น้ำตาหลั่งริน แผ่นดินช้าง

  • วันที่ 26 พ.ย. 2559 เวลา 10:27 น.

น้ำตาหลั่งริน แผ่นดินช้าง

โดย...ประกฤษณ์ จันทะวงษ์

ช่วงเดือน พ.ย.ของทุกปี จ.สุรินทร์ จะจัดเทศกาลประจำปี งานช้างจังหวัดสุรินทร์ ซึ่งมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศจำนวนมากสนใจเดินทางมาชม สร้างความคึกคักให้ดินแดนถิ่นเลี้ยงช้างที่มีชื่อเสียงที่สุดของประเทศแห่งนี้

แต่ปีนี้พิเศษกว่าทุกครั้ง และคงจะหาชมไม่ได้อีกแล้ว เมื่อทางจังหวัดได้เปลี่ยนรูปแบบงานเป็น การแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งจริงๆ แล้วงานนี้เกือบจะไม่ได้จัดขึ้น เนื่องจากหลังพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จสวรรคต ยังความเศร้าโศกแก่คนไทยทั้งประเทศ รวมถึงชาว จ.สุรินทร์ ด้วย ข้าราชการและพสกนิกรล้วนอยู่ในอารมณ์แห่งความเศร้า จนแทบไม่มีจิตใจจะคิดถึงการจัดงานดังกล่าว อนึ่ง การจัดงานดังกล่าวอาจกลายเป็นงานรื่นเริงซึ่งไม่เหมาะในช่วงนี้

ผวจ.สุรินทร์ พร้อมข้าราชการระดับสูงในจังหวัดประชุมร่วมกันคิด และเห็นพ้องกันว่าควรจะต้องจัด และต้องจัดอย่างยิ่งใหญ่เพื่อถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เริ่มจากกิจกรรม “ชาวสุรินทร์ ร้อยดวงใจ ไว้อาลัยพ่อหลวง” วันที่ 18 พ.ย. 2559 ข้าราชการ พสกนิกร และนักเรียน นักศึกษาจากหลายสถาบันใน จ.สุรินทร์ ร่วมกันแปรอักษรเป็นรูปหัวใจ และเลข ๙ ขบวนช้าง 189 เชือก เดินตามถนนเข้าสู่งาน ณ อนุสาวรีย์พระยาสุรินทร์ภักดีศรีณรงค์จางวาง พร้อมหมอบลงหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทุกคนร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้าที่แสนประทับใจและน่าจดจำ

 

ส่วนอีกกิจกรรมคือ “งานช้างจังหวัดสุรินทร์” ก็ได้จัดในรูปแบบการแสดงความอาลัยเช่นกัน ในชื่อ “รวมช้าง รวมใจ ไว้อาลัยพ่อหลวง” วันที่ 19-20 พ.ย. 2559 ณ ลานแสดงช้าง อัฒจันทร์ แน่นขนัดไปด้วยผู้ชม ซึ่งการแสดงในปีนี้พิเศษกว่าทุกปีและคงหาชมไม่ได้อีกแล้ว เพราะนอกจากการแสดงตามเนื้อเรื่องตามปกติของทุกปีแล้ว ปีนี้ยังมีการเพิ่มสาระสำคัญของการทำฝนหลวงซึ่งเป็นโครงการตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช การเสด็จพระราชดำเนินเยือน จ.สุรินทร์ เมื่อปี 2498 นอกนั้นก็เป็นการแสดงตามปกติเหมือนทุกปี คือเกี่ยวกับประวัติพระยาสุรินทร์ภักดีศรีณรงค์จางวาง (เจ้าเมืองในอดีต) ที่มีส่วนในการติดตามหาช้างเผือกที่หลุดหนีจากกรุงศรีอยุธยามาที่ จ.สุรินทร์ แล้วนำส่งคืนในสมัยสมเด็จพระเจ้าเอกทัศน์ และการทำยุทธหัตถีของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ซึ่งเป็นช่วงไฮไลต์ของทุกปี

แต่ตอนท้ายสุดของการแสดงปีนี้ ยิ่งใหญ่และอลังการกว่าทุกปี เมื่อควาญช้างนำช้างที่ร่วมแสดง 160 เชือก ออกมาแปรอักษรเป็นเลข ๙ ล้อมรอบด้วยรูปหัวใจ นักแสดงทุกคนออกมาแปรอักษรเป็นคำว่า “Surin” พร้อมชูพระบรมฉายาลักษณ์ไว้เหนือหัว

เพลงสรรเสริญพระบารมีเริ่มบรรเลง ผู้ชมทั้งสนามลุกขึ้นยืนตรงและร้องตาม ข้าพเจ้าร้องตามไปได้ 2 วรรค และไม่อาจจะร้องต่อไปได้ เพราะยิ่งร้องน้ำตายิ่งไหล พสกนิกรทั้งสนามต่างร้องเพลงไปร้องไห้ไป บรรยากาศเต็มไปด้วยความเศร้าโศก แต่น่าประทับใจยิ่งนัก

ข่าวอื่นๆ