผ่านป่าก่อนถึงทิวสนแล้วค่อยทะลุออกไปเจอทะเล ภาพที่รอคอยจะรออยู่เบื้องหน้าพร้อมร้านอาหาร บาร์ และนักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นฝรั่งผมทอง

 ที่นี่เหมาะแก่การเล่นกระดานโต้คลื่น ทั้งสำหรับมือใหม่และมือโปร ซึ่งคนในวงการโต้คลื่นยกให้เป็นหาดที่เหมาะแก่การเล่นเซิร์ฟมากที่สุดในพังงา เพราะมีคลื่นไม่ใหญ่และแรงจนเกินไป และยังถูกแนะนำโดย ควิกซิลเวอร์ (Quiksilver) ให้เหล่าวัยรุ่นลองมาสัมผัสคลื่นและความสวยงามของหาดปะการัง

 รวมทั้งแนะนำให้ลองเรียนเซิร์ฟแบบตัวต่อตัวกับครูสอนที่ร้าน เมโมรี่ส์ บีช บาร์ (memoriesbar-khaolak.com) ร้านอาหารชิลริมชายหาด ที่เจ้าของมีแพสชั่นเรื่องกีฬาเซิร์ฟจึงตามมาด้วยการเปิดเซิร์ฟช็อป สนนราคาเรียนอยู่ที่ชั่วโมงละ 1,000 บาท

 เริ่มจากการเรียนภาคทฤษฎีกึ่งปฏิบัติบนชายหาด คือเรียนรู้การใช้กระดานโต้คลื่น และวิธียืนบนบอร์ดเมื่ออยู่เหนือคลื่น ใช้เวลาจนกว่าลูกศิษย์จะเข้าใจและจำได้ จากนั้นก็ถึงเวลาลงทะเลโดยยังมีครูประกบอยู่ข้างๆ ให้คำแนะนำจนกว่าจะขึ้นบอร์ดและยืนพลิ้วไหวบนยอดคลื่น

 ไม่แปลกใจแล้วว่า ทำไมคนถึงต้องลำบากนั่งรถกระแทกบั้นท้ายมาตั้งไกลถึงหาดปะการัง ก็เพราะความงามที่ไม่เหมือนใคร ความเงียบ คนน้อย หาดยาว ทรายละเอียด และลูกคลื่นที่ขยันซัดเข้าฝั่งอย่างไม่ลดละ เชื่อว่าคนที่เคยมาก็ต้องอยากกลับมาอีกในครั้งต่อไป

 โดยใจหนึ่งก็อยากบอกต่อชักชวน อีกใจก็อยากเก็บหาดปะการังนี้ไว้คนเดียว

02 งูปล้องทองหลับบนต้นไม้

คลองสังเน่ห์ เสน่ห์อเมซอน

 ได้ยินมานานกับคำว่า ลิตเติ้ลอเมซอน สมญานามของ "คลองสังเน่ห์" ที่เปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยว ชูไฮไลต์ป่าแปลกและชมงู โดยมีเรือคายักของกลุ่มท่องเที่ยวชุมชนคลองสังเน่ห์ ซึ่งเป็นชาวบ้านละแวกนั้นมารอให้บริการ

 เรือลำหนึ่งรับนักท่องเที่ยวได้สองคนพร้อมคนพายอีกหนึ่งคนที่ท้ายเรือ เหตุที่ชาวบ้านต้องยอมเหนื่อยแทนที่จะใช้เรือยนต์แสนสบาย ก็เพราะไม่อยากรบกวนธรรมชาติทั้งบรรยากาศและสัตว์เจ้าถิ่น

 เสน่ห์ของคลองสังเน่ห์จะค่อยๆ เผยออกมาตามความลึกที่เข้าไป จากป่าโปร่งมีแสงแดดลอดผ่านก็กลายเป็นป่าครึ้ม จากต้นไม้ลำต้นเล็กก็กลายเป็นต้นไทรมหึมาพร้อมแผ่กิ่งก้านสาขาเป็นอุโมงค์ บรรยากาศของป่า ความเขียวเข้มของใบ และความสงัดของธรรมชาติ

 ไม่รู้หรอกว่าที่นี่เหมือนหรือต่างจากอเมซอนแค่ไหน แต่มันคล้ายกับสารคดีป่าอเมซอนที่เคยดู และให้ความรู้สึกเหมือนกับว่าจะมีอนาคอนด้าโผล่ออกมาตลอดเวลา

 แม้งูยักษ์ในจินตนาการจะไม่มีจริง แต่คลองสังเน่ห์มีงูตามธรรมชาติให้เห็นจริง พี่ฝีพายจะเป็นผู้สอดส่องหาที่นอนของเจ้างู โดยพวกเขาจะขดตัวอยู่บนกิ่งไม้เหนือผืนน้ำเพื่อหลบหลีกจากศัตรู แต่หลบไม่พ้นสายตาของมนุษย์ที่ล่องมาอย่างเงียบเชียบ

 ที่เห็นได้บ่อยคือ งูปล้องทอง เขาจะนอนช่วงกลางวันและออกหากินตอนกลางคืน การเฝ้ามองพวกเขาจึงต้องให้ความเคารพในฐานะผู้มาเยือนที่มีต่อเจ้าของบ้าน

 เส้นทางล่องคายักยาวประมาณ 2 กิโลเมตร ใช้เวลาไป-กลับประมาณ 2 ชั่วโมงในการเที่ยว ซึ่งคลองสังเน่ห์จะไหลไปเชื่อมกับแม่น้ำตะกั่วป่าและไหลออกสู่ทะเล ลักษณะของน้ำบริเวณนี้จึงเป็นน้ำกร่อย รวมถึงระดับน้ำในคลองจะเพิ่มและลดตามระดับน้ำทะเล แต่ระดับน้ำก็ไม่เป็นปัญหากับการพายคายักจึงสามารถล่องได้ตลอดวัน แค่คนละบรรยากาศเท่านั้นเอง

 สมญานาม "ลิตเติ้ลอเมซอน" ทำให้เห็นภาพของป่าดงดิบที่ยังดิบ ซึ่งคลองสังเน่ห์เป็นแบบนั้นแม้ว่าจะมีการท่องเที่ยวเป็นส่วนหนึ่งก็ตาม แต่ก็เป็นเพียงคำเปรียบที่ทำให้เห็นภาพ เพราะเสน่ห์ที่แท้จริงของคลองสังเน่ห์ย่อมมีเอกลักษณ์ที่ไม่สามารถเทียบกับที่ไหนได้เลย

03 ความใหญ่และเก่าแก่ของต้นไม้ในคลองสังเน่ห์

กลับมาเถอะวันวาน ตะกั่วป่า

 วันวานของตะกั่วป่ามีไทม์แมชีนให้บริการที่เมืองเก่า "ตะกั่วป่า" อดีตเมืองท่าจอดเรือ ศูนย์กลางการค้าขาย และเป็นเส้นทางลัดขนส่งสินค้าข้ามคาบสมุทรมลายูจากฝั่งทะเลอันดามันไปยังอ่าวไทย

 รวมถึงมีบ้านเรือนสถาปัตยกรรมสไตล์ชิโนโปรตุกีส ที่ยังรักษาไว้เช่นเดียวกับถนนถลาง จ.ภูเก็ต อันเป็นหลักฐานของวัฒนธรรมผสมผสานระหว่างไทย จีน และแขก

 อีกหลักฐานที่ทำให้เห็นความรุ่งเรืองในยุคเหมืองแร่ คือ สะพานเหล็กโคกขนุน ความยาวประมาณ 200 เมตร สร้างขึ้นจากเหล็กของเรือขุดแร่ที่ใช้การไม่ได้แล้ว เพื่อใช้เป็นเส้นทางสัญจรให้ชาวบ้านละแวกนั้น โดยข้ามจากถนนเส้นหลักผ่านแม่น้ำตะกั่วป่าเข้าไปยังโรงขุดแร่ ซึ่งยังมีโรงขุดแร่ทิ้งร้างไว้ให้เห็น วันดีคืนดีอาจโชคดีเจอฝูงควายเล็มหญ้าและฝูงนกบินโฉบปลาเป็นซาฟารีให้ชมฟรีระหว่างทาง

 นอกจากนั้น บนถนนศรีตะกั่วป่าซึ่งเป็นถนนสายหลักของเมืองยังมีสตรีทอาร์ตบนกำแพงบ้าน เป็นการเพิ่มสีสันและชีวิตชีวาให้บ้านเรือน โดยภาพแรกเป็นภาพช่างตัดผม จากนั้นก็มีภาพอื่นๆ ตามมาเล่าเรื่องเกี่ยวกับวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ และเอกลักษณ์ของเมืองตะกั่วป่ามากกว่าสิบภาพให้เดินถ่ายภาพ

04 ล่องคายักชมธรรมชาติ

 แม้วันนี้ตะกั่วป่าจะไม่รุ่งเรืองเหมือนในอดีต แต่ความเรียบง่ายและความเนิบช้ากลับเป็นสิ่งที่ทำให้ชีวิตมีความสุข และแม้ว่าวันนี้ยุคเหมืองแร่จะยุติ แต่ตะกั่วป่าจะถูกจดจำในฐานะเมืองเก่าอันทรงเสน่ห์

 เมืองตะกั่วป่าที่หลายคนมองข้าม ทำให้ต้องพลาดความคูลของเมืองเล็กที่มีเสน่ห์มาก ทั้งชายหาดลึกลับของนักเล่นเซิร์ฟ ทั้งธรรมชาติของผืนป่า ทั้งวิถีและอดีตของชาวบ้าน ล้วนเป็นองค์ประกอบสมบูรณ์แบบที่เมืองเมืองหนึ่งจะให้ได้ และเพียงพอแล้วกับคำว่าความสุขของคน

.........ล้อมกรอบ.........

 การเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปยังตะกั่วป่าที่สะดวกสุดคือ นั่งเครื่องบินลงภูเก็ตและนั่งรถต่อผ่านเขาหลักเข้าตะกั่วป่า โดยสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส มีให้บริการจากสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิสู่ภูเก็ตทุกวัน ดูรายละเอียดที่เว็บไซต์ www.bangkokair.com

..........ใต้ภาพ.........

00(รูปเปิด) เสน่ห์คลองสังเน่ห์

01-02 งูปล้องทองหลับบนต้นไม้

03 ความใหญ่และเก่าแก่ของต้นไม้ในคลองสังเน่ห์

04 ล่องคายักชมธรรมชาติ

05 ความงดงามของรากไทร

06 ความยิ่งใหญ่ของต้นไม้

07 นักท่องเที่ยวเล่นเซิร์ฟที่หาดปะการัง

08 เรียนเซิร์ฟบนทรายก่อนลงทะเล

09 ชายหาดกว้างและยาวของหาดปะการัง

10 ควายฝูงใหญ่เล็มหญ้าใกล้สะพานเหล็กโคกขนุน

11 ชาวบ้านใช้สะพานเหล็กในการสัญจร

12 เหล็กจากเรือขุดแร่นำมาต่อสะพาน

13 สะพานเหล็กโคกขนุนเชื่อมชุมชนกับถนนใหญ่

14 ทางเดินหน้าบ้านเอกลักษณ์ของอาคารชิโนโปรตุกีส

15 ร้านกาแฟเก่าแก่ในเมืองเก่าตะกั่วป่า

16 ห้องน้ำลอยฟ้าสไตล์บ้านเก่า

ข่าวอื่นๆ