
เลือกตั้ง66:ณัฐวุฒิกางคิวปราศรัยเพื่อไทยไปทุกภูมิภาคขอคะแนนโค้งสุดท้าย
ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ลั่นนโยบายเงินดิจิทัล1หมื่นบาทเกิดทันทีหากเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาล จัดคิวแน่นปราศรัยทุกภูมิภาคเรียกคะแนนเสียงโค้งสุดท้าย
ที่พรรคเพื่อไทย นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผอ.ครอบครัวเพื่อไทย แถลงถึงความเคลื่อนไหวการลงพื้นที่ปราศรัย ของพรรคเพื่อไทย ที่วางกำหนดการในช่วงเดือนเมษายน ว่า ในเดือนนี้พรรคมีการลงพื้นที่ปราศรัยตามจังหวัดต่างๆอย่างต่อเนื่อง ทั้งภาคอีสาน ภาคเหนือ ภาคใต้ รวมถึง กรุงเทพมหานคร โดยวันที่ 18 เม.ย.นี้ จะไปลงพื้นที่ ปราศรัยภาคอีสาน ทั้งที่ จ.ร้อยเอ็ด และ จ.กาฬสินธุ์ จังหวัดละ 2 เวที นำโดย นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค และบรรดาแกนนำของพรรค จากนั้นวันที่ 19 เม.ย. จะลงพื้นที่ปราศรัย ที่ จ.ขอนแก่น และไปเดินสายพบป่ะประชาชน กลุ่มเกษตรกร และ ภาคอุตสาหกรรมที่ จ.อุดรธานี สิ่งที่ จ.อุดรธานี จะมีการไปดูเส้นทางการสร้างรถไฟความเร็วสูง ที่นิคมอุตสาหกรรมอุดรธานี ซึ่งเป็นนโยบายเดิมของรัฐบาลพรรคเพื่อไทย พร้อมขึ้นรถแห่หาเสียงไปตามพื้นที่ต่างๆในจังหวัด
นายณัฐวุฒิ กล่าวว่าโปรแกรมต่างๆ ผักได้วางไว้ถึงสิ้นเดือนเมษายน และจะมีการประเมินเพื่อปรับกลวิธีการหาเสียงในโค้งสุดท้ายเพิ่มขึ้นด้วย ได้บางเวที จะมี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกฯรัฐมนตรีของพระอีกคน วิดีโอคอลมาร่วมปราศรัยด้วย แต่จะเป็นเวทีใดบ้างนั้นขึ้นอยู่กับความพร้อมของ น.ส.แพทองธาร และนอกจากเวทีปราศรัย ที่นำโดยแคนดิเดตนายกฯรัฐมนตรีของพรรคแล้ว ยังมีเวทีปราศรัยของแกนนำคนต่างๆ ทั้งในพื้นที่ภาคใต้ ภาคเหนือตอนล่าง และพื้นที่เขตเลือกตั้งต่างๆ ในกรุงเทพมหานคร
นายณัฐวุฒิ ยังกล่าวด้วยว่าจากการลงพื้นที่หาเสียง ยังคงมีปฏิกิริยา ต่อนโยบายเงินดิจิทัล10,000บาท อย่างต่อเนื่อง หลากหลายรูปแบบทั้งการวิพากษ์วิจารณ์และสนับสนุน โดยเฉพาะพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้ามวิจารณ์ไม่เห็นด้วย อย่างล่าสุดคือ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ซึ่งตนอยากบอกพลเอกประยุทธ์ ว่า พรรคเพื่อไทยมั่นใจในนโยบายที่พรรคได้ทำมา ว่าสามารถทำได้จริงเป็นรูปธรรม แต่ที่พลเอกประยุทธ์วิจารณ์ อาจจะเพราะไปเทียบเคียง กลับนโยบายของพรรคที่เคยสนับสนุน ให้พลเอกประยุทธ์ เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เพราะพรรคนั้นประกาศนโยบายแล้วทำไม่ได้
ส่วนที่นายธนากร วังบุญคงชนะ รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ออกมาบอกว่าถึงที่สุด ประชาชนก็ยังเลือกพลเอกประยุทธ์อยู่ดี เหมือนคำขวัญ ที่ว่าเลือกความสงบจบที่ลุงตู่ ของ 4ปีก่อน แต่สำหรับตนเองเชื่อว่าประชาชนเข็ดแล้ว ถ้าหากมันจะมีคำขวัญ ลักษณะนั้นอีก ก็จะเป็นคำขวัญว่า“เลือกความเป็นอยู่ลุงตู่พอแล้ว”มากกว่า เพราะความสงบก็ไม่มีความเป็นอยู่ยิ่งวิกฤต จึงไม่มีอะไรดีไปกว่าการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เอาพรรคเพื่อไทยเข้าไปทำหน้าที่
ส่วนที่มีการร้องเรียนตรวจสอบ นโยบายแจกเงินดิจิทัล 10,000บาท นั้นยืนยันว่าทุกขั้นตอนผ่านกระบวนการคิด อย่างละเอียดรอบคอบ ตามขั้นตอนของกฎหมาย และเชื่อมั่นว่าทางพรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาลนโยบายนี้จะเกิดขึ้นทันทีตามที่ได้ประกาศเอาไว้







