การเดินทางของแม่ลูก

  • วันที่ 28 ม.ค. 2560 เวลา 11:02 น.

การเดินทางของแม่ลูก

โดย...โยโมทาโร่

 “ใครว่าการพาลูกเที่ยวต่างประเทศ เขาจะเหนื่อยและจำไม่ได้ ขอบอกว่าไม่จริงเลย ลูกกลับมาเขาจำได้หมดตั้งแต่ที่พักมีกี่ห้อง เตียงนอนมีกี่ชั้น ที่ไหนมีอะไรบ้างลูกเราเก็บรายละเอียดได้อย่างที่เราไม่คาดคิดมาก่อน” นนทลักษณ์ การญาณ คุณแม่ของน้องปัณณ์-ปัณณ์ การญาณ เล่าถึงทริปพาลูกเที่ยวสุดประทับใจที่ญี่ปุ่นช่วงปลายปีที่ผ่านมา

 “ทริปนี้เริ่มต้นมาจากความคิดที่อยากจะพาคุณตาคุณยายเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ แล้วก็จะได้พาครอบครัวไปเที่ยวด้วยกัน ทีนี้ก็มองว่าญี่ปุ่นเป็นประเทศที่เราอยากไป แล้วคุณพ่อคุณแม่ก็ไม่เคยไปจึงตัดสินใจว่า ไปเที่ยวที่ญี่ปุ่นนี่ละ เอาน้องปัณณ์ไปด้วยเมื่อปลายปีที่ผ่านมา อายุประมาณ 2 ขวบ 2 เดือน ซึ่งอยู่ในช่วงวัยที่พูดจาสื่อสารรู้เรื่องแล้ว

 “การจัดทริปก็ไม่ได้เตรียมตัวอะไรมากสำหรับลูก เราเตรียมแค่ของใช้สำหรับเขาให้พร้อมสำหรับสภาพอากาศหนาวที่นั่น แล้วก็เอานิทานไป 1 เล่มแค่นั้น นอกนั้นเช่น รถเข็น นม หรือของเล่นอื่นๆ ไม่นำไป ส่วนการวางแผนทริปเราไม่ได้มีสถานที่ที่เราอยากไปเป็นพิเศษ เพราะเป็นทริปเที่ยวพาครอบครัวไปเที่ยว มีผู้สูงอายุไปกับเราด้วย ก็อยากจัดให้เป็นทริปสบายๆ เน้นธรรมชาติวิวสวยสำหรับถ่ายรูป ซึ่งช่วงที่เราไปเป็นช่วงใบไม้เปลี่ยนสี แล้วน้องชายก็เป็นช่างภาพอยู่แล้ว จึงจัดเป็นทริปสำหรับถ่ายรูปโดยเฉพาะ

 

 “วันแรกที่เราไปเราถึงญี่ปุ่นประมาณ 1 ทุ่ม ก็มีเหตุขัดข้องนิดหน่อย เพราะรถไฟเที่ยวที่เราจองไว้ไม่สามารถวิ่งเข้าไปส่งได้ เลยต้องเปลี่ยนมาเป็นการขึ้นรถไฟด่วนเข้าตัวเมืองซึ่งต้องจ่ายแพงกว่าเดิม เราถึงที่พักในตัวเมืองประมาณ 2 ทุ่มกว่าๆ พักกันในสถานที่ซึ่งไม่ได้มีคนพลุกพล่านมากนัก โดยใช้บริการของแอร์บีเอ็นบี ได้ห้องพักดีมาก อยู่ในย่านที่ใกล้สถานีรถไฟฟ้า มีตลาด ร้านสะดวกซื้ออยู่ใกล้ๆ ตื่นเช้ามาก็จะได้เห็นวิถีชีวิตของชาวเมืองโตเกียว เห็นนักเรียนเดินไปโรงเรียน เป็นอีกฟีลหนึ่งของการเที่ยวที่ไม่เหมือนกับการเข้าพักตามโรงแรม เรียกได้ว่า ดีถึงดีมาก พอถึงตอนกลางคืนก็ออกเดินเที่ยวในละแวกใกล้ๆ ที่พัก

 “เช้าวันต่อมาเราก็ไปเที่ยวที่ตลาดปลา ไปเที่ยวต่อที่สวนสาธารณะ และสถานที่ซึ่งมีน้องช่างภาพแนะนำ เอาจริงๆ แค่สวนสาธารณะก็เรียกว่า สวยแล้วนะ ช่วงที่ไปใบไม้กำลังร่วงพอดี ถ่ายยังไงก็สวย ขนาดกล้องมือถือถ่ายออกมายังสวยเลย ลูกก็ดูสนุกสนานกับสถานที่มาก เราก็ปล่อยให้ลูกเดินเล่นวิ่งเล่นเต็มที่ ดูเขาจะชอบสถานที่เที่ยวที่มีต้นไม้ สนามหญ้า และธรรมชาติ เราก็จะคอยบอกลูกว่าเราอยู่กันที่ไหน มีอะไรบ้าง ซึ่งจนถึงตอนนี้ลูกก็ยังจำได้อยู่ว่าไปเที่ยวที่ไหนกันมาบ้าง จำชื่อสถานที่และสิ่งที่เขาได้เห็นหมด ดังนั้นใครบอกว่าเด็กจะจำไม่ได้นั้นไม่จริงเขาจำได้แน่นอน ไม่ว่าจะเป็นศาลเจ้าเมจิ พระราชวังอิมพีเรียล และศาลาว่าการกรุงโตเกียว

ต่อจากโตเกียว นนทลักษณ์ เล่าอย่างสนุกว่า ไปกันต่อที่คาวาฟูจิโกะ ซึ่งเธอแนะนำว่าควรไปอย่างยิ่ง เพราะเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความสวยงามมาก

 

 "ที่นั่นจะมีแหล่งท่องเที่ยวโดยรอบภูเขาไฟฟูจิ เราไปถึงที่พักประมาณ ตอนเย็นพนักงานบอกว่าในห้องที่เราพักตอนเช้าจะเห็นวิวภูเขาไฟฟูจิ แล้วตื่นเช้ามาเราก็ได้เห็นจริงๆ เป็นวิวที่ชัดเจนและสวยงามมากไม่มีเมฆหมอกบัง เราซื้อตั๋วรถบัสสำหรับการเที่ยวคาวาฟูจิโกะแบบเหมาวัน ซึ่งถ้าใครได้ไปแนะนำให้ซื้อเพราะว่าคุ้มมาก จุดแวะเที่ยวแต่ละที่ของที่คาวาฟูจิโกะก็มีจุดเด่นแตกต่างกันออกไป เราแวะจุดที่มีร้านขนมหวานอร่อยๆ ให้คุณตาคุณยายและลูกกิน บางจุดก็เป็นจุดชมวิว อย่างเช่นสถานีสุดท้ายของคาวาฟูจิโกะเป็นจุดชมวิวที่สวยงามมากที่สุดจุดหนึ่ง เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ทุกคนในครอบครัวชอบมาก

 “วันสุดท้ายเรากลับมาที่โตเกียว เที่ยวกันต่อที่โอไดบะ แล้วก็ได้เห็นหิมะแรกของฤดูหนาวตกที่โตเกียวพอดี เท่ากับว่ามาทริปนี้เราได้เจอทุกสภาพอากาศของญี่ปุ่นตั้งแต่ ร้อน ฝนตก หนาว ไปจนถึงหิมะตก แต่สิ่งที่เราไม่คาดคิดมาก่อนก็คือ ลูกกับคุณตาคุณยายแข็งแรงกว่าที่เราคิด เห็นอายุมากแล้วแต่ก็สามารถเดินเที่ยวไปกับเราได้โดยไม่มีบ่น กับลูกที่กังวลว่าเขาจะไหวกับเราไหม จะหนาวจะเหนื่อยจะลำบากไป แต่ปรากฏว่าลูกเราอึดกว่าที่คิด สามารถอยู่ได้ในทุกสภาพอากาศตั้งแต่ร้อนไปจนถึงหิมะตก ลูกสนุกกับทุกๆ ที่ที่เราพาไป ได้เห็นได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เป็นความสุขที่ลูกยังคงจำได้ถึงวันนี้”

 

 

ข่าวอื่นๆ