"เฟด-ราฟา"มหากาพย์ชิงศึกเฟรนช์ภาค4

วันที่ 05 มิ.ย. 2554 เวลา 10:27 น.
หากเป็นมวยก็ถือว่าเป็นมวยถูกคู่ สำหรับการเจอกันของ “ราชาคอร์ตดิน” ราฟาเอล นาดาล กับ “เฟดเอ็กซ์” โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ ในรอบชิงชนะเลิศ “เฟรนช์ โอเพน”

หากเป็นมวยก็ถือว่าเป็นมวยถูกคู่ สำหรับการเจอกันของ “ราชาคอร์ตดิน” ราฟาเอล นาดาล (มือ 1 โลก/สเปน) กับ “เฟดเอ็กซ์” โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ (3/สวิส) ในรอบชิงชนะเลิศ ศึกเทนนิสแกรนด์สแลมที่ 2 ของฤดูกาล “เฟรนช์ โอเพน” ซึ่งดวลกันบนคอร์ตดิน ณ โรลองด์ การ์รอส กรุงปารีส, ฝรั่งเศส ในวันอาทิตย์นี้

 

นาดาล-เฟเดอเรอร์

นาดาล ยอดนักหวดแดนกระทิง ดีกรีแชมป์แกรนด์สแลม 9 สมัยนั้น ไม่ต้องพูดถึงเรื่องผลงานในศึกเฟรนช์ฯ เนื่องจากเขาคือ เจ้าพ่อเคลย์คอร์ตที่ครองแชมป์มาถึง 5 สมัย (ปี 2005-2008, 2010) และหากทำสำเร็จในคราวนี้ ก็จะทำสถิติแชมป์ 6 สมัยเทียบเท่า บียอร์น บอร์ก ตำนานนักหวดชาวสวีดิช

แต่ก็ไม่ใช่ว่า นักหวดกล้ามโตถนัดซ้ายจะยุบไม่เป็นบนคอร์ตดิน เพราะก่อนจะถึงหวดเฟรนช์ฯ ราฟา เพิ่งโดน โนวัก โจโควิช (2/เซอร์เบีย) ที่ฟอร์มฮอตสุดในปีนี้ สยบถึง 2 ครั้งติดๆ ในรอบชิงชนะเลิศศึกระดับมาสเตอร์สที่กรุงมาดริด, สเปน และกรุงโรม, อิตาลี มาแล้ว

ขณะที่ เฟเดอเรอร์ เจ้าของแชมป์แกรนด์สแลมถึง 16 สมัย ซึ่งหลายคนอาจมองว่า เฟดเอ็กซ์ อดีตมือ 1 โลก เริ่มขาดความท้าทายนับแต่สามารถผงาดชูโทรฟีแชมป์ศึกเฟรนช์ฯ เป็นครั้งแรกในชีวิตได้ซะที หลังเอาชนะ โรบิน โซเดอร์ลิง (4/สวีเดน) ในรอบชิงชนะเลิศ ปี 2009

แต่ขึ้นชื่อว่า เฟด นั้น หากไร้อาการบาดเจ็บรบกวนแล้ว มาตรฐานการเล่นของเขาสูงโด่ตลอด มิฉะนั้นคงไม่เป็นผู้ที่ยัดเยียดความปราชัยครั้งแรกปีนี้ให้แก่ โจโควิช พร้อมกับหยุดสถิติชนะรวดของหนุ่มเซิร์บตั้งแต่เปิดฤดูกาล 2011 ไว้ที่ 41 แมตช์ ชวดทำสถิติ 42 แมตช์ เทียบเท่า จอห์น แม็คเอนโร ตำนานนักหวดสหรัฐที่ทำไว้เมื่อปี 1984

ทั้ง เฟด และ ราฟา ต่างก็กวาดแกรนด์สแลมมาได้ครบหมดทั้ง 4 รายการ (ออสเตรเลียน โอเพน, เฟรนช์ โอเพน, วิมเบิลดัน, ยูเอส โอเพน) แล้ว ทว่าความกดดันน่าจะอยู่ที่ นาดาล ซะมากกว่า เพราะนี่เป็นการเล่นบนคอร์ตที่เขาถนัดที่สุด แถมไม่เคยเสียท่าให้ เฟเดอเรอร์ ในศึกเฟรนช์ฯ แม้แต่ครั้งเดียว จากการเคยเจอกันในรอบชิงฯ 3 ครั้ง (ปี 2006-2008) และรอบตัดเชือก 1 ครั้ง (2005)

ณ เวลานี้ ฟันธงไม่ถูกจริงๆ แต่อีกไม่กี่ชั่วโมงก็จะได้รู้ว่า ราฟา จะย้ำชัยพร้อมนั่งแท่นราชาต่อไป หรือจะโดน เฟด สอยร่วงพร้อมชำระแค้นซะที

บ้าพลัง VS มันสมอง...ต้องวัดกันบนคอร์ต

ก่อนที่จะเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ศึกแกรนด์สแลมคอร์ตดิน “เฟรนช์ โอเพน 2011” ระหว่างมือ 1 โลก ราฟาเอล นาดาล (มือวาง 1/สเปน) กับอดีตมือ 1 โลก โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ (3/สวิส) ในวันนี้ เชื่อว่าหลายคนที่เห็นการจัดแบ่งสายประกบคู่กันตั้งแต่รอบแรก คงคาดเดากันว่า ราฟา คงเดินหน้าโชว์พลังถล่มคู่แข่งแหลกราญแบบวันเวย์ โดยอาจจะต้องเหนื่อยบ้างก็แค่รอบก่อนรองชนะเลิศ และรอบตัดเชือกเท่านั้น

แต่ โรบิน โซเดอร์ลิง (5/สวีเดน) คู่ต่อกรรอบ 8 คนสุดท้าย ที่แม้เคยสอย นาดาล ร่วงรอบ 4 มาแล้วเมื่อปี 2009 คราวนี้ก็ไม่ท็อปฟอร์มพอที่จะหยุดนักหวดกล้ามโตจากแดนกระทิงได้ รวมทั้งก้างขวางคอในรอบรองชนะเลิศอย่าง แอนดี เมอร์เรย์ (4/สกอตแลนด์) ที่พกอาการเจ็บข้อเท้าลงเล่น ก็ยิ่งแล้วใหญ่ ทำให้ นาดาล เคี้ยวนิ่มๆ สบายๆ 6-4, 7-5, 6-4

 

นาดาล

เท่ากับว่า “ราชาคอร์ตดิน” นาดาล หืดจับที่สุดก็คือ รอบแรก กับ จอห์น อิสเนอร์ (สหรัฐ) นักหวดก้านยาวเสิร์ฟหนัก โดยต้องเล่นถึง 5 เซต แถมโดนนำก่อน 2-1 เซตด้วย แต่หลังจากนั้น ราฟา ไม่ยอมเสียเซตให้ใครอีกเลย

“การเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศคือสิ่งที่ผู้คนต่างฝันถึง ผมมีความสุขจริงๆ ที่ได้เข้าไปเล่นรอบชิงฯ ทัวร์นาเมนต์ที่สำคัญที่สุดของโลกรายการหนึ่งบนคอร์ตดิน ผมเจอปัญหายุ่งยากมาก่อนหน้านี้ แต่ผมลืมมันหมดแล้ว พร้อมกับมีความเชื่อมั่นมากขึ้นด้วย” นาดาล ที่โชว์พลังเหลือเฟือวิ่งไล่หวดทุกลูกบนคอร์ตชนิดไม่กลัวเจ็บ กล่าว

นอกจากนี้ ราฟา แชมป์ศึกเฟรนช์ฯ 5 สมัย ที่เพิ่งฉลองวันเกิดอายุครบ 25 ปีเมื่อวันที่ 3 มิ.ย.ที่ผ่านมา ยังบอกอีกว่า เขาไม่ได้สนใจที่จะทำสถิติแชมป์ 6 สมัยเทียบเท่ากับ บียอร์น บอร์ก อดีตมือ 1 โลกผู้ยิ่งใหญ่ชาวสวีดิช แต่ขอมุ่งมั่นกับเกมและเล่นให้ดีที่สุด เพื่อคว้าชัยที่ โรลองด์ การ์รอส เท่านั้น

ด้านเส้นทางในสายของ “เฟดเอ็กซ์” เฟเดอเรอร์ มีโอกาสชนกับ “โนเล” โนวัก โจโควิช (2/เซอร์เบีย) แบบเต็มๆ ในรอบตัดเชือก ซึ่งดูยังไงก็หนักกว่าสายของ นาดาล แล้วยิ่งฟอร์มของ โนเล ในปีนี้ ใครๆ ก็พากันซูฮก เพราะชนะมา 41 แมตช์ติดต่อกัน ยังไม่แพ้ใครเลย (หากรวมที่ชนะ 2 แมตช์ ช่วยทีมชาติเซอร์เบียผงาดคว้าแชมป์เดวิส คัพ ก็จะเท่ากับ 43 แมตช์รวด) พร้อมกับกวาดไปถึง 7 แชมป์โดยไม่เกรงใจใครอีกด้วย

เฟเดอเรอร์ พยายามเก็บพลังไว้รอหวดกับ โจโควิช ด้วยการชนะมาดะตั้งแต่รอบแรกยันรอบ ก่อนรองชนะเลิศ โดยไม่เสียแม้แต่เซตเดียว แม้การเจอกับ กาเอล มงฟิลส์ (9/ฝรั่งเศส) รอบ 8 คน กองเชียร์เจ้าถิ่นจะเข้ามาเชียร์ มงฟิลส์ สร้างความกดดันอย่างไร แต่ยอดนักหวดสวิสก็นิ่งพอที่จะผ่านไปได้ไม่ยากเย็นนัก มีแค่ออกแรงเล่นไทเบรกในเซต 3 เท่านั้น

และแล้วเมื่อถึงรอบตัดเชือก เฟเดอเรอร์ ก็งัดฟอร์มเทพเหมือนเมื่อสมัยเรืองอำนาจนั่งบัลลังก์โลก ด้วยการดับซ่า โจโควิช ลงได้แบบค่อนข้างพลิกความคาดหมาย เนื่องจากหนุ่มเซิร์บกำลังมีความมั่นใจสุดๆ ที่จะขึ้นเป็นมือ 1 โลกทันที หากผ่าน เฟด เข้ารอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ แต่ก็ต้องฝันสลายในที่สุด หลังแพ้ เฟเดอเรอร์ 6-7, (5/7), 3-6, 6-3, 6-7 (5/7)

เฟเดอเรอร์ มองถึงรอบชิงฯ เฟรนช์ โอเพน ว่าตัวเขามีโอกาสเป็นฝ่ายชนะคว้าแชมป์ได้เช่นกัน  

“เราเพิ่งเล่นแมตช์ที่ยิ่งใหญ่กันมาในมาดริด มาสเตอร์ส ปีนี้ (เฟเดอเรอร์ ได้เซตแรก แต่แพ้ นาดาล 1-2 เซต รอบรองชนะเลิศ) จึงเห็นได้ชัดว่า ผมต้องใส่สุดฝีมือในการเล่นกับเขา และทุกคนต่างรู้ดีเมื่อต้องเจอกับ ราฟา ที่ปารีส ผมคงต้องงัดเอาฟอร์มที่เฉียบเป็นพิเศษออกมาสู้” เฟด วัย 29 ที่มักอ่านเกมคู่ต่อสู้ก่อนหวดสวนกลับ กล่าว

ทั้งนี้ โจโควิช ได้ขอถอนตัวจาก “ควีนส์ คลับ” (วันที่ 6-12 มิ.ย.) รายการอุ่นเครื่องก่อนศึกแกรนด์สแลมที่ 3 ของซีซั่น “วิมเบิลดัน” ซึ่งดวลกันบนคอร์ตหญ้า ที่กรุงลอนดอน, อังกฤษ วันที่ 20 มิ.ย.-3 ก.ค.นี้ เรียบร้อยแล้ว เนื่องจากมีปัญหาเรื่องเอ็นหัวเข่าและอยากพัก ขณะที่ เมอร์เรย์ ก็ส่อแววถอนตัวตามด้วย เพราะข้อเท้ายังเดี้ยงอยู่เช่นกัน 

นาดาลรับไม่ง่าย-เฟดเชื่อมีโอกาส

การเจอกันของ นาดาล กับ เฟเดอเรอร์ ในนัดชิงชนะเลิศ เฟรนช์ โอเพน ปีนี้ น่าจะเป็นการดวลลูกสักหลาดสุดคลาสสิกอีกแมตช์หนึ่งของวงการเทนนิสโลกเลยทีเดียว

 

เฟเดอเรอร์

นาดาล มีสถิติ ชนะถึง 44 แพ้แค่ 1 ครั้ง ในศึกเฟรนช์ฯ นับแต่ปี 2005 (พ่าย  โซเดอร์ลิง รอบ 16 คน ปี 2009) แถมยังเล่นแค่ 3 เซต เอาชนะ เมอร์เรย์ ในรอบรองชนะเลิศ จึงน่าจะมีพลังเหลือเฝือ ทั้งที่เดิมทีก็มีมากจนล้นเหลืออยู่แล้ว

“เมื่อครั้งที่ผมชนะแมตช์แรกที่นี่ (เฟรนช์ โอเพน) ตอนอายุ 18 ผมคิดแค่ว่า โอ้! ผมชนะมา 1 แมตช์แล้ว และเดี๋ยวนี้มันดูง่ายขึ้นในการเล่นอาชีพ แต่ผมบอกได้เลยว่า มันไม่ง่ายเสมอไป หากเป็นฝ่ายชนะ ก็จะเพิ่มความกดดันมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะย่อมต้องการชนะในแมตช์ต่อๆ ไปอีก จนกระทั่งเข้าถึงรอบชิงฯ ก็ยังคงปรารถนาชัยชนะอยู่ไม่รู้จบ แล้วก็จะวนซ้ำๆ ไปเรื่อยๆ ในรายการต่อๆ ไป ซึ่งผมก็ยังคงรู้สึกแบบนั้น”          

ขณะที่ เฟเดอเรอร์ ซึ่งเหนื่อยล้ากว่า โดยต้องเล่นถึง 4 เซต (ไทเบรก 2 เซต) ก่อนเอาชนะ โจโควิช รวมทั้งยังเป็นการเข้าชิงระดับแกรนด์สแลมครั้งแรก นับแต่คว้าแชมป์ศึกออสเตรเลียนฯ ปี 2010 ทว่าด้วยฝีมือในแมตช์กับ โจโควิช น่าจะเป็นที่ประจักษ์ตาแก่ผู้ชมและแฟนๆ เทนนิสได้เป็นอย่างดีว่า เฟด สามารถกลับมาสู่ช่วงขาขึ้นได้อีกครั้ง

“ผมคิดว่ามันเป็นการดวลกัน (กับโจโควิช) ด้วยฟอร์มที่สุดยอดทั้งคู่และนานมากทีเดียว ผมกำลังเล่นได้ดี แม้จะเริ่มต้นเซตแรกด้วยการเบรกกันไปเบรกกันมา เขาสามารถรีเทิร์นลูกได้ดี แถมยังหนักหน่วงรุนแรงมาก และมีโอกาสที่จะเบรกเกมเสิร์ฟของผมได้ตลอด ตอนนี้ร่างกายของผมสมบูรณ์เต็มที่สำหรับรอบชิงชนะเลิศ ผมจึงคิดว่ามีโอกาสที่จะเอาชนะ ราฟา พร้อมคว้าแชมป์ได้แน่” 

ผลงานเจอกันมาทั้งหมด 24 ครั้ง

ราฟาเอล นาดาล ชนะ 16 แมตช์ (คอร์ตดิน 11, ฮาร์ตคอร์ต 4, คอร์ตหญ้า 1)

โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ ชนะ 8 แมตช์ (คอร์ตดิน 2, ฮาร์ตคอร์ต 4, คอร์ตหญ้า 2)

เส้นทางสู่รอบชิงชนะเลิศ ศึกเฟรนช์ โอเพน 2011

ราฟาเอล นาดาล (1/สเปน) แชมป์แกนด์สแลม 9 สมัย – ออสเตรเลียน โอเพน (2009), เฟรนช์ โอเพน (2005-2008, 2010), วิมเบิลดัน (2008, 2010), ยูเอส โอเพน (2010)

รอบแรก ชนะ จอห์น อิสเนอร์ (สหรัฐ)
6-4, 6-7 (2/7), 6-7 (2/7), 6-2, 6-4

รอบสอง ชนะ พาโบล อันดูจาร์
(สเปน) 7-5, 6-3, 7-6 (7/4)

รอบสาม ชนะ อันโตนีโอ เวอิค (โคร
เอเชีย) 6-1, 6-3, 6-0

รอบ 16 คน ชนะ อิวาน ลูบิซิช (โคร
เอเชีย) 7-5, 6-3, 6-3

รอบ 8 คน ชนะ โรบิน โซเดอร์ลิง
(5/สวีเดน) 6-4, 6-1, 7-6 (7/3)

รอบรองชนะเลิศ ชนะ แอนดี เมอร์
เรย์ (4/สกอตแลนด์) 6-4, 7-5, 6-4

โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ (3/สวิตเซอร์แลนด์) แชมป์แกนด์สแลม 16 สมัย – ออสเตรเลียน โอเพน (2004, 2006, 2007, 2010), เฟรนช์ โอเพน (2009), วิมเบิลดัน (2003-2007, 2009), ยูเอส โอเพน (2004-2008)

รอบแรก ชนะ เฟลิเซียโน โลเปซ
(สเปน) 6-3, 6-4, 7-6 (7/3)

รอบสอง ชนะ แม็กซิเม ไทไซรา
(ฝรั่งเศส) 6-3, 6-0, 6-2

รอบสาม ชนะ แยนโค ทิปซาเรวิช
(29/เซอร์เบีย) 6-1, 6-4, 6-3

รอบ 16 คน ชนะ สแตนนิสลาส วาริน
กา (14/สวิส) 6-3, 6-2, 7-5

รอบ 8 คน ชนะ กาเอล มงฟิลส์
(9/ฝรั่งเศส) 6-4, 6-3, 7-6 (7/3)

รอบรองชนะเลิศ ชนะ โนวัก โจโควิช
(2/เซอร์เบีย) 7-6, (7/5), 6-3, 3-6, 7-6 (7/5)  

ยอดนักหวดทั้งสองต่างมีดีด้วยกัน โดย นาดาล ชำนาญในการเคลื่อนที่บนคอร์ตดิน จนราวกับว่ามีตัวเขาอยู่ทั่วสนามไปหมด ไม่ว่าคู่ต่อสู้ตีลูกไปตกตรงไหน หากเขาไม่ล้มร่วงลงกับพื้น ก็จะตามไปตีโต้กลับไปได้หมด เรียกว่า พลังและความแข็งแกร่งเหลือเฟือ (ระวังเข่าพังบ้างก็แล้วกัน) แถมยังไม่ต้องกังวลเรื่องจะเสียมือ 1 โลกด้วย เพราะ เฟด ช่วยสกัด โจโควิช ไว้ให้แล้ว

ส่วน เฟเดอเรอร์ เล่นด้วยลีลาที่สวยงาม โดยเฉพาะการยิงวินเนอร์ด้วยแบ็กแฮนด์มือเดียวขนานเส้น ดูเมื่อไหร่ก็ช่างสวยงามไม่มีที่ติจริงๆ รวมทั้งพักนี้เสิร์ฟได้เยี่ยมด้วย แถมยังคอยจับทางอ่านเกมคู่แข่งตลอด หากเขาเล่นได้เหมือนแมตช์รอบตัดเชือก น่าจะเบียดกันมันหยดติ๋งๆ ไปเลย

โอกาสคว้าแชมป์มีพอกัน ซึ่งคงต้องมีเรื่องของบุญวาสนาเข้ามาเกี่ยวข้องพอสมควรทีเดียว (ลืมดูดวงของทั้งคู่ จึงบอกไม่ได้ว่าใครมีโชคกว่ากัน)