ฟิลิปปินส์ เมื่อมองหา ก็มองเห็น

  • วันที่ 09 ก.ย. 2560 เวลา 12:51 น.

ฟิลิปปินส์ เมื่อมองหา ก็มองเห็น

โดย โลก 360 องศา

เสน่ห์และสีสันในการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศฟิลิปปินส์ ที่ประกอบไปด้วยเกาะน้อยใหญ่จำนวน 7,641 เกาะ ซึ่งทอดตัวตามแนวเหนือ-ใต้ ตั้งอยู่ในแถบวงแหวนไฟ และเคยมีการเคลื่อนตัวของแผ่นดิน คือ มีภูมิประเทศที่หลากหลายและแปลกตา เช่น แนวเขาหินปูน ทะเลสาบบนยอดเขา หุบเขาบนเกาะกลางทะเล ถ้ำใต้ดิน ป่าเขตร้อน และทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ จึงทำให้มีที่เที่ยวมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเกาะลูซอน เกาะใหญ่ที่สุดทางตอนเหนือ เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ การเมืองของประเทศ และเป็นเกาะที่มีพื้นที่ราบมากที่สุด หรือพาลาวัน เกาะสวรรค์ของคนรักทะเลก็น่าสนใจไม่น้อย เซบู เกาะที่มีประวัติศาสตร์เก่าแก่ และมีหาดทรายขึ้นชื่อสวยงามก็อยากไปเยือน แต่ถ้าออกนอกมะนิลาไปสักชั่วโมงครึ่งก็จะไปเจอภูเขาไฟ ตาอัล (Taal) ขึ้นเหนือไปทางเกาะ Luzon ก็จะมีบรรยากาศ ทุ่งหญ้า เหมือนกับว่าเรายืนอยู่ในยุโรปในช่วงหน้าหนาว ส่วนทางตอนใต้ก็จะเป็นอีกอารมณ์เหมือนเราไปอยู่บาหลี  เยอะแยะไปหมดจนเลือกไม่ถูกว่าจะไปเที่ยวไหนดี แต่ครั้นจะเดินทางไปทั่วทั้งประเทศ ก็คงจะเป็นเรื่องยาก และใช้เวลานานเกินไป แล้วเราควรไปที่ไหนกันดีล่ะ?

หากคำนิยามของการเดินทางท่องเที่ยวที่ดี คือ ต้องเดินทางไม่ไกลจนเกินไป ค่าใช้จ่ายไม่สูงมาก​และที่สำคัญ คือ ต้องมีภูมิประเทศที่หลากหลายมารวมกันไว้ในเกาะเดียว เกาะโบโฮล (Bohol) คือ คำตอบที่ลงตัวสำหรับพวกเราทีมงานโลก 360 องศา ที่คิดว่าน่าจะเป็นจุดคุ้มที่สุด เพราะใช้เวลาเดินทางโดยเครื่องบินจากมะนิลาเพียงชั่วโมงครึ่ง ค่าที่พักก็ไม่แพงจนเกินไป การเดินทางไปในแต่ละจุดบนเกาะ ก็มีรถเช่าไว้คอยบริการอย่างสะดวกสบาย โบโฮล เป็นเกาะไม่ใหญ่มากตั้งอยู่ในพื้นที่ “วิสาย๊าส”(Visayas) ทางตอนกลางของประเทศ มีพื้นที่ประมาณ 4,800 ตารางกิโลเมตร และมีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 1 ล้าน 3 แสนคนเท่านั้น เริ่มเป็นที่รู้จักจากนักท่องเที่ยว ในฐานะที่ตั้งของช็อกโกแลตฮิลล์ (Chocolate hills) กลุ่มภูเขาทรงกรวยคว่ำ สีน้ำตาล เหมือนกับว่าภูเขาทั้งลูกถูกราดด้วยช็อกโกแลต และเมื่อมาถึงเกาะนี้ยังมีอะไรที่น่าสนใจกว่านั้นอีกมาก

โบฮอล มีเมืองหลวงชื่อน่ารักว่า ตั๊กบิลารัน แม้จะเป็นเมืองหลวง แต่ก็ไม่ได้เป็นเมืองใหญ่ จึงไม่รู้สึกแออัด หรือกังวลเรื่องรถติดเพราะเมืองนี้มีประชากรอยู่แค่ประมาณ 1 แสนคนเท่านั้นเอง เป็นเมืองเล็กๆ ที่นี่มีทุกสิ่งทุกอย่างที่จำเป็น มีห้างสรรพสินค้าอยู่ 3-4 แห่ง มีโรงพยาบาล มีมหาวิทยาลัย  มีโรงเรียน มีท่าเรือ และท่ารถโดยสารครบ ยานพาหนะหลักที่คนส่วนใหญ่ใช้ในการเดินทาง ก็คือ Pedicap หรือรถมอเตอร์ไซค์พ่วงข้างสีสันสดใส เพราะเจ้าโครงที่นำมาครอบมอเตอร์ไซค์นั้น ถูกออกแบบมาให้บรรทุกได้มาก แถมสามารถกันแดดกันฝนได้อีกด้วยจึงสามารถใช้ประโยชน์ได้สารพัด ผู้คนที่นี่ส่วนใหญ่ล้วนมีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสและเป็นมิตร ทำให้เมืองนี้ถูกขนานนามว่า “City of friendships” หรือเมืองแห่งมิตรภาพ ซึ่งทีมงานก็สัมผัสได้ถึงความรู้สึกแบบนั้นเช่นกัน คือ คนที่นี่ยิ้มแย้มแจ่มใส มีน้ำใจ​ และชอบทักทายคนแปลกหน้าอย่างพวกเรา ยิ่งพอได้รู้ว่าเรามาจากเมืองไทยด้วยแล้วละก็ ยิ่งมีเรื่องให้ได้คุยกันยาว ซึ่งประโยคหลักๆ ที่เรามักได้ยินเสมอคือ พวกเราหน้าตาคล้ายกันมาก และคนฟิลิปปินส์ชอบหนังไทยม๊ากกกกกนั่นเอง

คนที่นี่บอกว่า ถ้ามาถึงโบโฮลแล้วสิ่งแรกที่ควรทำ คือ ต้องแวะไปทักทายเจ้าบ้านตัวจิ๋ว นั่นก็คือ ลิงทาร์เซียร์ฟิลิปปินส์ (Philippines Tarsier) ภาษาตากาล็อก เรียกพวกมันว่า “มามัก” แต่บางครั้ง เจ้าลิงจิ๋วนี่ ก็รู้จักในชื่อของ “ลิงปิ๊กมี่ทาร์เซียร์” เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็กที่สุดในโลกชนิดหนึ่ง คือเล็กพอๆ กับกำปั้นของเราเมื่อโตเต็มวัย จะมีน้ำหนักแค่ 80-150 กรัม ส่วนของลำตัวก็ยาวประมาณ 5 นิ้วเท่านั้น บวกกับหางอีกประมาณ 10 นิ้ว เลยทำให้เจ้าจิ๋วของเราดูตัวโตขึ้นมาอีกนิดหนึ่ง เบ้าตาของทาร์เซียร์ใหญ่มาก เมื่อเทียบกับขนาดสมองของมันเอง ทั้งนี้ก็เพื่อให้มองเห็นชัดในเวลากลางคืนเห็นลูกตาโตๆ แบบนี้ แต่กลับกลิ้งตาไม่ได้ ดังนั้นถ้าจะมองอะไร เจ้าทาร์เซียร์ก็ต้องหมุนคอไปมอง ซึ่งทำให้มันหมุนคอได้ถึง 180 องศาเลยทีเดียว ปัจจุบันลิงทาร์เซียร์จึงได้รับการคุ้มครองจากรัฐบาล โดยมีศูนย์อนุรักษ์และคุ้มครองอยู่บนเกาะโบโฮล และเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาชมได้ แต่มีกติกาพื้นฐานก็คือ ห้ามส่งเสียงรบกวน​ ห้ามใช้แฟลช​และห้ามใช้ไม้เซลฟี่ยื่นเข้าไปเพื่อถ่ายรูปใกล้ๆ ว่ากันว่า เจ้าลิงทาร์เซียร์นี่แหละที่เป็นต้นแบบของตุ๊กตาเฟอร์บี้ ที่เคยเป็นที่นิยมไปทั่วโลกนั่นเอง

บนเกาะโบฮอลยังมีที่เที่ยวน่าสนใจอีกก็คือหมู่บ้านเล็กๆ ที่มีชื่อว่า คานดิเจ (Candijay) ซึ่งมีภูมิประเทศสวยงาม และมีวิธีการจัดการที่น่าสนใจ เพราะแต่เดิมสถานที่แห่งนี้ไม่ได้จงใจถูกสร้างขึ้นมา เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว แต่ภาพความงามที่ถูกเผยแพร่ออกไป ก็ทำให้หลายคนอยากจะมาเห็น พอมีนักท่องเที่ยวมามากๆ เข้า ถนนหนทางก็ชำรุด เสื่อมโทรมเร็วขึ้น และนักท่องเที่ยวบางคนก็อาจบุกรุกเข้าไปในพื้นที่เพาะปลูกของชาวบ้าน สร้างความเสียหายให้กับพืชผล ดังนั้นชาวบ้านที่นี่เขาก็เลยรวมกลุ่มกันเพื่อเข้ามาจัดการกับนักท่องเที่ยวให้เป็นระบบมากขึ้น เช่น ไม่อนุญาตให้ขับรถยนต์เข้าไปในหมู่บ้าน เพราะว่าจะทำให้ถนนเสื่อมสภาพเร็ว บางชุมชนก็จะจัดเป็น Ecotouism ก็คือชาวบ้านมีส่วนร่วม แล้วก็พานักท่องเที่ยวชมภูมิประเทศของเขา นักท่องเที่ยวต้องจ่ายค่าผ่านประตูนิดหน่อยเพื่อนำรายได้กลับมาบำรุงชุมชน นับว่าเป็นช่องทางของการกระจายรายได้ไปทั่วถึงคืนสู่ชุมชนอย่างแท้จริง

คนฟิลิปปินส์กินข้าวเป็นอาหารหลัก แล้วก็กินเยอะมาก แต่ว่าโชคร้ายหน่อยที่ประเทศนี้ไม่มีที่ราบลุ่มริมน้ำเหมือนบ้านเรา เขาก็เลยผลิตข้าวได้จำกัด แล้วก็ไม่พอที่จะบริโภคภายในประเทศเสียด้วยซ้ำ ส่วนใหญ่ยังต้องนำเข้าอยู่ แต่ว่าด้วยความที่พื้นที่จำกัด ทำให้ต้องหาพื้นที่ปลูกตามพื้นที่ที่ดินพอจะปลูกได้ ตามริมเขา หรือว่าหุบลงมาก็จะปลูกโดยทำเป็นนาขั้นบันได แม้จะมีความยากลำบากแต่ว่านอกจากจะมีข้าวไว้กินแล้ว ก็ยังได้ทัศนียภาพที่สวยงามให้กับประเทศที่ทำให้ใครๆ ก็อยากมาเที่ยวกัน

ถ้ามาที่ Bohol แล้วที่ที่คนส่วนใหญ่จะต้องมาอีกที่หนึ่งก็คือเมือง Ubay มาเพื่อลองชิมของขึ้นชื่อคือ นมจาก Carabao  ซึ่งมีหลายรสด้วยกัน ถ้าแบบดั้งเดิมก็เป็น Fresh milk เลย แต่ถ้าเป็นรสแบบเอาใจคนฟิลิปปินส์หน่อย ก็เป็นนมควายรสมะม่วง ซึ่งไม่ใช่แค่แปลกเท่านั้นแต่อร่อยมากด้วย สำหรับคนฟิลิปปินส์แล้ว ควายหรือ คาราเบานั้น มีความหมายและมีความสำคัญกับพวกเขามาก เพราะเป็นแรงงานสำคัญที่เอาไว้ใช้ในการเกษตร ดังนั้นรัฐบาลจึงมีหน่วยงานที่คอยส่งเสริมและพัฒนาสายพันธุ์ควายพื้นเมืองฟิลิปปินส์ คาราเบา เซ็นเตอร์ (Philippines Carabao Center) เป็นหน่วยงาน ภายใต้กระทรวงเกษตร ที่จัดตั้งขึ้นมาเพื่อส่งเสริมและพัฒนาพันธุ์ควาย ให้กลายเป็นความสารพัดประโยชน์ พูดง่ายๆ ก็คือ ใช้ทำนาได้ด้วย ให้นมได้ด้วย และบางทีก็เลี้ยงไว้เพื่อบริโภคเนื้อ แต่จริงๆ แล้วคนฟิลิปปินส์เขาไม่ได้ดื่มนมควายเป็นอาหารหลัก เพราะว่าเดิมทีควายถูกใช้เพื่อทำการเกษตรเท่านั้น แต่ว่ามาช่วงหลังนี่เองที่เขาพยายามปรับปรุงสายพันธุ์ เพื่อให้ควายสามารถทำนาได้ด้วย แล้วก็สามารถรีดนมได้ด้วย

ถึงตรงนี้หลายคนที่ไม่เคยมองให้ประเทศฟิลิปปินส์เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่จะเดินทางไปท่องเที่ยวหรือว่าหาประสบการณ์อาจจะเปลี่ยนใจ เพราะเพียงแค่เกาะๆ หนึ่งในประเทศเอง นอกจากสามล้อสีสดใส ลิงตัวจิ๋ว น้ำตกสูง ทุ่งนาขั้นบันได และผลิตนมควาย แล้ว ที่เกาะโบโฮล ที่ประเทศฟิลิปปินส์ยังมีอะไรอีกมากมายซุกซ่อนอยู่แน่นอน เพราะทุกสิ่งทุกอย่างนั้นแม้มีความแตกต่างกัน แต่ล้วนมีคุณค่า ความงาม ความสำคัญไม่แตกต่างกัน ขอเพียงแค่เรามองหาและมองให้เห็น เราก็จะสัมผัสถึงเสน่ห์แห่งความงามในฟิลิปปินส์ได้อย่างแท้จริง

สัปดาห์หน้ามีอีกหนึ่งมิติที่จะนำมาเสนอให้กับการรับรองว่าฟิลิปปินส์จะเป็นหนึ่งในตัวเลือกปลายทางของการเดินทางครั้งต่อไปอย่างแน่นอน เชิญติดตามเรื่องราวของฟิลิปปินส์ เพียงแค่มองหา ก็มองเห็น ได้ในรายการโลก 360 องศา วันเสาร์นี้ ทาง ททบ. 5

ข่าวอื่นๆ