
เลือกตั้ง66:พรรคเพื่อชาติ ชู ปฏิวัติเขียว เพื่อความเท่าเทียม
พรรคเพื่อชาติ เปิดเวทีปราศรัย ชุมพร ช่วยผู้สมัครหาเสียง นิติภูมิธณัฐ เศร้า จีนยึดธุรกิจล้งในจันทบุรี มีบิ๊กในทำเนียบคอยวิ่งเต้น หากติดปัญหา ยงยุทธ ขอคะแนนเพื่อชาติเข้าสภา แก้ปัญหาประมง ชูแนวทาง ปฏิวัติเขียว ให้ทุกคนมีความเท่าเทียม พร้อมท้าชน เจ้าสัว นายทุน
วันที่5พ.ค. ที่จ.ชุมพร น.ส.ปวิศรัฐฐ์ ติยะไพรัช หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ นายยงยุทธ ติยะไพรัช ที่ปรึกษาพรรคเพื่อชาติ นายแพทย์เรวัต วิศรุตเวช ร.อ. ดร.จารุพล เรืองสุวรรณ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อชาติ ร.ต.อ.นิติภูมิธณัฐ มิ่งรุจิราลัย ประธานที่ปรึกษาพรรคเพื่อชาติ นายกรรภิรมย์ กุยุคำ ผู้สมัครส.ส. เบอร์ 6 เขต1 ชุมพร ตั้งเวทีปราศรัยใหญ่ที่บริเวณลานหน้าเทศบาลเมืองชุมพร อ.เมือง จ.ชุมพร ซึ่งบรรยากาศก็เป็นไปอย่างคึกคักมีประชาชนในจังหวัดชุมพรเดินทางมาร่วมรับฟังการปราศรัยกว่า 15,000 คน
ร.ต.อ.นิติภูมิธณัฐ ปราศรัยว่า วันนี้ไม่รู้กฎหมายบ้านเมืองเป็นอย่างไร อยากรู้ลองไปดูสวนทุเรียนที่จังหวัดจันทบุรี จังหวัดตราด ที่ทุกวันนี้กลายเป็นของคนจีนไปหมดแล้ว ไม่ว่าคนไทยจะดูแลรดน้ำพรวนดินให้ดียังไง แต่เจ้าของสวนก็เป็นคนจีนไม่ใช่ของคนไทย ส่วนเรื่องการส่งออกก็มีล้งมากมายกว่า 400 ล้ง แต่เจ้าของก็ไม่ใช่คนไทยแต่เป็นคนจีนทั้งนั้น ทั้งที่ก่อนหน้านี้เมื่อ 8-9 ปีก่อน การที่คนจีนจะมาติดต่อเพื่อขอซื้อทุเรียนหรือส่งออกทุเรียนต้องเข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อทำตามขั้นตอน แต่ทุกวันนี้ไม่ได้เป็นอย่างนั้นผู้ว่าราชการจังหวัด ทำอะไรไม่ได้เลย เพราะว่าถ้ามีอะไรติดขัด ก็จะมีเส้นสายไปถึงในทำเนียบรัฐบาล เพื่อให้มาเร่งแก้ปัญหาวิ่งเต้นทุกอย่าง จนไม่ต้องสนใจขั้นตอนกฎหมายอะไรแล้ว
ถ้ายังขืนปล่อยให้เป็นแบบนี้คนไทยก็จะเป็นเจ้าของสวนทุเรียนแค่เพียงในนามแต่เจ้าของสวนจริงๆล้วนเป็นคนจีนเป็นชาวต่างชาติทั้งสิ้น แล้วเราจะยอมให้เป็นอย่างนี้หรือ เพราะฉะนั้นถ้าอยากให้ประเทศเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้นก็เลือกตัวแทนจากพรรคเพื่อชาติเข้าไปสู่สภาผู้แทนราษฎรเพื่อไปปรับเปลี่ยนนโยบายแก้ไขปัญหาเรื่องปากท้องให้ประชาชนชาวสวนชาวไร่ได้อยู่ดีกินดีลืมตาอ้าปากได้ไม่ต้องเป็นทาสนายทุนอีกต่อไป
นายยงยุทธ กล่าวว่า พูดถึงเรื่องการประมงในประเทศไทย ที่ผ่านมาพวกมีอำนาจใช้วิธีแก้ปัญหาด้วยวิธีการโง่ๆ ไม่พูดความจริงกับประชาชน บอกให้เลิกไปบ้างเดี๋ยวจะซื้อเรือคืนบ้าง แต่สุดท้ายก็ไม่ได้แก้ปัญหาให้ประชาชนสักอย่าง ชาวประมงก็เป็นคนรับเคราะห์รับกรรมไป จากนี้ไปถ้าบ้านเมืองเป็นประชาธิปไตย จะตั้งคณะกรรมการไปเจรจาต่อรองกับเขาว่า เราจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้นำไปสู่การทำประมงแบบสากล แต่วันนี้ชาวประมงได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ เรื่องการแพร่ระบาดจากโควิดขอให้ได้ใช้สิทธิบัตร 10 ปีเหมือนกับต่างประเทศได้หรือไม่เพื่อให้ชาวประมงลืมตาอ้าปากได้ก่อน หลังจากที่หยุดชะงักไปเพราะปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นจนชาวประมงแทบล้มละลายต้องขายเรือไปก็หลายครอบครัว
ไม่ใช่แค่เรื่องประมงแต่ยังมีเรื่องผลิตผลทางการเกษตรรวมถึงอาหารทะเลที่ไม่มีการต่อยอดนำไปขายแบบส่งๆ ทั้งที่ควรจะบริหารจัดการทำให้เกิดมูลค่าเพิ่ม พรรคเพื่อชาติมีแนวนโยบายในเรื่องนี้ ที่ต้องการจะเพิ่มมูลค่าเพิ่มทั้งผลผลิตทางการเกษตรหรือแม้กระทั่งอาหารทะเลสดๆที่จับขึ้นมาจากทะเลก็สามารถนำมาเพิ่มมูลค่าเพิ่มและการประมงก็จะไม่ใช่การประมงธรรมดาแต่จะเป็นการประมงเชิงท่องเที่ยวเพื่อเพิ่มรายได้ รวมทั้งเรื่องโฮมสเตย์ในพื้นที่ไร่ พื้นที่สวนหรือบนเรือก็สามารถทำเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับชาวประมงได้ด้วย เรื่องเหล่านี้พรรคเพื่อชาติมีนโยบายที่จะทำให้พี่น้องเกษตรกรและชาวประมงมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นไม่ลำบากยากแค้นจนแทบจะอดตายเหมือนตอนนี้
เช่นเดียวกับเรื่องยางพาราก็เคยมาหาเสียงบอกจะปรับขึ้นราคาน้ำยางเท่านั้นเท่านี้ สุดท้ายพอทำไม่ได้ก็หายหน้าเงียบไปแล้ว ก็ปล่อยให้ชาวสวนยางพารา ต้องตกระกำลำบากกับราคายางที่ตกต่ำลงทุกวัน ช่วงหลังก็มีการมาพูดเรื่องปรับราคาค่าแรงขั้นต่ำเพื่อหาคะแนนเสียงในช่วงที่จะเลือกตั้งพี่น้องประชาชนจะเชื่อได้หรือเปล่าคงไม่ต้องให้ใครมาบอกเพราะก็เห็นกันอยู่แล้ว ที่ผ่านมาบอกว่าจะขึ้นก็ไม่ขึ้นให้จริงคนที่ได้รับประโยชน์ทุกอย่างค่าแรงไม่ได้ขึ้นแต่ข้าวของแพงขึ้นนายทุนเท่านั้นที่รวยเจ้าสัวเท่านั้นที่รวยแต่คนชนชั้นแรงงานหรือมนุษย์เงินเดือนก็ยังคงได้ค่าแรงเท่าเดิม แต่ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นไม่ได้มีอะไรดีขึ้นเลย
"พรรคเพื่อชาติจึงต้องการที่จะเข้ามาปฏิวัติเขียวปฏิวัติทุกอย่าง ทั้งระบบเกษตร เศรษฐกิจ สังคม ให้ทุกคนมีความเท่าเทียม เกษตรต้องนำตลาดเพื่อทำให้ประเทศกลายเป็นครัวขนาดใหญ่ของโลก ส่วนชนชั้นแรงงานหรือมนุษย์เงินเดือนก็ต้องมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นเงินค่าแรงเงินค่าจ้างหรือเงินเดือนต้องเพียงพอกับค่าใช้จ่ายไม่ต้องเป็นทาสแรงงานไม่ต้องเป็นทาสของนายทุนอีกต่อไป"นายยงยุทธกล่าว







