ชมศิลป์ผสานไทย จีน ทิเบต ที่วัดโพธิ์แมน

  • วันที่ 02 ธ.ค. 2560 เวลา 15:34 น.

ชมศิลป์ผสานไทย จีน ทิเบต ที่วัดโพธิ์แมน

โดย...แมงโก้หวาน

เมื่อพูดถึงวัดจีนในกรุงเทพฯ วัดเล่งเน่ยยี่ หรือ วัดมังกรกมลาวาส อยู่ที่ย่านเยาวราช น่าจะเป็นวัดที่คนกรุงรู้จักดีและไปบ่อยที่สุดกว่าวัดจีนอื่นๆ

มีทั้งไปไหว้พระ ไหว้เทพ ทำบุญสะเดาะเคราะห์ แก้ปีชง ในช่วงปีใหม่ตรุษจีนคนเนืองแน่น

ทว่ามีอีกวัดที่ชื่อเสียงอาจยังไม่ดังเท่าวัดเล่งเน่ยยี่ แต่ถ้าพูดถึงความสวยงามไม่เป็นรองแต่อย่างใด ทั้งเป็นวัดที่สะอาด มีความสงบเงียบ เหมาะแก่การพาครอบครัวไปทำบุญไหว้พระไหว้เทพตามคติของจีนเพื่อความสุขกายสบายใจ

รวมถึงถ้าอยากนั่งสมาธิในโบสถ์ที่ค่อนข้างเงียบสงบดี นั่นก็คือ วัดโพธิ์แมนคุณาราม หรือมีชื่อจีนว่า "โพวมึ้งป่ออึงยี่"

ช่วงนี้วัดโพธิ์แมนคุณาราม หรือเรียกสั้นๆ ว่า วัดโพธิ์แมน อาจจะยังไม่คึกคักด้วยผู้คนเท่าไร แต่ถ้าเป็นช่วงตรุษจีนปีใหม่ผู้คนมาไม่ขาดสาย ส่วนใหญ่เป็นคนไทยเชื้อสายจีนนิยมพาครอบครัวมาไหว้พระทำบุญกัน

ใครยังไม่เคยไปอยากให้ไปชม ค่อยๆ เดินชม จะประจักษ์ว่าสถาปัตยกรรมภายในวัดนี้ไม่ธรรมดา เนื่องจากเป็นการผสมผสานระหว่างศิลปะแบบจีน ไทย และทิเบต เอาไว้ด้วยกันอย่างลงตัว สวยงามจริง โดยผู้ที่ออกแบบคือ พระมหาคณาจารย์จีนธรรมสมาธิวัตร (โพธิ์แจ้งมหาเถระ) เจ้าอาวาสรูปแรกและเป็นผู้นำสร้างในปี 2502

พอเข้ามาในวัดผ่านซุ้มประตูเข้าไปก็จะเห็น “วิหารหน้า” ศิลปะแบบวัดจีน ด้านหน้าวิหารมีจารึกอักขระภาษาทิเบต ภายในเป็นที่ประดิษฐานพระศรีอารยเมตไตรย์โพธิสัตว์ มีพระเวทโพธิสัตว์อยู่ด้านหลัง และมีท้าวจตุโลกบาลอยู่ประจำ 4 มุมของวิหารด้วย ท้าวจตุโลกบาลนี้ตามคติของจีนถือเป็นมหาเทพผู้รักษาโลกและพระพุทธศาสนา

ท้าวจตุโลกบาล ได้แก่ ท้าวธตรฐ หรือในภาษาจีนเรียก “ถี่กกเทียงอ้วง” ทรงเครื่องทรงแบบขุนพลจีนโบราณ รูปกายสีแดง มือถือพิณ ท้าววิรุฬหก (เจงเชียงเทียงอ้วง) รูปกายสีขาว ถือร่ม วิรุฬปักข์ (ก่วงมักเทียงอ้วง) รูปกายสีดำ ถือกระบี่และงู และท้าวเวสสุวัณ (ตอบุ๋งเทียงอ้วง) มีรูปกายสีเขียว ถือเจดีย์ไว้ในมือข้างหนึ่ง

ใครจะทำบุญสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็ทำในวิหารนี่แหละ

พอผ่านวิหารไปเป็นอุโบสถก็เป็นศิลปะแบบจีน แหงนหน้าขึ้นมองข้างบน จะปรากฏปรมาภิไธยย่อ "ภปร" ที่ประดิษฐานอยู่ที่หน้าบันของอุโบสถ เป็นตราที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 พระราชทานไว้เมื่อครั้งที่เสด็จพระราชดำเนินมาทรงประกอบพิธียกฉัตรเจดีย์อุโบสถ

ที่ว่าผสมผสานศิลปะแบบไทยจีนน่าจะตรงหลังคาโบสถ์สามชั้นลดหลั่นกันลงมา บนหลังคาชั้นบนสุดมีเจดีย์ยอดฉัตรที่ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ ด้านล่างลงมามีตราธรรมจักร และมีกวางยืนอยู่ตามจุดต่างๆ บนหลังคา ตรงนี้แหละน่าจะเป็นการผสมผสานระหว่างศิลปะแบบไทยจีน เนื่องจากมักไม่ค่อยเห็นตราธรรมจักรและกวางในสถาปัตยกรรมแบบจีน

ด้านในอุโบสถงดงามไม่แพ้ด้านนอก เป็นที่ประดิษฐานพระประธาน “พระพุทธวัชรโพธิคุณ” ชื่อนี้ได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 องค์สีทองอร่าม ด้านข้างเป็นเสาสีแดงสดมีมังกรสีทองพันตัวรอบเสาดูน่าเกรงขาม เมื่อมองไปด้านบนจะเห็นหมู่พระพุทธรูป 1,000 องค์ ประดิษฐานอยู่

ขณะที่ผนังด้านข้างอุโบสถทั้งสองด้านประดับด้วยรูปพระอรหันต์ 500 รูป ที่หากมองไกลๆ อาจเหมือนรูปวาดธรรมดา แต่เข้าไปดูใกล้ๆ ก็จะรู้ว่าแท้จริงแล้วเป็นภาพโมเสกขนาดใหญ่สีสันสดใสสวยงาม

ขณะที่ใบเสมาจะคล้ายๆ กับวัดไทยที่มุมอุโบสถทั้ง 4 มุมมีใบเสมาหินอ่อนอยู่ 2 ใบ ใบหนึ่งเป็นแกะสลักเป็นเครื่องหมายรูปวัชรทิเบต และอีกใบหนึ่งแกะสลักเป็นรูปท้าวจตุโลกบาลทั้ง 4 เป็นการผสมผสานระหว่างจีน-ไทย-ทิเบต ที่เห็นได้ชัดเจน

ใครยังไม่เคยไปแนะนำให้ไปชมและไหว้พระทำบุญเพื่อเป็นสิริมงคล โดยเฉพาะในช่วงตรุษจีนไม่ควรพลาด วัดตั้งอยู่ในซอยสาธุประดิษฐ์ 19 เขตยานนาวา หรือเข้ามาซอยนราธิวาสราชนครินทร์ 24 ก็ได้ เปิดให้ชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 07.00-18.00 น. สอบถาม โทร. 02-211-7885, 02-211-2363

ถ้านั่งรถไฟฟ้าบีทีเอสก็ให้มาลงที่สถานีช่องนนทรี แล้วต่อบีอาร์ทีไปลงที่สถานีถนนจันทน์ แล้วเดินตรงไปซอยนราธิวาสราชนครินทร์ 24 ประมาณ 200 เมตร ก็จะถึงวัดซึ่งจะอยู่ฝั่งซ้ายมือ

ข่าวอื่นๆ