สหราชอาณาจักร... ปลายทางแห่งการศึกษา

  • วันที่ 15 ส.ค. 2558 เวลา 13:18 น.

สหราชอาณาจักร... ปลายทางแห่งการศึกษา

โดย...ทีมงานโลก 360 องศา keb_toke@plat360.com

โลก 360 องศา ยังคงเดินทางต่อไปในดินแดนสหราชอาณาจักร เพื่อหาคำตอบว่าทำไมใครๆ อยากมาเรียนในดินแดนแถบนี้ และวันนี้เราเดินทางขึ้นเหนือสุดของเกาะบริเทนใหญ่ มายังประเทศเล็กๆ ที่อุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติที่ล้ำค่า และทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพ

สกอตแลนด์ เป็นประเทศหนึ่งในสหราชอาณาจักรที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน แม้จะเป็นประเทศเล็กๆ แต่ประเทศนี้กลับเป็นที่รู้จักของผู้คนทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อได้ยินเสียงปี่สกอต และเห็นภาพของผู้ชายใส่กระโปรงลายตาราง จนทุกคนต่างเรียกว่า “ลายสกอต” กระโปรงลายสกอต ชาวสกอตเรียกว่า Kilt ส่วนปี่สกอตนั้นเรียกว่า Bagpipe แต่ความน่าสนใจของประเทศสกอตแลนด์ที่เราจะนำเสนอในวันนี้ มีมากกว่ากระโปรงลายสกอตและปี่สกอต

ด้วยประชากรเพียง 5 ล้านคน แต่ก็มีคนเก่งอยู่มากมายที่สามารถผลิตผลงานทางวิชาการ และสร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญๆ ให้กับโลกใบนี้ เช่น วิศวกรชาวสกอตที่ชื่อว่า เจมส์ วัตต์ ได้ประดิษฐ์เครื่องจักรไอน้ำเครื่องแรกของโลก ที่ก่อให้เกิดการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งใหญ่ในศตวรรษที่ 18

อดัม สมิธ นักเศรษฐศาสตร์ชื่อดังก้องโลก ที่คิดค้นทฤษฎีเศรษฐศาสตร์เสรีนิยม ซึ่งทำให้ทวีปยุโรปเกิดการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่ระบบการค้าเสรี และทฤษฎีแม่เหล็กไฟฟ้าที่มีการเรียนการสอนกันอยู่ในปัจจุบันนี้ ก็คิดค้นโดยนักฟิสิกส์ชาวสกอตที่ชื่อว่า แมกซ์เวลส์

หนึ่งในห้องวิจัยการสกัดน้ำมันที่ University of Aberdeen

 

ที่ผ่านมา ภาพยนตร์ย้อนยุคหลายๆ เรื่อง ทำให้ผู้คนได้มีโอกาสเห็นภูมิประเทศอันงดงามของสกอตแลนด์ ทั้งทุ่งหญ้า เนินเขา และทะเลสาบ จนบางครั้งคนจำนวนไม่น้อยไม่คิดว่าประเทศนี้จะมีการพัฒนาด้านอุตสาหกรรมที่ทันสมัยแห่งหนึ่งของโลก อันที่จริงแล้วประเทศสกอตแลนด์คือศูนย์กลางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมที่สำคัญของทวีปยุโรป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 3 เมืองหลักที่มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของภูมิภาค ไม่ว่าจะเป็น Edinburgh Glasgow และ Aberdeen

Edinburgh คือเมืองหลวงของสกอตแลนด์ และยังเป็นศูนย์กลางการเงินอันดับต้นๆ ของยุโรป มากไปกว่านั้น Edinburgh ยังเป็นเมืองท่องเที่ยวอันดับ 2 ของสหราชอาณาจักรรองจากมหานครลอนดอน ประเทศอังกฤษ

Glasgow ก็เป็นอีกเมืองที่มีความสำคัญตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เพราะเป็นเมืองท่าฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก ที่ทำให้สกอตแลนด์มีความรุ่งเรืองด้านการค้ากับประเทศต่างๆ มาได้จนถึงทุกวันนี้ และด้วยความที่เป็นเมืองท่า จึงทำให้ Glasgrow กลายเป็นศูนย์กลางการขนส่งทางน้ำ และเป็นศูนย์อุตสาหกรรมต่อเรือของประเทศ

Pierhead Building รอยอดีตแห่งเมืองท่าการค้า

 

และอีกเมืองที่น่าสนใจก็คือ เมืองAberdeen ซึ่งเป็นเมืองที่ถูกสร้างขึ้นมาด้วยหินแกรนิต จึงทำให้เมืองนี้เป็นสีเทาเงินระยิบระยับเมื่อแสงแดดตกกระทบ ถนนสายที่มีชื่อเสียงของที่นี่ คือ Aberdeen’s Granite Mile ซึ่งเป็นที่ตั้งของร้านค้า และร้านอาหารมากมายตั้งเรียงรายสองฟากฝั่ง

นับตั้งแต่มีการค้นพบน้ำมันในทะเลเหนือ ช่วง ค.ศ. 1970 เมือง Aberdeen ก็กลายเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมปิโตรเลียมของยุโรป หรือที่เรียกกันว่า “Oil Capital” และสร้างรายได้อย่างมหาศาล ซึ่งนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องให้กับประเทศ เพราะองค์ความรู้และประสบการณ์ที่สั่งสมมานาน ประกอบกับการสร้างสรรค์เทคโนโลยีใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ทำให้ University of Aberdeen เป็นมหาวิทยาลัยด้านน้ำมันและก๊าซที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

มากไปกว่านั้น มหาวิทยาลัยแห่งนี้มีความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับบริษัทเอกชน จึงทำให้หลักสูตรการเรียนการสอนมีความทันสมัย บุคลากรด้านการศึกษาส่วนใหญ่ต่างมีประสบการณ์จากภาคอุตสาหกรรม ประกอบกับเครื่องจักรอุปกรณ์ และเทคโนโลยีต่างๆ ก็จะมีความทันสมัยที่สามารถนำมาใช้งานได้จริง

เมือง Aberdeen ได้รับการยกย่องว่าเป็น Oil capital of Europe

 

อีกทั้งมหาวิทยาลัยนี้ยังเปิดสอนหลายสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซ ไม่ว่าจะเป็นสาขาวิศวกรรมศาสตร์ กฎหมาย และการบริหารจัดการ ซึ่งจะว่าไปแล้วการบริหารจัดการในยุคสมัยนี้ นอกเหนือจากต้องคำนึงถึงการลดต้นทุนและการเพิ่มผลผลิตแล้ว ยังต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนาอย่างยั่งยืนอีกด้วย

หลักสูตรการเรียนการสอนด้าน Oil and gas ของมหาวิทยาลัยนี้ เรียกได้ว่าครอบคลุมทุกกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการผลิตน้ำมันและก๊าซเลยก็ว่าได้ ซึ่งเริ่มตั้งแต่การทำความเข้าใจด้านธรณีวิทยา ซึ่งจะมีความสำคัญอย่างมากต่อการสำรวจและขุดเจาะน้ำมัน

Stephen Bowden คือหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญด้านธรณีเคมีของมหาวิทยาลัย Aberdeen ซึ่งดอกเตอร์หนุ่มคนนี้ศึกษาโครงสร้างทางธรณีวิทยาของพื้นที่หลายแห่ง และค้นหากรรมวิธีสกัดน้ำมันออกมาได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

ส่วน Yukie Tanino เธอเป็นผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับกลศาสตร์ของเหลว เธอกำลังทำงานวิจัยเกี่ยวกับวิธีการที่จะสามารถสกัดน้ำมันออกมาให้ได้จำนวนมากกว่าที่เทคโนโลยีปัจจุบันเคยทำได้ เป็นที่ทราบกันดีว่าใต้พิภพนั้นมีทั้งก๊าซธรรมชาติและน้ำมัน แต่มนุษย์เราสามารถขุดเจาะนำมาใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์เพียงแค่ 40 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น แต่ในขณะที่ทรัพยากรธรรมชาติเหล่านี้ล้วนร่อยหรอลงเรื่อยๆ ดังนั้นเราจึงต้องหาเทคโนโลยีที่ทันสมัยเพื่อสกัดน้ำมันออกมาจากหินให้ได้มากที่สุด

เพราะความพร้อมและความมีคุณภาพด้านการศึกษาของมหาวิทยาลัย Aberdeen ทำให้นักศึกษาหลายต่อหลายคนที่สนใจเรียนด้านน้ำมันและก๊าซ จะต้องเพียรมาศึกษาหาความรู้ที่นี่เท่านั้น

จากประเทศสกอตแลนด์ โลก 360 องศา ยังเดินทางต่อมายังชายฝั่งตะวันตกของเกาะบริเทนใหญ่ ซึ่งเป็นดินแดนของชาติที่เก่าแก่ และมีความสำคัญอย่างยิ่งในช่วงปฏิวัติอุตสาหกรรมของยุโรป

“เวลส์” เป็นอีกหนึ่งประเทศในสหราชอาณาจักรที่มีเพลงชาติและภาษาเป็นของตัวเอง มากไปกว่านั้น เวลส์ยังมีวัฒนธรรมและประเพณีอันเป็นเอกลักษณ์ ที่ชาวเวลส์ยังคงรักษาอัตลักษณ์ของประเทศไว้อย่างเหนียวแน่น เวลส์มีเมืองหลวงที่ชื่อว่า “คาร์ดิฟฟ์” ซึ่งเป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุด และเป็นศูนย์กลางทางด้านเศรษฐกิจที่สำคัญแห่งหนึ่งของยุโรปอีกด้วย

ภายใต้ภูเขาสูงชัน ผสานกับความงดงามของธรรมชาติ ประเทศเวลส์ยังมีแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่มีค่าอย่าง “Black Gold” หรือถ่านหิน ซึ่งเป็นทรัพยากรที่มีค่ามากที่สุดในยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมของยุโรป เพราะอุตสาหกรรมขนส่งถ่านหินนี้เอง จึงนำมาซึ่งความมั่งคั่งรุ่งเรืองให้กับเวลส์ในยุคนั้น แต่ในปัจจุบันรายได้หลักของประเทศเวลส์ส่วนใหญ่มาจากการศึกษา เพราะสถาบันการศึกษาของที่นี่ได้รับการยอมรับในระดับสากล โดยเฉพาะ Cardiff University หรือมหาวิทยาลัยคาร์ดิฟฟ์ ก่อตั้งเมื่อ ค.ศ. 1881 ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่โดดเด่นในเรื่องการทำวิจัยที่มีคุณภาพ อีกทั้งยังมีหลักสูตรที่หลากหลายและทันสมัย ที่นี่จึงเป็นอีกหนึ่งปลายทางของนักศึกษาต่างชาติที่ต้องการมาศึกษาต่อที่นี่ เพราะเมืองคาร์ดิฟฟ์นั้นเคยเป็นอดีตศูนย์กลางการคมนาคม และเป็นเมืองท่าที่สำคัญแห่งหนึ่งของยุโรป

ดังนั้น หลักสูตร Logistic ของมหาวิทยาลัยคาร์ดิฟฟ์ จึงเป็นหลักสูตรที่มีชื่อเสียงของที่นี่ ซึ่งหลักสูตรนี้จะช่วยเพิ่มศักยภาพของผู้เรียนให้มีขีดความสามารถในการแข่งขันในโลกธุรกิจได้ เพราะในปัจจุบันระบการจัดการด้านการขนส่ง มีความสำคัญอย่างมากในองค์กรชั้นนำ ถ้ามีระบการจัดการที่ดี จะสามารถช่วยลดต้นทุนการผลิตและการขนส่งได้

ท้ายที่สุดแล้ว มหาวิทยาลัยในสหราชอาณาจักรต่างมีหลักสูตรและวิชาที่โดดเด่นแตกต่างกันไปดังนั้นผู้เรียนที่ต้องการมาศึกษาต่อที่ประเทศนี้ก็ต้องทำความเข้าใจกับตัวเองก่อนว่า ตัวเองอยากเรียนอะไร อยากเป็นอะไร จากนั้นจึงเลือกมหาวิทยาลัยและหลักสูตรวิชาที่ตอบโจทย์ความต้องการของตัวเอง มากไปกว่านั้น บรรยากาศรอบๆ มหาวิทยาลัยก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เอื้อต่อการมาศึกษาหาความรู้ในต่างแดน เพราะผู้เรียนจะได้ซึมซับและได้เรียนรู้สังคม วิถีชีวิตเพื่อเป็นการเปิดมุมมองโลกทัศน์ให้กว้างขึ้น

ข่าวอื่นๆ