หม่อนไหม ผ้าไหม อีสานไหม?

  • วันที่ 01 เม.ย. 2560 เวลา 10:58 น.

หม่อนไหม ผ้าไหม อีสานไหม?

โดย...กาญจน์ อายุ

 เนื่องในโอกาสที่ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเจริญพระชนมพรรษา 84 พรรษา เมื่อปีที่ผ่านมา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จึงได้แนะนำเส้นทางท่องเที่ยวตามรอยโครงการพระราชดำริ "แม่ของแผ่นดิน มิ่งขวัญชาวไทย"

 โดยเริ่มที่เส้นทางในภาคอีสานตอนล่าง ตามรอยผ้าไหมพระราชินี และเรียนรู้การทอผ้าในชุมชนสุรินทร์และอุบลราชธานี

ศูนย์หม่อนไหม

 แหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ด้านการเกษตร ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ จ.สุรินทร์ เป็นสถานที่ผลิตพันธุ์หม่อน พันธุ์ไหม มีให้เรียนรู้ตั้งแต่ขั้นตอนการปลูกหม่อน เลี้ยงหนอนไหม สาวไหม ย้อมสี ทอผ้าไหม และการแปรรูป โดยแบ่งเป็นฐานพร้อมการสาธิตให้เห็นกระบวนการจริง

กี่ทอผ้าไหมยกทองชั้นบนมีคนทอทั้งหมด 3 คน

 

 เริ่มที่ฐานเรียนรู้หม่อนผลิตใบ หม่อนผลิตผล การสาวไหม การย้อมสีธรรมชาติ การทอผ้าไหม การแปรรูปผลิตภัณฑ์ และพิพิธภัณฑ์ผ้าไหม

 สิ่งที่น่าสนใจคือ ฐานแปรรูปผลิตภัณฑ์ที่จะจุดประกายไอเดียหม่อนไหมแปลกๆ ที่ไม่ใช่ผ้าไหม ยกตัวอย่าง ข้าวเกรียบผลหม่อน และข้าวเกรียบใบหม่อน ที่รับประทานง่ายและมีประโยชน์ต่อร่างกาย

 ในใบหม่อนมีสารดีเอ็นเจ มีฤทธิ์ในการลดระดับน้ำตาลในเลือด มีสารต้านอนุมูลอิสระ มีกรดอะมิโน 18 ชนิด และมีแคลเซียมสูง ส่วนในผลหม่อนจะอุดมไปด้วยวิตามินซี เอ และบี 6 รวมถึงกรดโฟลิกและสารต้านอนุมูลอิสระ

สองมือช่วยทอผ้าไหมยกทองโบราณ

 

 นอกจากนี้ ยังมีชาใบหม่อนที่สามารถทำในขั้นตอนง่ายๆ คือ คัด หั่น ลวก คั่ว และอบ โดยใบหม่อนสด 5 กก. จะนำมาทำชาใบหม่อนได้ 1 กก.

 สรรพคุณในชา 1 แก้ว ประกอบด้วย สารเควอซิติน รูติน ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดมะเร็ง สารกาบา ช่วยลดความดันโลหิต สารฟายโตสเตอรอล ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล สารดีเอ็นเจ ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด มีกรดอะมิโนครบทุกชนิดที่ร่างกายต้องการ และมีแร่ธาตุวิตามิน เช่น แคลเซียม โพแทสเซียม โซเดียม แมกนีเซียม เหล็ก สังกะสี วิตามินเอและบี

 ไม่เว้นแม้แต่หม่อนผลสด หรือมัลเบอร์รี่ ที่มีคุณค่าทางเภสัชโภชนาการสูง คือ มีสารต้านอนุมูลอิสระกลุ่มโพลิฟีนอล กลุ่มแอนโทไซยานิดิน และกรดโฟลิก ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายไม่น้อยกว่าผลเบอร์รี่ราคาแพงอย่างบลูเบอร์รี่หรือราสพ์เบอร์รี่

 โดยกรมหม่อนไหม ร่วมกับ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้นำผลหม่อนมาทดสอบการเรียนรู้และความจำในหนูทดลอง พบว่า การให้ผลหม่อนสุกอบแห้งบด 10 มก./น้ำหนักหนู 1 กก. สามารถเพิ่มความจำและการเรียนรู้ของหนูได้

จันทร์โสมา

 

 ดังนั้น หม่อนผลสดอาจมีศักยภาพในการป้องกันการเกิดโรคความจำเสื่อม หรืออัลไซเมอร์ก็เป็นไปได้

ทั้งนี้ ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ (สุรินทร์) อยู่ภายใต้กรมหม่อนไหม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดให้ประชาชนท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ได้ฟรี ซึ่งถือว่าเป็นสถานที่เรียนรู้หม่อนไหมครบวงจรที่สุดในสุรินทร์

บ้านท่าสว่าง กี่ทอผ้าบ้านสองชั้น

 หมู่บ้านทอผ้าโบราณแห่งสุรินทร์ บ้านท่าสว่าง เป็นแหล่งรวมช่างทอผ้าและผ้าชั้นดีไว้ อย่างบ้าน "จันทร์โสมา" ของ วีรธรรม ตระกูลเงินไทย อาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการทอผ้าที่เปิดบ้านเป็นแหล่งเรียนรู้การทอผ้าไหมยกทองโบราณโดยกี่ 1,416 ตะกอ ที่หาชมได้ยากและมีคุณค่ามากในวงการผ้าไทย

 ไหมยกทองโบราณจันทร์โสมา ใช้วิธีย้อมแบบโบราณด้วยวัตถุดิบจากสีธรรมชาติ ทั้งสีแดงจากครั่ง สีน้ำเงินจากคราม สีเหลืองทองจากเปลือกทับทิม นอกจากจะสวยงามและปลอดภัย สีสันของมันจะยังสดใสไปเป็นร้อยปี

สาวไหม

 

 กี่ที่ใช้ทอผ้าไหมยกทองต้องใช้กี่โบราณที่ใหญ่เท่าบ้าน 2 ชั้น เพื่อรองรับความยาวของตะกอที่มีมากถึง 1,416 ตะกอ ใช้คนทอ 4 คน และกว่าจะได้ 1 ผืนต้องใช้เวลานาน เพราะแต่ละวันสามารถทอได้เพียง 4-5 ซม. สมกับราคาผืนละ 6 หลัก ตามความวิจิตรงดงามของผืนผ้า

 ในหมู่บ้านยังมีร้านขายผ้าสำเร็จรูปและผ้าไหมทั่วไป ที่ราคาจับต้องได้ให้จับจ่าย ส่วนใหญ่จะเป็นผ้าทอของคนในหมู่บ้าน จึงกล่าวได้ว่า บ้านท่าสว่าง เป็นหมู่บ้านโอท็อปเพื่อการท่องเที่ยวเชิงหัตถกรรมผ้าไหมแห่งเดียวในประเทศไทยที่คนหลงใหลผ้าห้ามพลาด

 นอกจากนี้ สุรินทร์ยังเป็นที่ตั้งของศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพอีสานใต้ โดยเฉพาะการเลี้ยงไหมที่มีการสาธิตตั้งแต่การปลูกหม่อน เลี้ยงไหม สาวไหม กรอไหม มัดหมี่ และตัดหมี่ รวมถึงการทำเกษตรผสมเพียงพอตามรอยในหลวง รัชกาลที่ 9 และที่แห่งนี้เกิดขึ้นได้ ก็เพราะกระแสรับสั่งของพระองค์ โดยศูนย์จัดตั้งมาตั้งแต่ปี 2538

บ้านคำปุน พิพิธภัณฑ์ผ้าโบราณที่ยังมีชีวิต

 ส่วนใหญ่ประตูบ้านคำปุนจะปิดอยู่ตลอดเวลา เพราะใน 1 ปี ประตูบ้านจะเปิดเพียง 3 วันเท่านั้น ในช่วงวันเข้าพรรษา ซึ่งชาวอุบลราชธานีจะแห่กันมาชมการทอผ้าและอุปกรณ์ทอผ้าโบราณที่หาชมได้ยาก

บ้านคำปุนทรงไทย

 

 คำปุน ศรีใส เจ้าของบ้านคำปุน มีความตั้งใจอนุรักษ์ผ้าพื้นเมืองอุบลราชธานีไว้ เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ยังมีคนทอผ้าจริงให้ผู้มาเยือนได้ชื่นชมศิลปวัฒนธรรมพื้นเมือง และเป็นแหล่งผลิตผ้าทอที่มีออร์เดอร์รอข้ามปี โดย คำปุน คือผู้มีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรม สาขาทัศนศิลป์-ถักทอ ปี 2537 และลูกชาย คือ มีชัย แต้สุจริยา ศิลปินดีเด่นจังหวัดอุบลราชธานี ปี 2544 ซึ่งเป็นผู้คิดค้นและออกแบบผ้าลายกาบบัว เอกลักษณ์ประจำจังหวัดด้วย

 เส้นทางท่องเที่ยวตามรอยโครงการพระราชดำริ "แม่ของแผ่นดิน มิ่งขวัญชาวไทย" ในภาคอีสานใต้มีจุดเด่นร่วมกันคือ ผ้าไหม สิ่งที่มีคุณค่ายิ่งในชาติไทยที่พระราชินีในรัชกาลที่ 9 ทรงสนพระทัยและทรงทอดพระเนตรเห็นความงดงามที่แฝงอยู่ในงานหัตถกรรมพื้นบ้าน ทำให้กว่า 50 ปีที่ผ่านมา ผ้าไหมไทยได้รับการพัฒนาและได้รับการยกย่องจนได้รับสมญานามว่าเป็น "ราชินีแห่งสิ่งทอ" (The Queen of Textile)

 จากสายพระเนตรอันยาวไกล ปัจจุบันผ้าไหมไทยเป็นที่นิยมและรู้จักไปทั่วโลก ได้มีการส่งออกผ้าไหมไทยไปยังประเทศต่างๆ มูลค่านับพันล้านบาท และกลายเป็นส่วนหนึ่งในสัญลักษณ์ของประเทศไทยในสายตาของชาวต่างชาติไปแล้ว

พิพิธภัณฑ์ผ้าไหมในศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพอุบลราชธานี

ผ้าทอหรือผ้าถุงจากฝีมือชาวบ้านสุรินทร์

ม้วนผ้าไหมย้อมสีธรรมชาติ

กี่ทอผ้าไหมยกทองชั้นล่างอยู่ใต้ถุนบ้าน

กี่ทอผ้าโบราณในบ้านคำปุน

รังไหม

ข้าวเกรียบผลหม่อน

ทอผ้าไหม

บ้านคำปุน พิพิธภัณฑ์มีชีวิต

สบู่ แปรรูปจากรังไหม

 

ข่าวอื่นๆ